
SHORT CUT
เวลานี้ ประเทศจอร์เจีย ถือว่าถูกแสงสปอตไลต์จากสื่อมวลชนไทยพอสมควร และ รู้หรือไม่ ? ประเทศนี้ ณ ปัจจุบัน มี อดีตแข้งแมนฯซิตี้ ในอดีต เป็นผู้นำประเทศอยู่
มิคาอิล คาเวลาชวิลี อดีตกองหน้าแมนฯซิตี้ ในช่วงยุค 1990s ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีจอร์เจีย เมื่อช่วงปลายปี 2024 ท่ามกลางวิกฤตการเมืองและการประท้วงที่ดุเดือด
รู้หรือไม่ว่าผู้นำคนใหม่ของประเทศจอร์เจียคืออดีตนักฟุตบอลของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ?
มิคาอิล คาเวลาชวิลี (Mikheil Kavelashvili) ในวัย 55 ปี แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวของตำแหน่งประธานาธิบดี และสุดท้ายเขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของจอร์เจียเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2024
โดยได้รับเสียงโหวตท่วมท้น 224 จาก 225 เสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง เขาเข้ามาทำหน้าที่แทน ซาโลเม ซูราบิชวิลี (Salome Zourabichvili) ประธานาธิบดีสายโปรตะวันตก
ก่อนหน้าที่จะก้าวเข้าสู่เวทีการเมือง มิคาอิล คาเวลาชวิลี คือศูนย์หน้าจอมเทคนิคที่ประสบความสำเร็จกับทีมท้องถิ่น เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับทีม Spartak Vladikavkaz ในประเทศรัสเซียเมื่อปี 1995 ก่อนจะโบยบินสู่โลกตะวันตกเพื่อค้าแข้งกับทัพ "เรือใบสีฟ้า" สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษช่วงฤดูกาล 1995-1997 และเคยยิงประตูใส่เกมดาร์บี้แมตช์กับแมนฯยูไนเต็ดด้วย - แม้ผลงานตอนนั้นจะไม่โดดเด่นอะไร แต่ สโมสร 'เรือใบสีฟ้า' ตอนนี้ ได้กลายเป็นยอดทีมแห่งโลกไปแล้ว
ปัจจุบัน มิคาอิล คาเวลาชวิลี กลับกลายเป็นแกนนำทางการเมืองระดับแนวหน้าที่มีทัศนคติต่อต้านชาติตะวันตกอย่างรุนแรง
การก้าวสู่อำนาจสูงสุดของคาเวลาชวิลีสะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ 'การเมืองเซเลบ' (Celebrity Politics) ที่ประชาชนมักเทใจเลือกผู้นำจากความ "ถูกใจ" และความเป็นบุคคลที่มักจะ "ออกสื่อบ่อยๆ" มากกว่าจะพิจารณาจากขีดความสามารถ ประสิทธิภาพการบริหาร หรือผลงานทางการเมืองที่ประจักษ์ชัด
ประเด็นสำคัญที่พอจะนำมาตอบโต้คาเวลาชวิลีได้ในทางวิจารณญาณคือเรื่อง "การศึกษา" ของท่านผู้นำ
ต้องบอกว่า จอร์เจียเป็นอีกประเทศที่ไม่ได้กำหนด "คุณสมบัติ สส." ว่าต้องเรียนจบระดับปริญญาบัณฑิต หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานใด ๆ เรียกได้ว่า ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่หากเป็นขวัญใจของผู้คนในพื้นที่ ย่อมสามารถที่จะเข้าไปมีที่นั่งในสภาได้อย่างไม่ยากเย็น
อดีตนักฟุตบอลที่ไม่ได้ร่ำเรียนในระบบ ต้องปากกัดตีนถีบใช้ฝีเท้าแลกเงินมาทั้งชีวิต จึงถูกตั้งคำถามเรื่อง "กึ๋น" ทางการเมืองและความเข้าใจนโยบายบริหารประเทศ จนเกิดคำครหาตามมาอย่างหนักว่าเขาได้เป็นประธานาธิบดีเพราะมี "Kingmaker" หรือผู้มีอิทธิพลคอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง มากกว่าที่จะมาจากความชอบธรรมของประชาชนโดยแท้จริง
นับเป็นเรื่องย้อนแย้งที่เส้นทางอาชีพของเขาเคยได้รับโอกาสจากกระแส "โลกาภิวัตน์" ให้เปิดโลกทัศน์ไปแสวงหาความรู้นอกประเทศตะวันตก แต่เขากลับแสดงท่าทีต่อต้านอย่างออกหน้าออกตา
คาเวลาชวิลีเริ่มต้นงานการเมืองอย่างเป็นทางการด้วยการเป็น สส. สังกัดพรรครัฐบาล Georgian Dream ก่อนที่ในเวลาต่อมา เขาและ สส. บางส่วนจะเล็งเห็นว่าพรรคยังมีอุดมการณ์โอนอ่อนไปทางตะวันตก จึงตัดสินใจแยกตัวออกมาก่อตั้งพรรคพลังประชาชน (People's Power)
ในปี 2022 ซึ่งมีอุดมการณ์ขวาจัดสุดขั้ว คัดค้านสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ อย่างรุนแรง มุ่งกีดขวางการเข้าร่วมสหภาพยุโรป (EU) และเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียภายใต้การนำของ วลาดิเมียร์ ปูติน อย่างแน่นแฟ้น
การประสานพลังของพรรคขวาจัดจนได้เสียงข้างมากในสภาครั้งนี้ ทำให้เขาคว้าเก้าอี้ผู้นำได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการประท้วงครั้งใหญ่ระดับชาติจากกลุ่มประชาชนที่รับไม่ได้กับการระงับการเจรจาเข้าร่วมสหภาพยุโรป
ท้ายที่สุดแล้ว แม้การศึกษาจะไม่ได้เป็นเครื่องการันตีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพเสมอไป แต่บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังรออยู่เบื้องหน้า คาเวลาชวิลีจะนำพาประเทศจอร์เจียไปในทิศทางใด
เขาจะเผชิญความล้มเหลวเหมือนผลงานสมัยค้าแข้งกับแมนฯ ซิตี้ ที่พาทีมกระเด็นตกชั้นและยิงได้เพียง 3 ประตู หรือเขาจะสามารถสร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมประเทศได้สำเร็จ นี่คือความท้าทายระดับโลกที่มวลมนุษยชาติต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง