svasdssvasds

แอมเนสตี้ชี้ สิทธิมนุษยชนถดถอย เผยไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง

แอมเนสตี้ชี้ สิทธิมนุษยชนถดถอย เผยไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง

แอมเนสตี้เตือนสิทธิมนุษยชนโลกถดถอย พบไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง เผย 6 ประเด็นวิกฤต ทั้งการปิดปากผู้เห็นต่าง การคุกคามนักสิทธิ และการละเมิดสิทธิผู้ลี้ภัย จี้รัฐเร่งแก้ไขก่อนระบบคุ้มครองล่มสลาย

SHORT CUT

  • แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกที่กำลังถดถอย โดยชี้ว่าสถานการณ์ในไทยเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มดังกล่าว
  • รายงานระบุว่าประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล 6 ประเด็นหลัก
  • ประเด็นปัญหาสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาได้แก่ การใช้กฎหมายจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การคุกคามนักปกป้องสิทธิฯ และการละเมิดสิทธิผู้ลี้ภัยและชนเผ่าพื้นเมือง

แอมเนสตี้เตือนสิทธิมนุษยชนโลกถดถอย พบไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง เผย 6 ประเด็นวิกฤต ทั้งการปิดปากผู้เห็นต่าง การคุกคามนักสิทธิ และการละเมิดสิทธิผู้ลี้ภัย จี้รัฐเร่งแก้ไขก่อนระบบคุ้มครองล่มสลาย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลง 'รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2568/69' ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์ใน 144 ประเทศและดินแดน โดยเตือนว่า โลกกำลังเผชิญกับแนวโน้มการถดถอยด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ภายใต้การโจมตีต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ระบบพหุภาคี และภาคประชาสังคม

แอมเนสตี้ชี้ สิทธิมนุษยชนถดถอย เผยไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง

รายงานชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกรณีเฉพาะประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระดับโลกที่รัฐและผู้มีอำนาจใช้กฎหมาย นโยบาย และกลไกต่างๆ เพื่อจำกัดสิทธิ เสรีภาพ และพื้นที่ของภาคประชาสังคม ซึ่งทำให้เห็นถึงรูปแบบของ 'ระเบียบโลกแบบนักล่า' ที่กำลังก่อตัวขึ้น ขณะที่ในบริบทของประเทศไทยยังเจอความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนหลายมิติ ทั้งในเรื่องสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ สิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

6 ประเด็นน่าห่วงในประเทศไทย

แอมเนสตี้ชี้ สิทธิมนุษยชนถดถอย เผยไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง

1. เสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุม

ยังมีผู้ถูกคุมขังทางการเมืองจากการชุมนุมโดยสงบอย่างน้อย 55 คน (สืบเนื่องจากช่วงปี 2563-2565) มีการใช้กฎหมายเป็นอาวุธปิดปาก เช่น กรณีของ ดร.พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนกับทหารในประเทศไทย ที่ถูกกล่าวหาภายใต้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเอกสารประชาสัมพันธ์งานสัมมนาทางวิชาการ แม้อัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องในเวลาต่อมา แต่กรณีดังกล่าวทำให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่นักวิชาการอาจต้องเจอจากการทำงานในประเด็นสาธารณะ และส่งผลกระทบต่อเสรีภาพทางวิชาการโดยรวมในประเทศไทย 

2. การคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

มีนักกิจกรรมอย่างน้อย 15 คน จากเครือข่ายภาคประชาชนถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมการชุมนุมประท้วง ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะยังถูกใช้จำกัดสิทธิในการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ ทั้งในทางการเมืองและในหลายบริบท รายงานยังเปิดเผยถึงการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ หลังพบเอกสารภายในของทางการไทยรั่วไหล ซึ่งระบุว่าหน่วยงานรัฐได้จัดตั้ง “ทีมไซเบอร์” เพื่อโจมตีภาคประชาสังคมและผู้เห็นต่าง โดยองค์กรสิทธิมนุษยชน รวมถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ถูกจัดให้เป็น “เป้าหมายที่มีมูลค่าสูง” 

3. การทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

นักปกป้องสิทธิมนุษยชนบางรายยังเผชิญการข่มขู่และการดำเนินคดีจากการทำงานด้านสิทธิ ด้านการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ  รายงานระบุว่า ในปี 2568 มีคำพิพากษาสำคัญที่ทำให้ทหาร 13 นาย มีความผิดฐานทรมาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวทำให้เห็นว่าการทรมานยังเกิดขึ้นและยังจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

4. สิทธิผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ (หลักการไม่ส่งกลับ)

แม้รัฐบาลไทยจะมีมติอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยจากเมียนมาประมาณ 81,000 คน สามารถทำงานได้ถูกกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดด้านสิทธิและการเข้าถึงบริการพื้นฐาน ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีการส่งตัวบุคคลกลับไปยังประเทศที่มีความเสี่ยง โดยในปี 2568 ทางการไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คน กลับไปยังประเทศจีนและยังส่งนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชนเผ่าพื้นเมืองกลับไปยังเวียดนาม สิ่งที่เกิดขึ้นเข้าข่ายละเมิดหลักการไม่ส่งกลับซึ่งเป็นสิทธิตามมาตรฐานสากล

5. สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง

ปี 2568 ที่ผ่านมายังพบอีกว่าสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองถูกโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งและชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการหาเลี้ยงชีพและมีที่อยู่อาศัย ขณะที่กฎหมายว่าด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ฉบับใหม่ที่บังคับใช้ไปเมื่อปลายปียังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่รับรองคำว่า “ชนเผ่าพื้นเมือง” และยังไม่สอดคล้องกับหลักการยินยอมโดยเสรี ล่วงหน้า และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน 

6. สิทธิในสิ่งแวดล้อม

ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การทำเหมืองแร่และการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ ยังส่งผลกระทบข้ามพรมแดนและเข้าข่ายเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชน โดยกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนหลายพื้นที่โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและพื้นที่ในชุมชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่ต้องเจอกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ การเข้าถึงน้ำสะอาด และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ข้อเรียกร้องจากแอมเนสตี้ฯ ถึงรัฐบาลไทย

แอมเนสตี้ชี้ สิทธิมนุษยชนถดถอย เผยไทยยังติดหล่มปัญหาโครงสร้าง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ตั้งแต่การยุติการใช้กฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ การปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบทันทีและไม่มีเงื่อนไข รวมถึงยุติการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เคารพหลักการไม่ส่งกลับ พร้อมทั้งพัฒนาระบบคุ้มครองผู้ลี้ภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และการรับรองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการปกป้องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองควบคู่ไปกับการรับรองสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน เพราะหากสิทธิด้านใดด้านหนึ่งถูกจำกัด ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิในด้านอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้