
SHORT CUT
กระทรวงพลังงาน ชง เก็บค่าไฟ Data Center เพิ่ม! ‘เอกนัฏ’ สั่งวางมัดจำจองไฟ สกัดภาระตกประชาชน ลุย PDP 2026 ดันพลังงานสะอาด 60%
กระทรวงพลังงาน เตรียมออกมาตรการใหม่คุมเข้มการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจ Data Center หลังมีการยื่นขอใช้ไฟฟ้ารวมเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ โดยเตรียมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการจองกำลังไฟฟ้าต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า เพื่อนำเงินไปพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและลดภาระค่าไฟของประชาชน พร้อมเดินหน้าจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ฉบับใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดของประเทศเป็น 60% ภายในปี 2050
'เอกนัฏ พร้อมพันธุ์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนา ‘Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ ในหัวข้อ ‘ทิศทางพลังงานไทยบนความท้าทาย PDP 2026’ ว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างกำหนดมาตรการป้องกันการจองกำลังไฟฟ้าล่วงหน้าเกินความจำเป็น หรือ Over Forecast ของกลุ่มธุรกิจ Data Center
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ยื่นขอใช้ไฟฟ้าจะต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า โดยยกตัวอย่างกรณีจองกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ อาจต้องวางเงินมัดจำเทียบเท่าค่าไฟฟ้าล่วงหน้า 1 ปี หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อให้การจองใช้ไฟฟ้ามีความชัดเจนและสะท้อนความต้องการใช้จริง
กระทรวงพลังงานมองว่า เงินมัดจำดังกล่าวสามารถนำมาใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า และช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาว พร้อมย้ำว่า Data Center ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต้องสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงเข้ามาใช้ทรัพยากรพลังงานของประเทศ
เอกนัฏ กล่าวว่า การกำหนดทิศทางพลังงานไทยในอนาคตต้องตอบโจทย์ 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ ราคาพลังงานที่แข่งขันได้ ความสะอาดตามมาตรฐานสากล และความมั่นคงทางพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
ปัจจุบันประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% และนำเข้าก๊าซธรรมชาติจำนวนมากเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า ทำให้มีความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลก หากเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางหรือภูมิภาคสำคัญด้านพลังงาน จะส่งผลต่อต้นทุนภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยโดยตรง
สำหรับแผน PDP 2026 กระทรวงพลังงานเตรียมกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นไม่ต่ำกว่า 60% ภายในปี 2050 พร้อมผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างจริงจัง โดยลดขั้นตอนการอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น หากติดตั้งเพื่อใช้เองต้องแล้วเสร็จภายใน 7 วัน ส่วนกรณีผลิตไฟฟ้าขายคืนเข้าสู่ระบบจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าคืนจากภาคประชาชน จากเดิม 90 เมกะวัตต์ เป็น 500-1,000 เมกะวัตต์ ควบคู่กับมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการสนับสนุนเงินดาวน์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ครัวเรือนเข้าถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพทั้งเอทานอลและไบโอดีเซล เพื่อรักษาฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย รวมถึงสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และมีศักยภาพแข่งขันกับก๊าซ LNG นำเข้าได้ดีขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤติพลังงานโลก
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยแยกค่าใช้จ่ายสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชนอย่างชัดเจน เพื่อให้ภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยตรง