
SHORT CUT
'ซาบ' เปิดตัว HEAT 758 กระสุนต่อต้านรถถังที่สามารถทำลายเกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิด ออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสทะลวงยานเกราะหนักในสนามรบยุคใหม่
'ซาบ' (Saab) บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและระบบป้องกันประเทศจากสวีเดนเปิดตัว 'HEAT 758' กระสุนต่อต้านรถถังรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อต่อกรกับเกราะไฮเทคสมัยใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 โดยสร้างขึ้นสำหรับระบบปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง ตระกูลคาร์ล-กุสตาฟ (Carl-Gustaf) ขนาด 84 มม. (3.31 นิ้ว) และสามารถเจาะทำลายเกราะปฏิกิริยา (Reactive Armor) สมัยใหม่ได้ด้วย
ตลอดกว่า 1 ศตวรรษที่ผ่านมา มีการแข่งชันระหว่าง 'เกราะ' และ 'อาวุธ' ที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รถถังคันแรกปรากฏในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยเกราะที่ทำจากแผ่นเหล็กอ่อนที่ยึดด้วยหมุด ซึ่งยังสามารถถูกเจาะทะลุได้ด้วยปืนไรเฟิลกำลังสูง จนถึงปัจจุบันที่ใช้เกราะโลหะผสมเหล็กที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น เพิ่มความหนาเพื่อให้แข็งแรงทนทาน รวมถึงเทคนิกวิธีทำเกราะแบบลาดเอียง เพื่อเบี่ยงเบนกระสุนและกระจายแรงกระแทก
แต่เกราะนี้ก็ถูกตอบโต้ด้วยอาวุธต่อต้านเกราะรุ่นใหม่ เช่น พันแซร์เฟาสท์ (Panzerfaust) และ พันแซร์เชร็ค (Panzerschreck) ของเยอรมนี ไปจนถึงบาซูก้า (Bazooka) ของสหรัฐ และ เพียท์ (PIAT) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้หัวรบแบบเจาะเกราะดินระเบิดโพรง จนนำไปสู่การคิดค้น 'เกราะคอมโพสิต' ที่ประกอบด้วยเหล็ก เซรามิก และวัสดุผสมหลายชนิด ซึ่งต่อมาก็ต้องรับมือกับกระสุนเจาะเกราะความเร็วสูงที่ทำจากยูเรเนียมพร่องกัมมันตรังสี
หนึ่งในความก้าวหน้าที่ได้ผลดีเป็นพิเศษคือ 'เกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิด' (ERA) ซึ่งตัวถังของรถถังจะถูกหุ้มด้วยกล่องเหล็กที่บรรจุวัตถุระเบิดแรงสูง กล่องเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้ระเบิดหากถูกโจมตีด้วยกระสุนเจาะเกราะ หรือหัวรบแบบเจาะเกราะดินระเบิดโพรง ทำให้เกิดการระเบิดตอบโต้ที่ขัดขวางและเบี่ยงเบนกระสุนหรือแรงระเบิดที่พุ่งเข้ามา
เกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิดเหล่านี้นี้มีความซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซาบและผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศรายอื่น ๆ ต้องเร่งพัฒนากระสุนให้มีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน
สำหรับกระสุน HEAT 758 ที่ได้รับการสาธิตเป็นครั้งแรกในเมืองคาร์ลสโกกาของสวีเดน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เป็นกระสุนที่ผลิตขึ้นสำหรับระบบปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง ตระกูลคาร์ล-กุสตาฟ ที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคสงครามเย็น กระสุนรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อรับมือกับยานเกราะหนักที่ติดตั้งเกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิดสมัยใหม่ รวมถึง ระบบเกราะคอนทัคต์-1 (Kontakt-1) ระบบเกราะคอนทัคต์-5 (Kontakt-5) และระบบเกราะเรลิกต์ (Relikt)
กระสุน HEAT 758 เป็นที่รู้จักกันในฐานะกระสุนต่อต้านรถถังที่มีหัวรบประจุระเบิดคู่ โดยกระสุนรุ่นก่อนหน้านี้จะทำลายเกราะปฏิกิริยาด้วยการให้หัวรบชั้นแรกไปกระตุ้นให้กล่องระเบิดของรถถังทำงานก่อน จากนั้นหัวระเบิดชั้นที่ 2 จะเจาะทะลุเข้าไปโจมตีแผ่นเกราะหลักที่ไม่มีการป้องกันแล้วและระเบิดทะลุผ่านด้วยหัวรบแบบเจาะเกราะดินระเบิดโพรง
แม้ดูจะเป็นแนวคิดที่ได้ผล แต่การระเบิดครั้งแรกอาจส่งผลเสียได้ เนื่องจากไปรบกวนการทำงานของการพ่นประจุหลักในลำดับที่ 2 ได้ ทำให้การพัฒนากระสุน HEAT 758 จึงพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยสารตั้งต้นที่ไม่ก่อปฏิกิริยา (Non-Initiating Precursor: NIP) ในขั้นตอนที่ 2 สอง ซึ่งใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิด
ตรงกันข้ามกับความเชื่อทั่วไป วัตถุระเบิดไม่ได้จุดติดได้ง่าย ดินระเบิดจะไม่ระเบิดตูมตามเพียงเพราะตกพื้น 'เจลิกไนต์' สามารถโยนเล่นได้เหมือนดินน้ำมัน และแม้แต่ TNT ก็สามารถเผาไหม้ในกองไฟโดยไม่ระเบิดได้ การทำให้วัตถุระเบิดเหล่านี้ทำงานต้องใช้ลำดับของสารระเบิดที่มีความไวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อจุดชนวนการระเบิดครั้งใหญ่
ประเด็นนี้สำคัญต่อเกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิด เพราะเมื่อติดตั้งบนรถถัง หมายความว่าต้องมีความไวเพียงพอที่จะระเบิดเมื่อถูกโจมตีจากอาวุธของฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องไม่ไวเกินไปจนระเบิดชึ้นเพียงเพราะรถถังบังเอิญไปชนท้ายรถยนต์ทั่วไป
สิ่งที่ กระสุน HEAT 758 ทำคือการใช้ประโยชน์จากจุดที่เหมาะสมที่สุด จากการโจมตีเกราะด้วยแรงที่เพียงพอให้ทะลุและเปิดทางให้หัวรบเจาะเกราะหลักเข้าโจมตี แต่ไม่แรงพอที่จะทำให้เกราะปฏิกิริยาเสริมระเบิดทำงานขึ้นเสียก่อน
'ซาบ' ระบุว่า เทคโนโลยีนี้เกิดจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำลองสถานการณ์ดิจิทัลมากกว่า 50,000 ครั้ง เพื่อศึกษาว่ากระสุน HEAT 758 จะกระทบเป้าหมายอย่างไร นอกจากนี้ กระสุนยังใช้เทคโนโลยี Firebolt ระบบสื่อสารดิจิทัลที่เชื่อมต่อระหว่างกระสุน เครื่องยิงคาร์ล กุสตาฟ เอ็ม 4 (Carl-Gustaf M4) และอุปกรณ์ควบคุมการยิง 558 เพื่อดึงข้อมูลเกี่ยวกับชนิดกระสุนและอุณหภูมิของดินปืนโดยเฉพาะ ทำให้สามารถคำนวณวิถีกระสุนที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการโจมตีสูงสุด
กระสุน HEAT 758 สามารถเจาะเกราะเหล็กแบบ 'เกราะเหล็กกล้าแผ่นรีดเนื้อเดียว' (Rolled Homogeneous Armor) ที่มีความหนาถึง 700 มิลลิเมตร ได้ในระยะหวังผลสูงสุด 700 เมตร (766 หลา) ด้วยความเร็วปากกระบอกปืน 255 เมตรต่อวินาที (570 ไมล์ต่อชั่วโมง)
กระสุนแต่ละนัดมีน้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม (16 ปอนด์) และมีความยาวน้อยกว่า 1 เมตร (39 นิ้ว) โดยปลอกกระสุนทำจากวัสดุคาร์บอนคอมโพสิต และซับในลำกล้องทำจากไทเทเนียม
ทั้งนี้ 'ซาบ' ระบุว่า กระสุน HEAT 758 กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิตแล้วสำหรับลูกค้ารายหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตน