svasdssvasds

รวม 5 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุด ในช่วงสงครามและวิกฤตน้ำมันแพง

รวม 5 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุด ในช่วงสงครามและวิกฤตน้ำมันแพง

สงครามตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน กระเพื่อมถึงราคาน้ำมันที่ดีดตัวสูงขึ้น เรามาดูกันว่า ที่สภาวะเช่นนี้ ประเด็นไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกโซเชียล

SHORT CUT

  • Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่คนพูดถึงสงครามและวิกฤตน้ำมันมากที่สุด
  • ส่วน TikTok เป็นแพลตฟอร์มขยายกระแสมากที่สุด
  • เสียงระเบิดและความตึงเครียดของสงครามเป็นประเด็นที่คนพูดถึงมากที่สุด
  • สงครามโลกยืดเยื้อ ส่อกระทบสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ จุดชนวนตื่นตระหนก ทำคนแห่เติมน้ำมัน
  • ผู้คนหันเข้าหาพลังงานทางเลือกมากขึ้น และเรียกร้องรัฐให้สนับสนุน

สงครามตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน กระเพื่อมถึงราคาน้ำมันที่ดีดตัวสูงขึ้น เรามาดูกันว่า ที่สภาวะเช่นนี้ ประเด็นไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกโซเชียล

เมื่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลเป็นวงกว้างไปทั่วโลก โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันดิบที่ก้าวเข้าสู่ภาวะตึงเครียดตามไปด้วย 

โซเชียลมีเดีย ได้กลายเป็นพื้นที่หลักที่สะท้อนความเดือนร้อนและเสียงของประชาชนที่มีต่อภาวะค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น เรามาดูกันว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกที่ถูกจับตามองเช่นนี้ ประเด็นไหนถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกโซเชียลบ้าง

Cr.REUTERS

จากการเก็บข้อมูลของบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ได้ทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ระหว่างวันที่ 1-19 มีนาคม 2569 ผลพบว่า

ผู้คนพูดถึงวิกฤตความขัดแย้งบนโซเชียลมีเดียสูงถึง 103,552,835 เอนเกจเมนต์ จาก 312,168 ข้อความ

  • โดย Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน ด้วยจำนวนข้อความสูงถึง 190,281 ข้อความ (65.46%) และสร้างการมีส่วนร่วมได้ราว 36 ล้านครั้ง
  • Youtube ตามมาอันดับสอง ด้วยจำนวนข้อความราว 34,795 ข้อความ และสร้างการมีส่วนร่วมมากก่า 4 ล้านครั้ง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นในรูปแบบวิดีโอวิเคราะห์สถานการณ์และรายงานข่าวเชิงลึก
  • TikTok ได้อันดับสาม ด้วยจำนวนข้อความ 16,235 ข้อความ แต่สร้างการมีส่วนร่วมได้สูงสุดถึง 50 ล้านครั้ง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการขยายกระแสความสนใจที่เกิดขึ้น

5 ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

ประเด็นที่ 1 : เสียงระเบิดในตะวันออกกลางและความตึงเครียดที่ดุเดือดอย่างต่อเนื่อง (29,895,625 เอนเกจเมนต์)

ในสงครามความตึงเตรียมระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คีย์เวิร์ดที่ถูกพูดถึง เช่น “ยืดเยื้อ” (2,931,343 เอนเกจเมนต์) และ "เครียด" (1,686,928 เอนเกจเมนต์) 

ซึ่งบ่งบอกได้ว่า ประชาชนไมได้มองสงครามนี้เป็นแค่ข่าวต่างประเทศไกลตัว แต่เป็นวิกฤตที่บั่นทอนการใช้ชีวิต โดยกระแสใน TikTok และ Facebook ชี้ว่า สงครามโลก ที่อาจจะขยายเป็นวงกว้างยากเกินจะควบคุม ส่งผลให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

ซึ่งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจดังกล่าว จุดชนวนให้ประชาชนกังวลเรื่องภาวะขาดแคลนน้ำมัน จนเกิดปรากฎการณ์ที่ผู้คนต่างแห่ไปต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียดข้ามคืนหลายจังหวัด ทำให้น้ำมันในหลาย ๆ ปั๊มหมดอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง

Cr.REUTERS

ประเด็นที่ 2 : กังวลน้ำมันขาดแคลน (20,727,301 เอนเกจเมนต์)

ในช่วงวันที่ 14-17 มีนาคม มีการพูดถึงประเด็น “ภาวะน้ำมันขาดแคลน” โดยสร้างเอนเกจเมนต์รวมกว่า 9 ล้านครั้งจาก 25,285 ข้อความ และนำไปสู่กระแส #น้ำมันขาด และ #น้ำมันหมด ที่มียอดเอนเกจรวมมากว่า 5 ล้านครั้งจาก 10,455 ข้อความ 

อีกคีย์เวิร์ดที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ #ปั๊ม ซึ่งเกิดจากการส่งต่อภาพสถานีบริการน้ำมันบางแห่งน้ำมันหมดชั่วคราว แม้ภาครัฐจะออกมายืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งาน 96-100 วัน ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกและอย่ากักตุนน้ำมัน สวนทางกับความเห็นโซเชียลที่ตั้งคำถามว่า น้ำมันสำรองจะถูกนำมาใช้จริง? หรือกักเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร?

รวม 5 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุด ในช่วงสงครามและวิกฤตน้ำมันแพง

ประเด็นที่ 3 : เสียงแห่งความสิ้นหวังของประชาชน (10,767,829 เอนเกจเมนต์)

ยอดเอนเกจเมนต์กว่า 10.7 ล้านครั้ง มีคีย์เวิร์ดที่ถูกพูดถึงมากที่สุด อย่าง #เครียด #ท้อ #เดือดร้อน สะท้อนถึงความสิ้นหวังของประชาชน 

ประเด็นที่มียอดแชร์และคอมเมนต์สูงสุดในหมวดนี้คือการเปรียบเทียบระหว่าง “ราคาน้ำมันที่พุ่งตามสถานการณ์สงคราม” กับ “รายได้ที่คงที่” สะท้อนถึงสภาวะ "Visibility Crisis" หรือการที่คนไทยมองไม่เห็นทางออกท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ

เช่น เมื่อต้นทุนน้ำมันพุ่งขึ้น กลุ่มอาชีพขนส่งและไรเดอร์ส่วนใหญ่เริ่มตัดพ้อ จนไปถึงขั้นอยากจะเลิกอาชีพผ่าน #สู้ไม่ไหว #จอดตาย 

รวม 5 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุด ในช่วงสงครามและวิกฤตน้ำมันแพง

ประเด็นที่ 4 : เสียงสะท้อนต่อรัฐบาลให้ช่วยตรึงราคาน้ำมัน (4,579,359 เอนเกจเมนต์)

ยอดเอนเกจเมนต์กว่า 4.5 ล้านครั้ง ที่พูดถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือด้านการตรึงราคาน้ำมัน ซึ่งสะท้อนถึงความคลางแคลงใจต่อมาตรการระยะสั้นของภาครัฐ โดยเฉพาะวาทะกรรม “ตรึง 15 วัน แล้ววันที่ 16 จะเป็นอย่างไร?” ที่กลายเป็นไวรัลตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการแก้ปัญหา

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 Cr.Reuters

ประเด็นที่ 5 : พลังงานทางเลือก…ทางรอดหรือแค่ฝัน? (1,518,225 เอนเกจเมนต์)

ท่ามกลางกระแสราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ยอดเอนเกจเมนต์กว่า 1.5 ล้านครั้งจึงพุ่งไปที่ประเด็น "พลังงานทางเลือก" ในการเป็นทางออกสุดท้าย โดยแบ่งออกเป็น 2 ทิศทางชัดเจน คือ กลุ่มคนที่เริ่มสนใจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังเจอน้ำมันราคาแพงเข้าไป กับกลุ่มคนที่สะท้อนข้อจำกัดเรื่องราคารถที่สูงเกินเอื้อมสำหรับผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) และการนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ในที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้สนใจพลังงานทางเลือกในมุมของสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่เพราะเป็นพลังงานที่ลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวและมั่นคงขึ้น จึงมีการเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม

Cr.Reuters

นอกจากนี้ การประกาศนโยบาย Work From Home เต็มรูปแบบสำหรับหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความน่าสนใจอย่างมาก ผ่านคีย์เวิร์ด #ค่าเดินทางพุ่ง #ประหยัดพลังาน #WFHเพื่อชาติ และ #ค่าน้ำมันแพงกว่าค่าข้าว 

สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเปรียบเทียบต้นทุนการเดินทางกับรายได้รายวัน จึงมีการเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนนำนโยบาย WFH 100% กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายของพนักงาน โดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากรัฐเพียงอย่างเดียว

related