'ไชยชนก' สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง เร่งสอบสอบปมข้อมูลค้นหาทะเบียนรถ หลุดว่อนเน็ต

'ไชยชนก' สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง เร่งสอบสอบปมข้อมูลค้นหาทะเบียนรถ หลุดว่อนเน็ต

ไชยชนก สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง เร่งตรวจปมข้อมูลหลุด หลังพบเว็บเถื่อนค้นชื่อเจ้าของรถได้ ห่วงประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสวมรอยทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

SHORT CUT

  • ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี สั่งการให้ ThaiCERT ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
  • มีการตรวจพบเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจากเลขทะเบียนรถ และนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์
  • ข้อมูลรถยนต์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยด้วย
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาแหล่งที่มาของข้อมูล
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีให้ความเห็นว่าข้อมูลอาจรั่วไหลมาเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 5 ปี และเป็นเรื่องร้ายแรง

ไชยชนก สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง เร่งตรวจปมข้อมูลหลุด หลังพบเว็บเถื่อนค้นชื่อเจ้าของรถได้ ห่วงประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสวมรอยทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

จากกระแสร้อนในโลกออนไลน์ หลังมีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลทะเบียนรถยนต์ที่หลุดจากกรมการขนส่งทางบกสู่สาธารณะ โดยพบว่ามีการสร้างเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจากเลขทะเบียนรถและนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ รวมไปถึงข้อมูลรถยนต์ยี่ห้อ Rolls-Royce ทะเบียน ฐต 9999 กรุงเทพมหานคร ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมอยู่ด้วย

"ไชยชนก" สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง สอบปมข้อมูลทะเบียนรถหลุดว่อนเน็ต

นายไชยชนก  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) มอบหมายทีม  ThaiCERT ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีเว็บไซต์สามารถค้นหาข้อมูลจากหมายเลขทะเบียนรถได้

กรมการขนส่งทางบก  ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของระบบ และ  ThaiCERT ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ กำลังรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์หลักฐานทางเทคนิค และพิสูจน์แหล่งที่มาของข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนประเมินขอบเขตและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) เป็นสำคัญ

ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแหล่งที่มาของข้อมูลได้ โดย สกมช. และกรมการขนส่งทางบก จะดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้อย่างรอบด้าน

พร้อมให้ข้อเสนอแนะและมาตรการป้องกันและยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต

"สิริพงศ์" เร่งประสาน สกมช. เข้าตรวจสอบด่วน 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้น ระบุว่า ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้เร่งประสานความร่วมมือไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อให้เข้ามาช่วยตรวจสอบเป็นการด่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

 

 

กูรูไอที เชื่อข้อมูลรั่วไหลไม่น้อยกว่า 5 ปี ชี้เป็นเรื่องใหญ่

ทางฝั่งของนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท โดมคลาวด์ จำกัด เปิดเผยว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลของกระทรวงมหาดไทยรั่วไหล คนที่ได้รับผลกระทบ ไล่เรียงตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ยังมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 2 ท่าน คือ มท.3 และ มท.4

ด้านข้าราชการระดับสูงในกระทรวงนั้น รั่วทั้งหมด ตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ทั้ง 4 คน อธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครอง ทั้ง 3 คน ด้วย

ข้อมูลที่หลุด นอกจากมีข้อมูลส่วนตัวแล้ว ยังมีรูปติดบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ซึ่งท่านๆ ในรูปที่หลุดนั้น เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งต่อไปนี้

1. เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

2. เป็นผู้กำกับและก็ดูแลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

3. เป็นผู้มีอิทธิพลต่อรัฐบาล

ถ้าท่านเป็นผู้เสียหายเองแบบนี้ แล้วยังไม่สามารถบังคับใช้ PDPA ได้อีก ประเทศก็หมดหวังแล้วครับ ข้อมูลจริงไม่มีเซ็นเซอร์ อันนี้ผมทำเอง ว่าแต่ ใครเป็นใคร ดูกันออกไหม และมีการโพสต์ภาพหน้าบัตรประจำตัวประชาชนที่ผ่านการเซ็นเซอร์แล้วลงในเฟซบุ๊กของตน

พร้อมตั้งคำถามว่า หน่วย PDPC Eagle Eye มีการทำงานเชิงรุกอะไรบ้าง ถ้ารั่วขนาดนี้แล้วยังไม่มีผลงาน ผมว่าไม่ต้องมีหน่วยนี้ก็ได้ครับ เสียดายงบ ท่านกอบกู้ชื่อเสียงยังทันครับ กฎหมาย PDPA ต้องศักดิ์สิทธิ์ และบังคับใช้อย่างสม่ำเสมอครับ ข้อมูลหลุดรอบนี้ ส่วนมากเป็นข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ ความร้ายแรง คือ มีภาพหน้าตรงหลุดด้วย และมีเหตุให้เชื่อได้ว่ารั่วไหลมาไม่น้อยกว่า 5 ปีครับ มิจวิ่งเล่นกันพรุน

ผมหวังว่าท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ใจดีเหมือนเคสที่ผ่านๆ มา

นายธนารัตน์ ทิ้งท้ายว่า จากข้อมูลที่รั่วไหลตอนนี้ ถามว่าเอาไปทำอะไรได้ คำตอบ คือ เอามาตัดต่อทำเป็นรูปสำเนาบัตรประชาชนได้เลย เพราะมีเลข 13 หลัก ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน รวมถึงรูปถ่ายติดบัตร ที่เหลือมั่วๆ ไปได้ ไม่มีใครตรวจ

'ไชยชนก' สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง เร่งสอบสอบปมข้อมูลค้นหาทะเบียนรถ หลุดว่อนเน็ต

พอมีสำเนาบัตรประชาชน เอาไปทำอะไรต่อได้ คงไม่ต้องอธิบายกันนะ

ขายกันแพงไหม ดูเอาละกันครับ ตามรูป โดยในรูประบุว่า ปล่อยเช่าวันละ 350 บาท

 

related