
SHORT CUT
ไม่รักแต่ก็ลาออกไม่ได้: Glassdoor ชี้คนทำงานอเมริกันจำนวนมากติดอยู่ใน “Job Situationship” งานที่พอทนได้ แต่ไม่มีความสุข และย้ายออกยากในตลาดแรงงานที่แช่แข็ง
ในที่ทำงานยุคนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างกับองค์กรเริ่มเหมือนความรักที่ไม่ชัดเจน หลายคนรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่ใช่งานในฝัน แต่ก็ยังไม่สามารถเดินออกมาได้ง่ายๆ
ข้อมูลจาก Glassdoor เว็บไซต์และแอปพลิเคชันหางานชั้นนำระดับโลก ระบุว่า ตลาดแรงงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า 'job situationship' คือการทำงานแบบคาราคาซัง อยู่ต่อได้แต่ไม่ได้รู้สึกผูกพันหรือมีความสุขจริง
คำว่า situationship เดิมใช้เรียกความสัมพันธ์ที่ยังไม่ตกลงสถานะ ไม่ใช่แฟน แต่ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้า Glassdoor นำแนวคิดนี้มาอธิบายชีวิตการทำงานของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่รับงานเพราะจำเป็นต้องมีรายได้ งานอาจ 'พอทนได้' และดีกว่าการตกงาน แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำในระยะยาว นี่คือความรู้สึกของคนทำงานจำนวนมากในตลาดแรงงานปัจจุบัน
ตัวเลขจากงานวิจัยสะท้อนความอึดอัดนี้อย่างชัดเจน คนทำงานถึง 93% ยอมอยู่ในงานที่ไม่ชอบเพราะต้องการความมั่นคง 63% บอกว่าความสัมพันธ์กับงานของตัวเอง 'ซับซ้อน' หรือ 'พร้อมจะเลิกได้ทุกเมื่อ' และ 74% เชื่อว่า ในปี 2026 แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะ “รักงาน” อย่างแท้จริง
ยังมีอีกกลุ่มที่ Glassdoor เรียกว่า 'Career Nesters' หรือ 'Job Huggers' คือคนที่เลือกอยู่ต่อและพยายามหลอกตัวเองให้กลับมารักงานเดิม ข้อมูลพบว่า 28% ของผู้ที่เคยให้รีวิวเชิงลบ กลับมาให้คะแนนนายจ้างดีขึ้นในช่วง 12–24 เดือนถัดมา ราวกับพยายามประคองความสัมพันธ์ที่เริ่มเป็นพิษ
งานวิจัยยังตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า ปัญหานี้อาจเกี่ยวข้องกับผู้จัดการรุ่นมิลเลนเนียลจำนวนมากในปัจจุบัน การบริหารที่ย่ำแย่สามารถเปลี่ยน 'งานที่เคยดี' ให้กลายเป็น งานที่เผาผลาญชีวิต' ได้อย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตคนทำงานรุ่นนี้ ที่กำลังก้าวสู่บทบาทผู้นำ พร้อมๆ กับที่เศรษฐกิจและตลาดแรงงานชะลอตัว
ทั้งหมดนี้ทำให้คนทำงานจำนวนมากติดอยู่ใน “ความรักที่ไม่ดี” กับงานของตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ แต่ก็ยังไปต่อไม่ได้ หลายครั้งตอนสมัครงาน ทุกอย่างดูดีไปหมด แต่เมื่อเริ่มทำจริง งานกลับไม่ตรงปก หรือค่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่เราไม่อยากทำอีกต่อไป
ตามทฤษฎี วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ 'หางานใหม่' เหมือนการเลิกกับคนที่ไม่ใช่แล้วเริ่มต้นใหม่ แต่ในความเป็นจริง ตลาดแรงงานช่วงปี 2025 ต่อเนื่องถึง 2026 กลับอยู่ในภาวะ “แช่แข็ง” คือทั้งการจ้างและการเลิกจ้างต่ำ แม้อัตราว่างงานจะยังไม่สูง แต่โอกาสย้ายงานง่ายๆ แทบหายไป
สุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า คำแนะนำแบบ 'เลิกเถอะ' ใช้ได้กับความรักมากกว่างาน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่สามารถลาออกโดยไม่มีอะไรสำรองได้ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ในชีวิตจริง การติดอยู่ใน situationship อาจไม่ใช่สิ่งที่ใครต้องการ แต่ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายคนก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากอยู่ต่อไป พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองว่า นี่คือแค่ช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงาน หรือคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจน
ที่มา : fortune
ข่าวที่เกี่ยวข้อง