เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

ทำความรู้จัก 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' อดีตผู้ประกาศข่าวที่ผันตัวสู่นักการเมือง ก่อนเป็นดาว TikTok ชื่อดัง และวันนี้เธอกลับมาในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ ก่อนเข้าป้ายที่อันดับ 2

SHORT CUT

  • มัลลิกา บุญมีตระกูล เริ่มต้นเส้นทางจากการเป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) ทำให้ได้สัมผัสปัญหาของประชาชนโดยตรง
  • เข้าสู่การเมืองเต็มตัวโดยลงสมัคร สส. และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองหลายตำแหน่ง เช่น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • เคยเว้นวรรคทางการเมืองและผันตัวไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์ม TikTok สร้างฐานผู้ติดตามจำนวนมาก
  • กลับสู่สนามการเมืองอีกครั้งด้วยการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ในนามอิสระ
  • ชูนโยบายหาเสียงหลักคือการใช้เทคโนโลยี AI แก้ปัญหารถติดและฝุ่น PM 2.5 รวมถึงส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองสตรีทฟู้ด 24 ชั่วโมง

ทำความรู้จัก 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' อดีตผู้ประกาศข่าวที่ผันตัวสู่นักการเมือง ก่อนเป็นดาว TikTok ชื่อดัง และวันนี้เธอกลับมาในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ ก่อนเข้าป้ายที่อันดับ 2

หากพูดถึงชื่อ 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' หลายคนอาจจำเธอได้ในบทบาทที่ต่างกันไป บางคนจำได้จากหน้าจอไอทีวี บางคนจำได้ในฐานะนักการเมืองฝีปากกล้า และบางคนอาจรู้จักเธอผ่าน TikTok วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยเส้นทางของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนนี้กัน

มัลลิกา บุญมีตระกูล หรือ 'ติ่ง' เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 ที่ จ.พะเยา มีเชื้อสายไทลื้อจากฝั่งมารดา ชีวิตในวัยเยาว์ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเรียน แต่เธอคืออดีตนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย และนักกีฬายิงปืนสมัครเล่นของชมรมยิงปืนรบพิเศษ สะท้อนถึงจิตใจที่แข็งแกร่งและรักการแข่งขันมาตั้งแต่ต้น

เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

มัลลิกาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนปงรัชดาภิเษก และโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จากนั้นเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากคณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง หลังจากนั้นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท และสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุด ปริญญาเอก (ดุษฎีบัณฑิต) จากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต

แจ้งเกิดบนหน้าจอ ITV ก่อนจะเข้าสู่การเมือง

ชื่อของมัลลิกาเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาในฐานะผู้ประกาศข่าวและพิธีกรทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) โดยเฉพาะรายการ 'ร่วมมือร่วมใจ' และ 'สน.ไอทีวี' ซึ่งเป็นรายการแนวร้องทุกข์ชาวบ้าน ทำให้เธอซึมซับปัญหาของประชาชนผ่านงานสื่อมวลชนมาอย่างยาวนาน

เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

เส้นทางการเมืองที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เธอตัดสินใจทิ้งหน้าจอเพื่อลงสมัคร สส.พะเยา บ้านเกิด เริ่มต้นกับพรรคมหาชนในปี 2548 ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งปี 2550 และ 2554 แม้การลงพื้นที่เขตจะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ แต่เธอก็ยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางนี้ต่อ

ประสบการณ์งานบริหารระดับกระทรวง

มัลลิกามีโอกาสทำงานเบื้องหลังฝ่ายบริหารหลายบทบาท ทั้งสมาชิกสมัชชาแห่งชาติปี 2549, เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ที่ปรึกษา รมว.ไอซีที และตำแหน่งล่าสุดคือที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ซึ่งทำให้เธอเห็นกลไกการทำงานของภาครัฐในระดับประเทศ

เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

ก้าวสู่ตำแหน่ง สส. และการลาออกจากประชาธิปัตย์

ในปี 2565 มัลลิกาได้เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายน 2566 เธอตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อขอเว้นวรรคทางการเมืองและออกไปใช้ชีวิตส่วนตัว

เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

พลิกโฉมเป็นอินฟลูฯ ดาว TikTok

หลังหันหลังให้การเมือง เธอผันตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ในชื่อ 'mallikaboon' กลายเป็นดาว TikTok และอินฟลูเอนเซอร์ที่วิเคราะห์การเมืองและขายสินค้าออนไลน์ ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่ดุเดือดและเป็นกันเอง ทำให้เธอมีฐานแฟนคลับและผู้ติดตามจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว

ภารกิจท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. 2569

มัลลิกากลับมาสู่สนามการเมืองอีกครั้งในนามอิสระ พร้อมหมายเลข 14 ภายใต้แคมเปญ 'มนุษย์ผู้ทันกาลเวลา ผู้นำมหานครแห่งอนาคต' เธอชูนโยบายการใช้ AI แก้ปัญหารถติดและฝุ่น PM 2.5 พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็น Street Food Paradise ที่ค้าขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เส้นทางชีวิต 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' จากหน้าจอ สู่สนามชิงผู้ว่าฯ กทม. 2569

'มัลลิกา' น้อมรับผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขอบคุณทุกคะแนนเสียง

หลังมีการปิดหีบและนับคะแนนตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำโด่งเป็นอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข และอันดับ 3 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 

ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ที่ได้คะแนนตามมาในอันดับ 2 ได้ออกมาแถลงขอบคุณประชาชนคนกรุงเทพมหานครที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และขอบคุณผู้ที่เลือกตนเอง ซึ่งถือเป็นพลังบริสุทธิ์ที่ต้องการจะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันก็ขอแสดงความยินดี กับผลคะแนนของผู้ที่ชนะการเลือกตั้ง 

ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพที่ออกมาใช้สิทธิ์ และขอขอบพระคุณทุกคนที่เลือก ดร.มัลลิกา  คะแนนที่บริสุทธิ์เหล่านี้เป็นคะแนนที่มาจากใจ เป็นการมอบพลังงาน และเป็นความพยายามที่จะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร ส่วนผลโหวตที่จะออกมาไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด ก็ยอมรับเนื่องจากเป็นมติและสิทธิ์ที่ประกาศออกมาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

related