
"สภาทนายความ" จับมือ 6 องค์กรสื่อ MOU ส่งทีมช่วย "นักข่าว" สู้คดีถูกฟ้อง ป้องคุกคามสิทธิตรวจสอบข้อเท็จจริงปราศจากความกังวล
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญเพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและส่งเสริมวิชาการแก่สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตแต่กลับถูกฟ้องร้องคุกคามเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สื่อมวลชนทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยปราศจากความหวั่นกลัว
พิธีลงนามครั้งนี้มีขึ้นที่สภาทนายความ โดยความร่วมมือระหว่าง นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้แทนจาก 6 องค์กรสื่อ นำโดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พร้อมด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการรับความช่วยเหลือ ด้านการดำเนินอรรถคดีและการส่งเสริมทางวิชาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือ ประสานงาน ส่งเสริมและช่วยเหลือสื่อมวลชนที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการดำเนินคดีตามกฎหมายและการร่วมมือทางวิชาการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่หวั่นกลัวต่อการคุกคามสิทธิ และปราศจากความวิตกต่อการปฏิบัติงาน
สำหรับเจตนารมณ์ของความร่วมมือสื่อมวลชนมีหน้าที่ในการนำเสนอข้อเท็จจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม สะท้อนภาพที่แท้จริงแก่ประชาชนเพื่อช่วยในการคิดและตัดสินใจต่อการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง บางกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยสุจริต อาจไปกระทบหรือโต้แย้งต่อสิทธิบุคคลหรือองค์กรอื่นที่สูญเสียผลประโยชน์ อาจทำให้เกิดการแทรกแซง ถูกคุกคาม ข่มขู่ อันไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรืออาจใช้ช่องทางกระบวนการยุติธรรมฟ้องร้องสื่อมวลชนให้หยุดการเสนอข่าว หรือฟ้องคดีเพื่อข่มขู่ตัวผู้สื่อข่าวหรือบุคคลในกองบรรณาธิการข่าวให้เกิดความกลัว ให้หยุดหรือชะลอการเสนอข่าว หรือเสนอให้เบาลงหรือบิดเบือนไป หรือในอีกด้านหนึ่ง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวอาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่ปัญหาคดีแรงงาน คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีปกครอง ฯลฯ เมื่อเขาเหล่านั้นถูกดำเนินคดี ย่อมเกิดความวิตกกังวล เรื่องการคิดต่อสู้คดี การเตรียมคดี ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีโทษที่อาจจะได้รับฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางสำนักงานสื่อฯ อาจปล่อยปละให้ผู้สื่อข่าวดำเนินคดีโดยลำพัง หรือเกิดคดีความเมื่อถูกเลิกจ้างไปแล้วโดยไม่มีรายได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน จนอาจส่งผลกระทบไปยังเพื่อนร่วมวิชาชีพ ให้หวั่นวิตกถึงอนาคตการทำงานตามไปด้วย
ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง 7 องค์กรในครั้งนี้ จึงมีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต แต่ถูกดำเนินคดีในชั้นสอบสวน ในชั้นศาล ในทุกกฎหมาย รวมทั้งคดีที่เกี่ยวพันกัน
สาระสำคัญของความร่วมมือมีดังนี้ 1.ช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ตลอดจน 6 องค์กรสื่อ ซึ่งได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้ เมื่อถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต รวมถึงคดีที่เกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้เปล่าตลอดทุกชั้นศาล ยกเว้นการเสียค่าธรรมเนียมศาล ค่าฤชาธรรมเนียมต่างๆ ทั้งนี้ โดยผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ได้แต่งตั้งขึ้นจากองค์กรสื่อซึ่งได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้
2. ช่วยเหลือสนับสนุนด้านการดำเนินคดี เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ตลอดจนหกองค์กรสื่อซึ่งได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้ เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่ง อาญา ปกครอง โดยให้เปล่าตลอดในชั้นสอบสวน ทุกชั้นศาล ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ค่าฤชาธรรมเนียมต่างๆ ทั้งนี้ โดยผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ได้แต่งตั้งขึ้นจากองค์กรสื่อซึ่งได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้
3. สนับสนุนด้านการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่สื่อมวลชน
4. สนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและการประชาสัมพันธ์ด้านกิจกรรมต่างๆ ระหว่างสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
โดยบันทึกข้อตกลงนี้มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เริ่มเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สิ้นสุดวันที่ 7 พฤษภาคม 2573