
SHORT CUT
โครงการ TH-AI Passport รวบรวม AI ระดับ Pro/Premium กว่า 30 โมเดล จาก 14 ค่ายชั้นนำไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมความสามารถหลากหลาย เช่น การแชทและเขียนโค้ด, การสร้างภาพ, วิดีโอและเพลง และการค้นหาเชิงลึก
TH-AI Passport โครงการที่มอบ สิทธิการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโมเดล Pro/Premium ให้คนไทย ควบคู่ไปกับระบบการเรียนรู้ (LMS) เพื่อยกระดับความฉลาดรู้ด้าน AI โดยรวมโมเดล AI ชั้นนำของโลกและของไทยกว่า 30 โมเดล จาก 14 ค่าย ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ภายใต้แนวคิด Learn to Eam คือ เรียนรู้ ทำภารกิจ สะสมเครดิต และนำเครดิตไปใช้งานจริง
ปัจจุบันบริการ AI ระดับ Pro จากผู้ให้บริการชั้นนำของโลกจำนวนมากมีค่าบริการเฉลี่ยประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือเกือบ 1,000 บาทต่อเดือนต่อแพลตฟอร์ม
สำหรับผู้ที่ต้องใช้งานหลายบริการพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล สร้างภาพ หรือทำงานวิจัย ต้นทุนดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ต้นทุนเหล่านี้กลายเป็น "กำแพงราคา" ที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึง AI ประสิทธิภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะตระหนักถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีก็ตาม
TH-AI Passport จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดช่องว่างดังกล่าว โดยรวบรวม AI ระดับ Pro/Premium จากหลายผู้ให้บริการมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือที่ปกติต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนในราคาสูง
แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นการเร่ง “AI Diffusion” หรือการกระจายการเข้าถึง AI ไปสู่คนจำนวนมากที่สุด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียเปรียบในการแข่งขันด้านดิจิทัลกับประเทศอื่นในภูมิภาค
อีกจุดเด่นสำคัญของ TH-AI Passport คือการเชื่อมการเข้าถึง AI เข้ากับระบบการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด “Learn to Earn”
แทนที่จะเปิดให้ใช้งาน AI ระดับสูงอย่างเสรี โครงการกำหนดให้ผู้ใช้ต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อปลดล็อกสิทธิ์การใช้งานในระดับที่สูงขึ้น
แนวคิดนี้สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างคนใช้ AI เป็น มากกว่าการสร้างเพียงคนที่มี AI ใช้
ระบบการเรียนรู้ภายในแพลตฟอร์มประกอบด้วยหลักสูตรมากกว่า 130 หลักสูตร พัฒนาตามกรอบมาตรฐาน UNESCO AI Competency Framework และเสริมเนื้อหาจากองค์กรเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google, Microsoft และ OpenAI