
SHORT CUT
ไชยชนก สั่ง ThaiCERT ผนึกขนส่ง เร่งตรวจปมข้อมูลหลุด หลังพบเว็บเถื่อนค้นชื่อเจ้าของรถได้ ห่วงประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสวมรอยทำธุรกรรมผิดกฎหมาย
จากกระแสร้อนในโลกออนไลน์ หลังมีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลทะเบียนรถยนต์ที่หลุดจากกรมการขนส่งทางบกสู่สาธารณะ โดยพบว่ามีการสร้างเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจากเลขทะเบียนรถและนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ รวมไปถึงข้อมูลรถยนต์ยี่ห้อ Rolls-Royce ทะเบียน ฐต 9999 กรุงเทพมหานคร ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมอยู่ด้วย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) มอบหมายทีม ThaiCERT ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีเว็บไซต์สามารถค้นหาข้อมูลจากหมายเลขทะเบียนรถได้
กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของระบบ และ ThaiCERT ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ กำลังรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์หลักฐานทางเทคนิค และพิสูจน์แหล่งที่มาของข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนประเมินขอบเขตและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) เป็นสำคัญ
ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแหล่งที่มาของข้อมูลได้ โดย สกมช. และกรมการขนส่งทางบก จะดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้อย่างรอบด้าน
พร้อมให้ข้อเสนอแนะและมาตรการป้องกันและยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้น ระบุว่า ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้เร่งประสานความร่วมมือไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อให้เข้ามาช่วยตรวจสอบเป็นการด่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
ทางฝั่งของนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท โดมคลาวด์ จำกัด เปิดเผยว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลของกระทรวงมหาดไทยรั่วไหล คนที่ได้รับผลกระทบ ไล่เรียงตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ยังมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 2 ท่าน คือ มท.3 และ มท.4
ด้านข้าราชการระดับสูงในกระทรวงนั้น รั่วทั้งหมด ตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ทั้ง 4 คน อธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครอง ทั้ง 3 คน ด้วย
ข้อมูลที่หลุด นอกจากมีข้อมูลส่วนตัวแล้ว ยังมีรูปติดบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ซึ่งท่านๆ ในรูปที่หลุดนั้น เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งต่อไปนี้
1. เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
2. เป็นผู้กำกับและก็ดูแลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3. เป็นผู้มีอิทธิพลต่อรัฐบาล
ถ้าท่านเป็นผู้เสียหายเองแบบนี้ แล้วยังไม่สามารถบังคับใช้ PDPA ได้อีก ประเทศก็หมดหวังแล้วครับ ข้อมูลจริงไม่มีเซ็นเซอร์ อันนี้ผมทำเอง ว่าแต่ ใครเป็นใคร ดูกันออกไหม และมีการโพสต์ภาพหน้าบัตรประจำตัวประชาชนที่ผ่านการเซ็นเซอร์แล้วลงในเฟซบุ๊กของตน
พร้อมตั้งคำถามว่า หน่วย PDPC Eagle Eye มีการทำงานเชิงรุกอะไรบ้าง ถ้ารั่วขนาดนี้แล้วยังไม่มีผลงาน ผมว่าไม่ต้องมีหน่วยนี้ก็ได้ครับ เสียดายงบ ท่านกอบกู้ชื่อเสียงยังทันครับ กฎหมาย PDPA ต้องศักดิ์สิทธิ์ และบังคับใช้อย่างสม่ำเสมอครับ ข้อมูลหลุดรอบนี้ ส่วนมากเป็นข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ ความร้ายแรง คือ มีภาพหน้าตรงหลุดด้วย และมีเหตุให้เชื่อได้ว่ารั่วไหลมาไม่น้อยกว่า 5 ปีครับ มิจวิ่งเล่นกันพรุน
ผมหวังว่าท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ใจดีเหมือนเคสที่ผ่านๆ มา
นายธนารัตน์ ทิ้งท้ายว่า จากข้อมูลที่รั่วไหลตอนนี้ ถามว่าเอาไปทำอะไรได้ คำตอบ คือ เอามาตัดต่อทำเป็นรูปสำเนาบัตรประชาชนได้เลย เพราะมีเลข 13 หลัก ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน รวมถึงรูปถ่ายติดบัตร ที่เหลือมั่วๆ ไปได้ ไม่มีใครตรวจ
พอมีสำเนาบัตรประชาชน เอาไปทำอะไรต่อได้ คงไม่ต้องอธิบายกันนะ
ขายกันแพงไหม ดูเอาละกันครับ ตามรูป โดยในรูประบุว่า ปล่อยเช่าวันละ 350 บาท