
SHORT CUT
หุ้น Boeing ร่วงหนักหลังจีนยืนยันสั่งซื้อเครื่องบินเพียง 200 ลำ ผิดโผจากที่คาดการณ์ไว้ 500 ลำ สะท้อนความตึงเครียดทางการค้าและศักยภาพการแข่งขันที่ตามหลัง Airbus
กลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง เมื่อราคาหุ้น Boeing ยักษ์ใหญ่ด้านอากาศยานจากสหรัฐฯ ร่วงลงทันที 4.1% ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยรายละเอียดคำสั่งซื้อเครื่องบินจากจีนที่ 'น้อยกว่าที่คาด' ภายหลังการพบปะครั้งสำคัญกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศผ่านรายการของ Fox News ด้วยท่าทีที่พึงพอใจว่า 'เขาสัญญาว่าจะสั่งซื้อเครื่องบิน 200 ลำ... ลำใหญ่ๆ ทั้งนั้น'
แต่ในมุมมองของ Wall Street ตัวเลขนี้ถือเป็นความน่าผิดหวัง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวหนาหูว่าทั้งสองประเทศกำลังเจรจาดีลใหญ่ที่ครอบคลุมเครื่องบินถึง 500 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่น 737 MAX รวมถึงเครื่องบินลำตัวกว้าง (Widebody) อีกจำนวนมาก
ดีลครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น 'เบี้ยต่อรอง' สำคัญในการรักษาความสงบทางการค้า หลังจากที่ทรัมป์ยอมระงับการขึ้นภาษีสินค้าจีน และฝ่ายจีนยอมถอยจากการจำกัดการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths)
อย่างไรก็ตาม การที่คำสั่งซื้อจริงหายไปกว่าครึ่งจากที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน 'สั่นคลอน'
ตลาดการบินในประเทศจีนถือเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าจีนต้องการเครื่องบินใหม่ถึง 9,000 ลำภายในปี 2045
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Boeing กลับสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Airbus จากยุโรปอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะหลังจากปี 2018 ที่ Airbus เข้ามาตั้งโรงงานประกอบในเทียนจิน ทำให้การส่งมอบเครื่องบินทำได้เหนือกว่า Boeing อย่างชัดเจน
นักวิเคราะห์จาก BNP Paribas ให้ความเห็นว่า คำสั่งซื้อเครื่องบินจากจีนมักถูกใช้เป็น 'เครื่องมือทางการทูต' มากกว่าจะเป็นเรื่องทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งคำสั่งซื้อครั้งสุดท้ายที่ Boeing ได้รับอย่างเป็นชิ้นเป็นอันต้องย้อนกลับไปถึงปี 2017 ในช่วงการเยือนปักกิ่งครั้งแรกของทรัมป์
แม้ซีอีโอของ Boeing อย่าง Kelly Ortberg จะร่วมคณะเดินทางไปจีนด้วยความหวังจะยุติข้อพิพาทและคว้าดีลยักษ์
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจยังคงมีความเปราะบาง และความได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์ของ Boeing ในจีนยังคงไม่ฟื้นตัวกลับมาอย่างที่หวัง
ที่มา : REUTERS