
SHORT CUT
กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังเข้ม 'อีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว' ยังไร้วัคซีน-ยารักษา WHO ยกระดับฉุกเฉินสาธารณสุขโลก ล่าสุด สธ.พบผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง 5 ราย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ 'บันดิบูเกียว' ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศแถบแอฟริกา โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา
ซึ่งขณะนี้พบผู้ป่วยต้องสงสัยจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 160 ราย ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นโรครุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูง และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาสำหรับสายพันธุ์ดังกล่าว
แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนายแพทย์โรม บัวทอง ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยทั้งรายสงสัยและรายยืนยัน แต่ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในทุกด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
สำหรับเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว ถือเป็นสายพันธุ์ที่พบไม่บ่อย แม้ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยารักษาเฉพาะ โดยคาดว่าอาจต้องใช้เวลา 3-9 เดือนในการพัฒนาและผลิต ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โรคอีโบลาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีค้างคาวผลไม้เป็นแหล่งรังโรค และสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ไม่ได้แพร่ผ่านการไอหรือจามเหมือนโรคโควิด-19 ทำให้การแพร่กระจายช้ากว่า อย่างไรก็ตาม โรคมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 40-80 และมีระยะฟักตัวประมาณ 2-21 วัน โดยอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยทั้งในกลุ่มสงสัยหรือยืนยันในประเทศ แต่เพื่อความไม่ประมาท กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย มีผลบังคับใช้เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองผู้เดินทาง โดยวางมาตรการสากลอย่างเป็นระบบตั้งแต่สนามบินต้นทาง
ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงต้องลงทะเบียนและกรอกข้อมูลสุขภาพล่วงหน้า พร้อมทั้งให้สายการบินส่งรายชื่อผู้เดินทางให้เจ้าหน้าที่ไทยตรวจสอบก่อนทำการบิน หากพบผู้โดยสารมีอาการเข้าข่ายเสี่ยงจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจะเข้าทำการตรวจสอบและคัดกรองอุณหภูมิร่างกายทันที โดยข้อมูลล่าสุดพบผู้เดินทางจากเขตติดโรคเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 5 ราย แบ่งเป็นจากยูกันดา 4 ราย และคองโก 1 ราย ซึ่งผลการตรวจคัดกรองเบื้องต้นไม่พบอาการป่วยใดๆ ทั้งหมดจึงเข้าสู่ระบบ "คุมไว้สังเกต" ซึ่งสามารถใช้ชีวิตและเดินทางได้ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะติดตาม วัดไข้ และให้รายงานอาการต่อเนื่องทุกวันจนครบ 21 วัน พร้อมเตรียมมาตรการ 'กักกัน' และ 'แยกกัก' ส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบความผิดปกติในภายหลัง
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคย้ำว่าไวรัสอีโบลาจะแพร่เชื้อได้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยแสดงอาการแล้วเท่านั้น ประกอบกับปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินตรงจากทั้งสองประเทศมายังประเทศไทย ขอให้ประชาชนมั่นใจในความพร้อมของทีมสอบสวนควบคุมโรคและห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อของไทยที่มีมาตรฐานสากล