
SHORT CUT
รู้จัก 'เสือโคร่ง' นักล่าสันโดษผู้กุมชะตาป่าไม้ เปิดความลับการล่า สายพันธุ์ที่เหลืออยู่ และทำไมการช่วยเสือต้องเริ่มที่การดูแล 'เหยื่อ' ให้ปลอดภัย
เสือโคร่งเป็นหนึ่งในสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ของโลก เสือโคร่งแต่ละตัวมีอาณาเขตหรือพื้นที่ครอบครองที่กว้างขวาง โดยพื้นที่อาศัยของเพศผู้มีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย จากงานวิจัยเสือโคร่งของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำในพื้นที่เขตฯ ห้วยขาแข้งพบว่า เสือเพศผู้มีขนาดพื้นที่อาศัยประมาณ 267-300 ตารางกิโลเมตร ส่วนเพศเมียมีขนาดพื้นที่อาศัยประมาณ 60-70 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแต่ละตัวจะมีอาณาเขตหากินของตัวเอง ในธรรมชาติเสือโคร่งอาศัยและออกหากินเพียงลำพัง ไม่พบพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง นอกจากช่วงเวลาที่แม่เสืออยู่ในช่วงเลี้ยงดูลูก ส่วนใหญ่เสือโคร่งมักออกล่าเหยื่อในช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด
การสืบพันธุ์ของเสือโคร่ง เพศเมียจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 3 ปี ส่วนเพศผู้จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 4-5 ปี เสือโคร่งสามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี เส้นทางกว่าจะเป็นเสือตัวเต็มวัยนั้นไม่ง่าย แม่เสือตั้งท้องประมาณ 100-103 วัน ออกลูกเฉลี่ย 2-4 ตัว ลูกเสือจะอยู่กับแม่จนถึงอายุ 18-24 เดือนก่อนแยกตัวไปหาอาณาจักรของตัวเอง โดยในธรรมชาติมีลูกเสือเพียง 50-70% เท่านั้นที่มีโอกาสรอดชีวิตจนโต
การกินอาหารของเสือโคร่ง
เสือโคร่ง 1 ตัวต้องการเนื้อมากกว่า 3,000 กิโลกรัมต่อปี หรือเทียบเท่าการล่ากวางดาวถึง 50 ตัว พวกมันมักเลือกเหยื่อขนาดใหญ่อย่าง วัวแดง กวางป่า และกระทิง แต่การล่าไม่ได้ง่ายเสมอไป เพราะสถิติชี้ว่าการล่า 12-20 ครั้ง อาจประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ความอยู่รอดของเสือโคร่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับการป้องกันการล่าเสือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปกป้อง "สัตว์ที่เป็นเหยื่อ" ด้วย หากประชากรสัตว์กีบลดลง เสือโคร่งก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ การอนุรักษ์เสือจึงเป็นการรักษาความสมดุลของทั้งระบบนิเวศอย่างแท้จริง
ที่มา : WCS THAILAND