ผู้เชี่ยวชาญชี้ นี่คือ 'จุดที่ไม่มีทางหวนกลับ' ในการอพยพหนีไฟไหม้

ผู้เชี่ยวชาญชี้ นี่คือ 'จุดที่ไม่มีทางหวนกลับ' ในการอพยพหนีไฟไหม้

จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลียวิเคราะห์ว่าไฟอาจลุกลามเร็วจนไม่มีทางหนีได้ทัน หรือเรียกว่า 'จุดที่ไม่มีทางหวนกลับ'

ดร.มิลัด ฮาฆานี ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของฝูงชนและรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ได้วิเคราะห์วิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียขณะเกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่แสดงให้เห็นเปลวไฟขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากประตู ขณะที่ลูกค้ากรีดร้องและพยายามวิ่งหนี ซึ่งเปลวไฟดังกล่าวน่าจะเป็นปรากฎการณ์ ‘แฟลชโอเวอร์’ (Flashover) หรือการระเบิดรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดประดู/หน้าต่างในภาวะที่ไฟขาดออกซิเจนในสถานที่ปิด

ดร.ฮาฆานี กล่าวว่า "โดยพื้นฐานแล้ว นี่คือสิ่งที่เรียกว่า 'จุดที่ไม่มีทางหวนกลับ' ในการอพยพหนีไฟ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างลุกไหม้และติดไฟพร้อมกัน เนื่องจากการสะสมของก๊าซพิษ”

ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น "การอพยพและการหลบหนีแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย"

ดร.ฮาฆานี ยังคาดการณ์ด้วยว่า เหตุไฟไหม้ดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นและลุกลามอย่างรวดเร็วมาก ภายในเวลาเพียง ‘ไม่กี่นาที’ เนื่องจากในสถานที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยวัสดุไวไฟจำนวนมาก เช่น โฟม ที่ใช้เป็นฉนวนกันเสียงบนเพดาน ทั้งยังเป็นสถานที่แคบและแออัด ทำให้ผู้คนด้านในมีเวลาอพยพสั้นมาก จนแทบจะไม่สามารถวิ่งไปถึงทางออกได้ทัน และหลายคนอาจพยายามหลบภัยในห้องน้ำ ขณะที่ทางออกฉุกเฉินไม่สามารถเข้าถึงได้

อย่างไรก็ตาม ในฐานะปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของต่างชาติ ชาวออสเตรเลียเองต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรู้สึกเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน