
SHORT CUT
รศ.ดร.ฐิติวุฒิ เสนอทางออกรับมือต่างชาติยึดแผ่นดิน นิยาม "นอมินี" เป็นภัยความมั่นคงเศรษฐกิจ พร้อมแนะ 3 โมเดลแก้กฎหมายล่าช้า-ตัดวงจรทุนสีเทาข้ามชาติ
ปัญหาคนต่างชาติแฝงตัวทำธุรกิจในไทยไม่ใช่แค่เรื่องแย่งอาชีพคนไทยอีกต่อไป แต่ปัจจุบันมีการใช้ "นอมินี" หรือการถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางธุรกิจผิดกฎหมายและการฟอกเงิน
เปิดไทม์ไลน์ปฏิบัติการทลายโรงเรียนเถื่อน แฉขบวนการต่างชาติส่งเด็กยึดเกาะพะงันเปิดโรงเรียนสอนกันเอง พบพิรุธขออนุญาตเลี้ยงเด็ก 18 คน แต่หน้างานโผล่เกือบร้อย ด้านตำรวจเผยสถิติน่าตกใจ เกาะพะงันครองแชมป์คดีนอมินี "เยอะที่สุดในประเทศ"
ตม.ระบุว่ามีชาวอิสราเอลในเกาะพะงันประมาณ 2,000 - 3,000 คน (รวมทั้งวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นและวีซ่าทำงานระยะยาว)
กรณีทลายโรงเรียนเถื่อน สะท้อนปัญหา “ยิวยึดพะงัน” เพราะเด็กในโรงเรียนที่ถูกจับเกือบทั้งหมดเป็นชาวอิสราเอล แสดงว่ามีชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ถาวร มีครอบครัวและบุตรจำนวนมาก การเดินทางไปเรียนนอกเกาะลำบาก จึงเกิดความพยายามเปิดสถานศึกษาในพื้นที่ (เด็กเยอะถึงขั้นต้องเปิดโรงเรียนสอนเด็กของตัวเอง)
สถิติคดีนอมินี มีคดีที่กำลังติดตามอยู่ประมาณ 20 คดี เป็นชาวอิสราเอล 9-10 คดี ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ - เกาะพะงันมีคดีนอมินี "เยอะที่สุดในประเทศ"
ช่องว่างทางกฎหมาย การจดทะเบียนธุรกิจทางออนไลน์ ทำให้ต่างชาติใช้นอมินีได้ง่าย เปลี่ยนหุ้นโดยไม่ต้องจัดประชุมและส่งรายงานการประชุม ใช้บริษัทเป็นฐานในการขอวีซ่าพำนักในไทยระยะยาว โดยไม่ได้ทำธุรกิจจริง
รศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร จากคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอทางออกเชิงระบบในการจัดการปัญหา “ต่างชาติรุกไทย” ในมิติที่กระทบกับความมั่นคงและเศรษฐกิจ
ทั้งนี้มีหลายกรณีเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และการฟอกเงิน
การถือหุ้นแทนคนต่างชาติ หรือการใช้บริษัทตัวแทนอำพราง ต้องถูกนิยามว่าเป็น “ภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”
เนื่องจากเปิดช่องให้ทุนผิดกฎหมายและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาครอบงำเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญของประเทศ
รัฐต้องเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถเพิกถอนวีซ่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว
ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มีระบบตรวจสอบบริษัทและเส้นทางการเงินแบบดิจิทัลเชื่อมโยงหลายหน่วยงาน ทำให้สามารถระงับใบอนุญาตและเพิกถอนสิทธิการพำนักของชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
ประเทศออสเตรเลียใช้กลไกตรวจสอบการลงทุนต่างชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานกำกับธุรกิจ หากพบการถือหุ้นอำพรางหรือธุรกรรมผิดปกติ สามารถยกเลิกวีซ่าและระงับกิจการได้ทันทีระหว่างการสอบสวน
2. รัฐบาลควรกระจายอำนาจให้จังหวัดหรือพื้นที่เสี่ยงสามารถดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงได้รวดเร็วมากขึ้น เพราะเมืองชายแดนและจังหวัดหรืออำเภอบางจุดกลายเป็นพื้นที่ที่มีการอพยพและตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายจำนวนมาก
ปัจจุบันบางจังหวัดมีคณะกรรมการระดับพื้นที่อยู่แล้ว แต่ยังขาดอำนาจเชิงปฏิบัติในการสั่งระงับหรือเสนอเพิกถอนใบอนุญาตอย่างเร่งด่วน
วิธีการ : พัฒนา “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมด้านวีซ่าและใบอนุญาต” ที่เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์และสามารถเสนอเพิกถอนวีซ่าหรือใบอนุญาตได้ทันทีเมื่อพบพฤติการณ์เสี่ยง
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลแรงงาน วีซ่า และใบอนุญาตธุรกิจแบบรวมศูนย์ หากตรวจพบการทำงานผิดกฎหมายหรือบริษัทบังหน้า หน่วยงานสามารถระงับใบอนุญาตและยกเลิกวีซ่าได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดขั้นตอนด้านเอกสารและลดช่องว่างการทุจริต
3. แม้กฎหมายไทยมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว เช่น
แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่ “ความล่าช้าในการบังคับใช้” และ “ช่องว่างในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน”
ผล : ทำให้เครือข่ายต่างชาติสามารถใช้กระบวนการอุทธรณ์หรือช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อยืดเวลาและขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจต่อไปได้
วิธีการ : พิจารณาปรับกระบวนการให้สามารถ “พักใช้” หรือ “ระงับชั่วคราว” วีซ่าและใบอนุญาตได้ทันทีเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยด้านความมั่นคง ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเต็มรูปแบบ
สหรัฐอเมริกา หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสามารถเพิกถอนวีซ่าหรือระงับสิทธิการเข้าประเทศได้อย่างรวดเร็วเมื่อพบความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางการเงิน ความมั่นคง หรือการฉ้อโกงด้านธุรกิจ
ข้อเสนอ : รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มบทลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ให้คนต่างชาติพักพิง ทำธุรกิจ หรือถือครองทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย
“ปัญหาในปัจจุบันไม่ได้เป็นแต่เพียงการควบคุมคนเข้าเมืองเท่านั้น แต่คือการแข่งขันกับการขยายตัวของภัยคุกคามข้ามชาติ และองค์กรอาชญากรรมที่ใช้กลไกทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือแทรกซึมรัฐและสังคมไทยอย่างเป็นระบบ”
ที่มา : เนชั่นทีวี