
SHORT CUT
งานวิจัยชี้ คนที่ก้มหน้าดูมือถือระหว่างสนทนา อาจถูกมองว่าน่าเข้าหาน้อยลง เพราะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกไม่สำคัญ
เรามักคิดว่าความน่าดึงดูดเกิดจากหน้าตา บุคลิก ความคล้ายกันทางความคิด หรือความเป็นมิตรที่อีกฝ่ายแสดงออกมา แต่ในยุคที่โทรศัพท์มือถือแทบกลายเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของมนุษย์ งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นว่า ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความรู้สึกของคนรอบข้างอย่างมาก นั่นคือ คนคนนั้น 'ไม่จมอยู่กับหน้าจอ' ตลอดเวลา
ลองนึกภาพง่าย ๆ เวลาเราเดินเข้าไปหาเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง แล้วเห็นเขากำลังก้มหน้าพิมพ์ข้อความหรือเลื่อนหน้าจออย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้าเขายังคงก้มหน้าต่อไป ไม่มองเรา ไม่ทัก ไม่ตอบสนอง ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ความโกรธรุนแรง แต่อาจเป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ว่า 'เราไม่สำคัญพอ'
ตรงกันข้าม หากอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา เห็นเรา แล้วรีบวางโทรศัพท์ลง ยิ้มให้ หรือทักทายอย่างตั้งใจ การกระทำนั้นแทบไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ แต่สื่อสารได้ชัดเจนว่า 'ตอนนี้คุณสำคัญกว่าสิ่งที่อยู่ในมือถือ'
นี่คือพลังเล็ก ๆ ของการให้ความสนใจ ที่ส่งผลต่อความประทับใจแรกและความสัมพันธ์มากกว่าที่หลายคนคิด
ในงานศึกษาของ SoJin Lee และคณะ เมื่อปี 2026 นักวิจัยได้สำรวจว่า การใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ทำให้คนเราดูน่าดึงดูดน้อยลงหรือไม่ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เรียกว่า Phubbing ซึ่งหมายถึงการเมินคนตรงหน้า แล้วหันไปให้ความสนใจกับกิจกรรมในมือถือแทน
พฤติกรรมนี้พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การนั่งกินข้าวกับคนรักแต่ต่างคนต่างก้มดูมือถือ การคุยกับเพื่อนแต่คอยเช็กแจ้งเตือนตลอดเวลา ไปจนถึงการประชุมหรือพบปะในที่ทำงานที่บางคนดูเหมือนอยู่ตรงนั้น แต่ใจจริงกลับอยู่ในหน้าจอ
สิ่งที่น่าสนใจคือ Phubbing ไม่ได้ส่งผลแค่ทำให้บทสนทนาสะดุดเท่านั้น แต่มันยังส่งผลลึกกว่านั้นในระดับความรู้สึก คนที่ถูกเมินอาจรู้สึกเหมือนถูกกันออกจากพื้นที่ตรงหน้า รู้สึกไม่สำคัญ หรือรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วยจริง ๆ ความรู้สึกเหล่านี้สามารถนำไปสู่ความไม่พอใจ ความขัดแย้ง และทำให้คุณภาพของความสัมพันธ์ลดลงได้
งานวิจัยยังพบว่า คนที่มีพฤติกรรม phubbing มักถูกมองว่ามี 'ความอบอุ่น' และ 'ความสามารถ' ลดลง
ความอบอุ่นในที่นี้หมายถึงภาพลักษณ์ของคนที่เป็นมิตร จริงใจ และเข้าถึงง่าย ส่วนความสามารถหมายถึงภาพของคนที่ดูฉลาด มีทักษะ และรับมือกับสถานการณ์ได้ดี เมื่อคนคนหนึ่งเอาแต่ก้มหน้าดูมือถือระหว่างอยู่กับผู้อื่น เขาอาจถูกมองว่าไม่ใส่ใจ ไม่มีมารยาท หรือไม่พร้อมสำหรับการสื่อสารที่มีคุณภาพ
พูดง่าย ๆ คือ แม้คนคนนั้นอาจไม่ได้ตั้งใจหยาบคาย แต่พฤติกรรมก้มหน้าดูมือถือสามารถทำให้เขาดู 'ห่างเหิน' 'ไม่น่าเข้าหา' และ 'ไม่น่าประทับใจ' ได้โดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม บริบทก็สำคัญมาก งานวิจัยพบว่า การใช้มือถือในสถานการณ์ทางสังคม เช่น ระหว่างกินข้าวกับเพื่อน คุยกับคนรัก หรือพบปะคนรู้จัก ส่งผลเสียต่อความประทับใจมากกว่าการใช้มือถือในบริบทการทำงาน เพราะในที่ทำงาน คนอื่นอาจเข้าใจได้ว่าการใช้โทรศัพท์อาจเกี่ยวข้องกับหน้าที่ งานด่วน หรือการติดต่อที่จำเป็น
แต่ถ้าจำเป็นต้องตอบข้อความด่วน การบอกคนตรงหน้าสั้น ๆ ว่า 'ขอเช็กข้อความสำคัญแป๊บหนึ่ง' อาจช่วยลดความรู้สึกถูกเมินได้มากกว่าการหยิบมือถือขึ้นมาเงียบ ๆ แล้วหายเข้าไปในหน้าจอ หรือถ้าอยู่ในช่วงสนทนาสำคัญ การเปิดโหมดห้ามรบกวน ปิดแจ้งเตือน หรือใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติ ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เรายังติดต่อกับโลกดิจิทัลได้ โดยไม่ละเลยคนที่อยู่ตรงหน้า
ที่มา : psychologytoday
ข่าวที่เกี่ยวข้อง