
AIS จับมือ พันธมิตร ปลุกพลัง “Human Connection” เปลี่ยนความเหงา เป็นความสัมพันธ์
'ความเหงา' กำลังเป็นโจทย์ใหม่ของสังคมไทย! AIS จับมือ Match Group-Tinder ผนึก 7 พันธมิตร เปิด Human Connection Campaign สร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและมีความหมาย
แม้โลกดิจิทัลจะทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายกว่าที่เคย แต่สิ่งที่สังคมไทยกำลังเผชิญกลับไม่ใช่ปัญหาการขาดการเชื่อมต่อทางเทคโนโลยี หากเป็น "ความเหงา ความโดดเดี่ยว และการขาดความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ" ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของคนในยุคดิจิทัล และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สุขภาวะทางใจ รวมถึงความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
ด้วยเหตุนี้ AIS จึงจับมือ Match Group และ Tinder พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กรมสุขภาพจิต, Global Initiative on Loneliness and Connection (GILC), Thailand Institute for Mental Health Sustainability (TIMS), Sati, Match Group, Tinder และ AIS เปิดตัว Human Connection Campaign Thailand เพื่อรณรงค์สร้างการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างสรรค์ ทั้งบนโลกดิจิทัลและในชีวิตจริง พร้อมผลักดันให้การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย มากกว่าการเป็นเพียงช่องทางในการติดต่อสื่อสาร
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางผลสำรวจ Human Connection Survey ที่จัดทำโดย Ipsos ในนาม Match Group ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของคนไทยในยุคปัจจุบัน โดยพบว่า 87% ของคนไทยกำลังมองหาความสัมพันธ์หรือการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ขณะที่ 72% ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย มากกว่าการมีความสัมพันธ์จำนวนมากแต่เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบผิวเผิน สะท้อนว่าแม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ผู้คนเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดัน
‘กานติมา เลอเลิศยุติธรรม’ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การเชื่อมต่อทางดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการสร้างสังคมที่เชื่อมโยงกันอย่างมีคุณภาพกำลังเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของประเทศ โดยมองว่าการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัลไม่ควรเป็นเพียงการทำให้ผู้คนติดต่อกันได้สะดวกขึ้นเท่านั้น แต่ต้องสามารถสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้ เพราะในวันที่เทคโนโลยีทำให้ทุกคนเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง เข้าใจกัน และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมากขึ้นด้วย
กานติมา กล่าวว่า AIS เชื่อว่าการพัฒนาประเทศในยุคใหม่ไม่สามารถมองเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับ "โครงสร้างพื้นฐานทางใจ" ของผู้คนควบคู่กันไป จึงเดินหน้าสร้าง Safe Digital Society ผ่านการส่งเสริม Digital Literacy และ AI Literacy เพื่อให้คนไทยใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ พร้อมให้ความสำคัญกับ People Well-being และการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทั้งองค์กรและสังคม
ที่ผ่านมา AIS เดินหน้าขับเคลื่อน Safe Digital Society อย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ AIS อุ่นใจไซเบอร์ ที่มุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ ให้แก่เด็ก เยาวชน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดสู่การส่งเสริม AI Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยไซเบอร์ ข้อมูลเท็จ และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดจากเทคโนโลยี AI ซึ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
นอกจากนี้ AIS ยังให้ความสำคัญกับการดูแล People Well-being ผ่านการส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจของพนักงาน การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้เรียนรู้ เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และความสัมพันธ์ ผ่านกิจกรรมและหลักสูตรการเรียนรู้ดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม AIS LearnDi โดยมองว่าการสร้าง Safe Relationship เป็นทักษะสำคัญของสังคมยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์จำนวนมากเริ่มต้นและเติบโตบนโลกออนไลน์ การส่งเสริมความรู้เรื่องการสร้างความสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การเคารพขอบเขตของตนเองและผู้อื่น รวมถึงการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ จึงเป็นส่วนสำคัญของการสร้างการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพและยั่งยืน
เพื่อขยายแนวคิดดังกล่าวสู่การปฏิบัติ AIS ยังเตรียมต่อยอดการสร้างประสบการณ์และพื้นที่แห่งการเชื่อมต่อในชีวิตจริง ผ่าน AIS SIAM ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็น People Connected Hub สำหรับคนรุ่นใหม่ในการพบปะ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และทำกิจกรรมร่วมกัน สะท้อนแนวคิดว่าการเชื่อมต่อที่ดีไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะบนโลกออนไลน์ แต่ต้องนำไปสู่ความสัมพันธ์ คุณค่า และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในโลกจริงด้วย
ด้าน Ms. Katie Peters, Senior Vice President and Head of Corporate Affairs, Match Group กล่าวว่า ความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนถือเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาวะที่ดี แต่ผลการศึกษาพบว่าผู้คนจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ขณะที่หลายคนยังคงมองหาการเชื่อมต่อและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม Human Connection Campaign จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้คนได้สร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ และช่วยให้ทุกคนรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสังคมมากยิ่งขึ้น
สำหรับ Human Connection Campaign Thailand นับเป็นการรวมพลังของกรมสุขภาพจิต, Global Initiative on Loneliness and Connection (GILC), Thailand Institute for Mental Health Sustainability (TIMS), Sati, Match Group, Tinder และ AIS เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความเหงา ความโดดเดี่ยว และการขาดความเชื่อมต่อทางสังคม ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสังคมไทย โดยสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างสังคมที่ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง เข้าใจกัน และมีความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการร่วมกันสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการเชื่อมต่อที่มีทั้งความหมาย ความปลอดภัย และความรับผิดชอบร่วมกัน
ทั้งนี้ Human Connection Campaign ตั้งเป้าขยายความร่วมมือไปสู่องค์กรมากกว่า 100 องค์กร และเข้าถึงพนักงานกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ ภายในปี 2570 ผ่านการผลักดัน Human Connection Pledge โดย AIS จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมในการขยายความร่วมมือนี้ผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ ลูกค้าองค์กร และพนักงานทั่วประเทศ
ในวันที่เทคโนโลยีทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกันได้มากกว่าที่เคย ความท้าทายของสังคมจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนการติดต่อสื่อสาร แต่คือการทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง เข้าใจกัน และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพไม่ได้เป็นเพียงรากฐานของความสัมพันธ์ที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง และเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต