ก.ต. ฟันวินัยร้ายแรงไล่ออก 'อดีตอธิบดีศาลแพ่ง' เอื้อประโยชน์คดีหุ้น 'ณรงค์เดช'

ก.ต. ฟันวินัยร้ายแรงไล่ออก 'อดีตอธิบดีศาลแพ่ง' เอื้อประโยชน์คดีหุ้น 'ณรงค์เดช'

สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติลงโทษวินัยร้ายแรงสั่งไล่ออกข้าราชการตุลาการเอื้อประโยชน์คู่ความ และสั่งงดเลื่อนเงินเดือนอีกราย 2 ปี หลังพบพฤติการณ์ร้ายแรงคบหาสมาคมและเข้าออกบ้านพักคู่ความตระกูลณรงค์เดช แทรกแซงคดีเรียกทรัพย์และปลดอายัดหุ้นพันล้าน

SHORT CUT

  • คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติลงโทษทางวินัยร้ายแรง โดยสั่งไล่ออกอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง
  • สาเหตุการลงโทษเกิดจากพฤติการณ์ช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้แก่คู่ความในคดีพิพาทหุ้นของตระกูล "ณรงค์เดช"
  • การสอบสวนพบหลักฐานจากภาพวงจรปิดว่าอดีตอธิบดีผู้พิพากษาได้เข้าไปในบ้านของคู่ความในคดีมูลค่าหลายพันล้านบาท

สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติลงโทษวินัยร้ายแรงสั่งไล่ออกข้าราชการตุลาการเอื้อประโยชน์คู่ความ และสั่งงดเลื่อนเงินเดือนอีกราย 2 ปี หลังพบพฤติการณ์ร้ายแรงคบหาสมาคมและเข้าออกบ้านพักคู่ความตระกูลณรงค์เดช แทรกแซงคดีเรียกทรัพย์และปลดอายัดหุ้นพันล้าน

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ได้เผยแพร่ผลการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 18/2569 ซึ่งมีมติลงโทษวินัย ข้าราชการตุลาการ 2 ราย หลังพบพฤติการณ์ทุจริตเอื้อประโยชน์คู่ความ โดยรายแรกถูกสั่ง ไล่ออก ทันที ส่วนรายที่สองถูกลงโทษ วินัยไม่ร้ายแรง สั่งงดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี ปมเรียกคืนสำนวนคดีขัดระเบียบพระธรรมนูญศาล เพื่อธำรงความยุติธรรมและความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน

นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการ ครั้งที่ 18 /2569 โดยนอกจากเรื่องเห็นชอบบัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติ ในวาระที่น่าสนใจดังนี้ ที่ประชุม ก.ต.พิจารณารายงานผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 2 ราย

โดยรายแรก มีพฤติการณ์คบหาสมาคมกับคู่ความ หรือบุคคลอื่น ซึ่งมีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคดีความ มีพฤติการณ์จ่ายสำนวนในลักษณะที่เป็นการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันอาจกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรม

ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ลงโทษไล่ออกจากราชการ

สำหรับตุลาการที่ถูกลงโทษและออกจากราชการ เคยเป็นอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ในเขตพื้นที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถูกร้องเรียนกรณีมีภาพวงจรปิด เข้าไปในบ้านคู่ความของตระกูล ณรงค์เดช และถูกร้องว่ามีส่วนช่วยเหลือในคดีพิพาทเกี่ยวกับประเด็นเรียกทรัพย์คืน และปลดอายัดเงินปันผลหุ้น ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท

ส่วนรายที่สอง เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาในศาลแพ่ง มีพฤติการณ์เสนอความเห็นในการเรียกสำนวนคดีของศาลแห่งหนึ่งคืน ซึ่งเป็นการไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 33

ก.ต. ฟันวินัยร้ายแรงไล่ออก 'อดีตอธิบดีศาลแพ่ง' เอื้อประโยชน์คดีหุ้น 'ณรงค์เดช'

 

เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เห็นควรให้งดเลื่อนตำแหน่ง หรืองดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี

รองอธิบดีผู้พิพากษาที่ถูกลงโทษ เป็นคนเดียวกับที่เคยเป็นข่าว ระหว่างที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้เคยแจ้งข้อเท็จจริงเป็นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ก.ต. ว่ามีการเสนอจากอธิบดีผู้พิพากษาในศาลเดียวกัน ซึ่งขณะที่ตนดำรงตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลนั้น เป็นเงินจำนวน 100 กิโลกรัม (100 ล้านบาท) เพื่อให้เพิกถอนการอายัดทรัพย์ แต่ไม่ได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ

ก.ต. ฟันวินัยร้ายแรงไล่ออก 'อดีตอธิบดีศาลแพ่ง' เอื้อประโยชน์คดีหุ้น 'ณรงค์เดช'

ก.ต. ฟันวินัยร้ายแรงไล่ออก 'อดีตอธิบดีศาลแพ่ง' เอื้อประโยชน์คดีหุ้น 'ณรงค์เดช'

 

 

related