
SHORT CUT
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงลิขสิทธิ์คลิปยูทูบของ "ฮลุน โซโล่" ยังคุ้มครองตามกฎหมาย 50 ปีนับจากการเผยแพร่ครั้งแรก
จากกรณีการเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่ หรือบวรทัต เป็งสุข ยูทูบเบอร์สายแบกเป้ชื่อดังวัย 27 ปี ทำให้เกิดคำถามจากสังคม ผลงานวิดีโอที่เผยแพร่บนยูทูบ รวมถึงรายได้จากช่อง จะสามารถส่งต่อให้ครอบครัวได้หรือไม่
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กรณี ฮลุน โซโล่ เสียชีวิตว่า คลิปวิดีโอในยูทูบถือเป็นงานลิขสิทธิ์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ จากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื่องจากเข้าข่ายเป็น "งานโสตทัศนวัสดุ" ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบของงานสร้างสรรค์หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การลำดับภาพ การตัดต่อ เสียงบรรยาย ดนตรีประกอบ เอฟเฟกต์ และข้อความต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกไว้ในสื่อดิจิทัล
กฎหมายกำหนดให้ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันที่สร้างผลงาน โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก่อน จึงมีสิทธิในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ผลงาน หรือดำเนินการทางกฎหมายเมื่อเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์
กรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายเพิ่มเติมว่า งานโสตทัศนวัสดุมีอายุความคุ้มครอง 50 ปี แต่หากมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ระยะเวลาคุ้มครองจะเริ่มนับใหม่จากวันที่เผยแพร่ครั้งแรก
สำหรับคอนเทนต์บนยูทูบ วันที่เจ้าของช่องอัปโหลดคลิปถือเป็นวันเผยแพร่ต่อสาธารณชนครั้งแรก ส่งผลให้คลิปแต่ละชิ้นได้รับความคุ้มครองเป็นเวลา 50 ปีนับจากวันอัปโหลด ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายลิขสิทธิ์
อธิบดีกรมทรัพย์สินฯ ระบุว่า ลิขสิทธิ์ถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง จึงสามารถโอนหรือรับตกทอดเป็นมรดกได้เช่นเดียวกับบ้าน ที่ดิน เงินฝาก หรือทรัพย์สินอื่น หากเจ้าของลิขสิทธิ์ทำพินัยกรรมไว้ สิทธิในผลงานจะตกเป็นของผู้รับพินัยกรรมตามที่กำหนด แต่หากไม่มีพินัยกรรม สิทธิจะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด ซึ่งรวมถึงคู่สมรสที่มีสิทธิรับมรดกด้วย
ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกควรยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งเป็น ผู้จัดการมรดก หลังได้รับคำสั่งศาลแล้ว จึงสามารถนำเอกสารไปประสานกับยูทูบเพื่อบริหารบัญชีผู้ใช้งาน ดูแลช่อง รวมถึงจัดการรายได้ที่เกิดขึ้นจากการเผยแพร่คอนเทนต์ให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การบริหารสิทธิในผลงานดิจิทัลของผู้เสียชีวิตดำเนินต่อได้อย่างถูกต้อง และทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างขึ้นยังคงก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมายต่อไป