
SHORT CUT
เพราะอะไร หลายๆคนถึงชอบดูเนื้อหา วิดีโอ คอนเทนต์ ท่องเที่ยวคนเดียว -ไปในที่ที่ใครหลายคนไม่เคยไป พร้อมเจาะลึก 3 ยุคทองของเทรนด์วิดีโอคอนเทนต์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
เทรนด์ 'การท่องเที่ยวคนเดียวพ่วงด้วยการทำวิดีโอคอนเทนต์' (Solo Travel Video Content) หรือที่ในโลกของคนทั่วไป มักเรียกกันในกลุ่มยูทูบเบอร์และติ๊กต็อกเกอร์ว่า Solo Travel Vlogging เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นมีการพัฒนาและค่อยๆเติบโตมาตามปัจจัยเร่งของกาลเวลา
เป็นการหลอมรวมกันของพฤติกรรมทางสังคมและพัฒนาการทางเทคโนโลยี
โดยสามารถแบ่งหมุดหมายการเกิดขึ้นและเติบโตได้เป็น 3 ไทม์ไลน์สำคัญ
มิติทางจิตวิทยา: ทำไมเราถึงอินไปกับการเดินทางของคนอื่นได้ ทั้งที่เราไม่ได้ไปด้วย
การที่ผู้คนหลงใหลและใช้เวลาหลายนาที หรือบางคลิปหลายๆชั่วโมงในการดูวิดีโอคอนเทนต์ประเภทนี้ มีคำอธิบายเชิงพฤติกรรมศาสตร์และจิตวิทยาที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่
การเปิดประสบการณ์เสมือนจริง : การดูวิดีโอคือการเติมเต็มความฝันผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (POV) ผู้ชมได้เชื่อมโยงและจินตนาการว่าตนกำลังเดินทางไปสัมผัสโลกกว้าง โดยเฉพาะเมื่อวิดีโอมีมุมกล้องที่สวยงาม จะช่วยสร้างภาพจินตนาการเชิงบวกได้
ความสมจริงที่ปราศจากการปรุงแต่ง : การถ่ายทำด้วยตัวเอง ทำลายกำแพงระหว่างผู้ชมและผู้สร้าง (Vlogger) มันไม่มีความจำเป็นต้องเนี้ยบ ต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป - มันมี ความผิดพลาด การหลงทาง หรือความเหนื่อยล้า สร้างความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางไปกับ "เพื่อนสนิท" มากกว่าการดูรายการโทรทัศน์ในยุคก่อน
การจำลองสถานการณ์เพื่อลดความกลัว : วิดีโอเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น 'การซ้อมทางความคิด' เมื่อได้เห็น Vlogger เอาตัวรอด บริหารเงิน และจัดการปัญหาได้จริง จะเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็น Actionable knowledge สร้างความมั่นใจ แก่ผู้ชม
การทลายกรอบความคิดเดิม : คอนเทนต์เหล่านี้เปลี่ยนมุมมองสังคม จากที่เคยมองว่า "การเที่ยวคนเดียว = ความเหงา" ให้กลายเป็น "การเที่ยวคนเดียว = อำนาจในการควบคุมชีวิตและอิสรภาพ" ซึ่งเป็นสิ่งที่คนยุคนี้โหยหา
ปฏิสัมพันธ์แบบเพื่อนเดินทาง : ความผูกพันทางอารมณ์กับ Vlogger ทำหน้าที่เสมือน "เพื่อนเดินทางจำลอง" (Pseudo-companionship) ช่วยลดความกลัวและความเหงา ยิ่งชื่นชอบ Vlogger เป็นทุนเดิม ยิ่งเชื่อใจในการนำเสนอมากขึ้น
ปรัชญาแห่งการเผชิญหน้าและเติบโต : แก่นแท้คือการเฝ้าดูมนุษย์รับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ การรักษาสมดุลทางอารมณ์เมื่อเจออุปสรรค มันเป็นการสะท้อนความเข้มแข็งจากภายในและปลอบใจผู้ชม เหมือนมีเพื่อนมาคอยลูบหลัง และนั่งอยู่ข้างๆ ให้ความรู้สึกเป็นเพื่อนกัน
การมีอารมณ์ร่วมและการค้นหาสถานที่ลับ : จุดไคลแมกซ์ของเรื่องราวการเดินทางกระตุ้นแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยว Gen Z และ Millennials ยังใช้คลิปเหล่านี้ค้นหาสถานที่สวยงามนอกกระแส หลีกเลี่ยงความพลุกพล่านเพื่อสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น
พัฒนาการของ เทรนด์ Solo Travel Vlogging สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมมนุษย์ผ่าน 3 ยุค
1. จุดเริ่มต้นและยุคบุกเบิก (ช่วงปี 2005 - 2012)
หลังกำเนิด YouTube เทรนด์เริ่มก่อตัวช้าๆ มักเป็นกลุ่มแบ็กแพ็กเกอร์ที่ถ่ายวิดีโอเก็บเป็นความทรงจำ กล้องยังมีขนาดใหญ่ ตัดต่อซับซ้อน ทำให้การเที่ยวคนเดียวพ่วงถ่ายคลิปทำได้ยาก
2. ยุคเปลี่ยนผ่านและจุดพลุแห่งความนิยม (ช่วงปี 2013 - 2019)
ยุคที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจาก 2 ปัจจัยหลัก:
เทคโนโลยีกล้อง (2013-2015): กล้อง Action Camera (เช่น GoPro), ไม้เซลฟี่ และกล้อง Mirrorless ที่มีจอพับหน้า (Flip Screen) ทำให้ถือกล้องถ่ายตัวเองได้สะดวก
อาชีพ Creator (2016-2018): บล็อกเกอร์ต่างชาติผันตัวมาลุยเดี่ยวเต็มตัว (เช่น Lost LeBlanc หรือ Drew Binsky ) พิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งนี้สามารถสร้างรายได้และเป็นอาชีพได้จริง
3. ยุคทองและการเปลี่ยนแปลงสู่สมาร์ทโฟน (ปี 2020 - ปัจจุบัน)
ก้าวสู่กระแสหลักระดับโลกแบบ Mainstream
วิกฤตโควิด-19 (2020-2022): หลังล็อกดาวน์ช่วงโรคโควิด ผู้คนโหยหาอิสรภาพ การเที่ยวคนเดียวพุ่งสูงก้าวกระโดด
ยุควิดีโอสั้น (2021-ปัจจุบัน): การมาของ TikTok, Reels และ Shorts เปลี่ยนกฎเกณฑ์ทั้งหมด ใครๆ ก็ทำได้ด้วยสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว ดังนั้นมันจึงเกิดคอนเทนต์ย่อยง่ายและสมจริงอย่าง POV หรือ ASMR เสียงบรรยากาศ
และแน่นอนว่า การเดินทางทำให้เราได้รู้จักโลกกว้าง และรู้จักตัวเองมากขึ้น
ที่มา : gopro pmc gre.ac.uk dotfilms
ข่าวที่เกี่ยวข้อง