
SHORT CUT
ทีมไทยนำโดย นฤมิตไพรด์ บุกอัมสเตอร์ดัม ประกาศความพร้อมชิงสิทธิเจ้าภาพจัด WorldPride 2030
ชูวิสัยทัศน์ 'ประตูสู่เอเชีย' หวังผลักดันสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของกลุ่ม LGBTQIA+ ทั่วภูมิภาค
ย้ำจุดยืนว่าไพรด์ไม่ใช่แค่เรื่องการท่องเที่ยว แต่เป็นขบวนการสันติวิธีเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย
วาดดาว นฤมิตไพรด์ นำทีมไทยแลนด์บุกอัมสเตอร์ดัม ชิงเจ้าภาพจัด WorldPride 2030 ชูจุดยืนประตูสู่เอเชีย หวังคืนสิทธิให้ LGBTQIA+ ลั่นไพรด์ไม่ใช่แค่สีสัน
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ทีมไทยแลนด์นำโดย นฤมิตรไพร์ด ผู้นำทีมประเทศไทยเข้ารอบสุดท้ายการเป็นผู้เข้าชิงการจัดงาน WorldPride 2030 เปิดบูทประเทศไทยที่ Pride Village และในเวทีประชุม Human Rights Conferance เพื่อบอกเล่าความพร้อม แนวคิด ความตั้งใจ และเป้าหมายของไทยในการคืนสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ LGBTQIA+ ในไทยและเอเชียผ่านการเข้าชิงการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้
อรรณว์ "วาดดาว" ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride กล่าวว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ทีมไทยแลนด์มาร่วมงานและบอกกับโลกว่าเราพร้อม เราได้รับการตอบรับที่ดีมาก "ทุกคนรู้จักกรุงเทพ ทุกคนสนับสนุนกรุงเทพ ทุกคนมีความสุขกับการที่เรากำลังจะบิด" เรามีการจัดThailand Reception ซึ่งเป็นงานเจรจาระดับองค์กรต่อองค์กร (B2B) เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์การบิดเจ้าภาพ 2030 อย่างเป็นทางการ และการมาออกบูทในงานเปิดเพื่อสื่อสารกับประชาชนทั่วไป
วาดดาว ระบุว่า แคมเปญหลักของไทยคือการวางตัวเองเป็น ‘ประตูสู่เอเชีย’ เพราะยังมีหลายประเทศในภูมิภาคที่ไม่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่ได้รับการยอมรับ หรือมีปัญหาเรื่องประชาธิปไตยเชื่อมโยงกัน จึงเลือกใช้สโลแกน "Until All of Us Are Free” เพื่อสื่อว่าจะเดินหน้าเรียกร้องต่อไปจนกว่าทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพจริง ๆ และย้ำว่าไทยไม่ได้มองบาร์เซโลนาหรือเมืองอื่นที่แข่งบิดด้วยเป็นคู่แข่ง แต่มองเป็นการจับมือกันเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงโลก
ปัจจุบันไทยและบาร์เซโลนาผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการชิงเจ้าภาพ WorldPride 2030 โดยทั้งสองเมืองจะนำเสนอวิสัยทัศน์รอบชี้ขาดในที่ประชุม InterPride World Conference ปลายเดือนตุลาคมนี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนประกาศผลการโหวตอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2570
วาดดาว กล่าวว่า สิ่งที่เห็นในอัมสเตอร์ดัมครั้งนี้ คือความหลากหลายของรูปแบบกิจกรรม ตั้งแต่คอนเสิร์ตเปิดฟรี คอนเสิร์ตแบบมีบัตร ไปจนถึงปาร์ตี้ที่ชักชวนบ้านเรือนทั้งเมืองกลายเป็นพื้นที่สังสรรค์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เช่น เช้าวันสัมภาษณ์เธอพบกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้หยุดความรุนแรงในปาเลสไตน์ ซึ่งตำรวจไม่ได้เข้าไปสกัดกั้นหรือห้ามการแสดงออก แต่ยืนดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมส่งเสียงได้อย่างเต็มที่ เราต้องการให้พื้นที่ไพรด์เป็นพื้นที่เสรีภาพ เพราะเป็นแนวปฏิบัติที่ทั่วโลกกำลังเรียนรู้ร่วมกัน
วาดดาว ยืนยันว่าไพรด์ไม่ใช่แค่สีสันหรือกิจกรรมท่องเที่ยว แต่คือขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และแนวทางไม่ใช้ความรุนแรง (nonviolent action) ในการดึงภาคธุรกิจ ภาคการเมือง และคนทั่วไปเข้ามาร่วมมือกัน ทำให้ไพรด์เป็นพื้นที่เซฟโซน ปลดแอกทุกคนให้เป็นอิสระและเท่าเทียม