
SHORT CUT
ทรัมป์ขู่กดดันอิหร่าน พร้อมโจมตีรอบใหม่ หากข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลว ขณะรองปธน. แวนซ์มุ่งหน้าไปปากีสถานเพื่อเจรจา ทีมอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดแล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินหน้ากดดันอิหร่านเพิ่มขึ้น ในขณะที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เดินทางไปยังปากีสถานเพื่อเข้าร่วมการเจรจายุติสงคราม ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเลบานอน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงถ่วงบรรยากาศทางการทูต
โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันศุกร์ ระบุว่าข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของเตหะรานคือ “การรีดไถโลกในระยะสั้นด้วยการใช้เส้นทางน้ำสากล” หมายถึงช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ยังปิดใช้งานเกือบทั้งหมด และดันราคาพลังงานโลกให้สูงขึ้น ทรัมป์ย้ำว่า “ผู้นำอิหร่านดูเหมือนไม่ตระหนักว่าตัวเองไม่มีไพ่ในมือเลย”
ทั้งนี้แม้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์จะยังคงมีผลในภาพรวมทั่วตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ และการสู้รบอย่างต่อเนื่องระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ยังคงเป็นตัวแปรที่อาจทำให้การเจรจาที่จะเริ่มขึ้นสุดสัปดาห์นี้ในอิสลามาบัดซับซ้อนมากขึ้น
คณะผู้แทนอิหร่านที่นำโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ เดินทางถึงอิสลามาบัดแล้ว
ก่อนหน้านี้ กาลิบาฟได้ออกมาตอบโต้ โดยย้ำผ่านโซเชียลมีเดียว่า การหยุดยิงในเลบานอนเป็นหนึ่งในมาตรการที่ “ต้องดำเนินการให้สำเร็จก่อนเริ่มการเจรจา” อีกข้อหนึ่งคือ “การปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้” แม้จะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านั้น ทรัมป์ได้ขยายความคำขู่นี้กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ โดยระบุว่าเรือรบสหรัฐกำลังบรรทุก “อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีที่สุด” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีรอบใหม่ หากการเจรจาล้มเหลว เมื่อถูกถามว่าเชื่อว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ทรัมป์ตอบกับนิวยอร์กโพสต์ว่า “เราจะได้รู้กันภายในประมาณ 24 ชั่วโมง”
ด้านแวนซ์ ก่อนออกเดินทางไปปากีสถาน เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าทรัมป์ได้ให้ “แนวทางที่ชัดเจน” สำหรับการเจรจา และรองประธานาธิบดียังเรียกร้องให้อิหร่านให้ความสำคัญกับการเจรจา พร้อมเตือนเตหะรานว่าอย่า “พยายามเล่นเกมกับเรา”
การเดินเรือผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวแทบไม่แสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่เริ่มหยุดยิง เจ้าของเรือยังรอความชัดเจนด้านสถานะของช่องแคบ ข้อมูลติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียลำหนึ่งผ่านช่องแคบไปได้เมื่อค่ำวันพฤหัสบดี แต่กรณีเช่นนี้ยังถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อย
การปิดกั้นอย่างต่อเนื่องยังคงสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) แกว่งตัวทั้งแดนบวกและลบตลอดทั้งวัน ขณะที่นักเก็งกำไรลดสถานะก่อนสุดสัปดาห์เพื่อรักษาท่าทีเป็นกลางก่อนการเจรจาในวันเสาร์ สุดท้ายราคาปิดต่ำกว่า 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล