
SHORT CUT
เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชั้น ม.3 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุดมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุ
ความคืบหน้าล่าสุดเหตุยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี เบื้องต้นมีรายงานผู้บาดเจ็บประมาณ 15 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน และเสียชีวิต 7 คน ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้ว
ผู้ก่อเหตุแต่งกายในชุดพลศึกษาง ใช้อาวุธปืนยิงหลายสิบนัดภายในโรงเรียน เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมืองดไลฟ์และหลีกเลี่ยงการเข้าในพื้นที่ใกล้เคียง
เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย พร้อมเร่งตรวจสอบจุดเกิดเหตุและค้นหาผู้ก่อเหตุ รวมถึงอพยพนักเรียน ครู และบุคลากรออกจากพื้นที่ โดยมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการ
อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงเหตุกราดยิงว่า จะให้มีการดูแลผู้บาดเจ็บ และได้ส่งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่แล้ว เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น มันแย่มากขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต เหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศเรา อย่างกรณีเรื่องของการพกปืนที่รัฐบาลไม่ให้ต่อ ไม่ยอมให้ครอบครองอาวุธ ก็เพราะมันจะเป็นแบบนี้
หลังจากรับทราบเหตุการณ์ นายกฯ ได้สั่งการให้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและบัญชาการสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
ล่าสุด มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.3 ได้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่สาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างตรวจสอบ
สำหรับสรุปยอดผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ณ เวลา 12.00 น. มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 7 ราย (ไม่รวมผู้ก่อเหตุ) แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตภายในโรงเรียน จำนวน 5 ราย เป็นครูหญิง 4 ราย และครูชาย 1 ราย
ทั้งนี้มีรายงานว่าในกลุ่มผู้เสียชีวิตดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนรวมอยู่ด้วย 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย พบที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุ ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ มีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 22 ถึง 29 ราย โดยเป็นผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 9 ราย นำส่งโรงพยาบาลบางใหญ่ 3 ราย (อยู่ระหว่างประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 2 ราย), โรงพยาบาลบางกรวย 3 ราย, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 1 ราย, และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 1 ราย สำหรับผู้บาดเจ็บปานกลาง (เคสเหลือง) มีจำนวน 5 ราย นำส่งโรงพยาบาลปากเกร็ด 3 ราย และโรงพยาบาลบางบัวทอง 2 ราย นอกเหนือจากนี้เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีกประมาณ 11 ถึง 15 ราย
วันนี้ (7 ส.ค. 2569) เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านพักของเด็กนักเรียนชายอายุ 14 ปี ภายในหมู่บ้านร่มเงาไม้ ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางคูรัต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 7 และบาดเจ็บหลายราย
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิต อีก 2 ราย ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน ซึ่งยืนยันว่าเป็น ปู่ และ ย่า ของนักเรียนผู้ก่อเหตุเอง โดยอาวุธปืนที่นำไปใช้ก่อเหตุกราดยิงคือปืนออโตเมติกยี่ห้อ CZ ซึ่งเป็นของปู่ และยังพบกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้อีก 34 นัด พร้อมแม็กกาซีน 2 แม็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเข้าควบคุมและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุต่อไป
เซฟ เดอะ ชิลเดรน
เซฟ เดอะ ชิลเดรน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัว ผู้ปกครอง ครู นักเรียน และทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา
ไม่มีเด็กคนใดควรต้องสูญเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ หรือเติบโตท่ามกลางความหวาดกลัวในสถานที่ซึ่งควรเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความปลอดภัย และการพัฒนาศักยภาพ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเรียนรู้และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรงทุกรูปแบบ ตามหลักสิทธิเด็กที่ได้รับการรับรองทั้งในกฎหมายไทยและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรืออยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความรู้สึกปลอดภัยของเด็ก ครู ผู้ปกครอง และชุมชนโรงเรียนในวงกว้าง รวมถึงเด็กจำนวนมากที่ติดตามข่าวสารผ่านสื่อและสื่อสังคมออนไลน์ เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการดูแลด้านสุขภาพจิตและจิตสังคมอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้พูดคุย แสดงความรู้สึก และได้รับการรับฟังจากผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจได้ โดยไม่ตัดสินหรือกล่าวโทษ
เซฟ เดอะ ชิลเดรน ขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวอย่างรับผิดชอบ โดยหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลีกเลี่ยงการนำเสนอรายละเอียดที่อาจกระตุ้นการเลียนแบบความรุนแรงหรือสร้างความตื่นตระหนก ควรให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และบทเรียนในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามร่วมกันว่า อะไรทำให้เด็กคนหนึ่งมองว่าความรุนแรงเป็นทางออกของปัญหา
เด็กไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของเด็กได้รับอิทธิพลจากครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมรอบตัว เมื่อเด็กคนหนึ่งใช้ความรุนแรง เราต้องไม่ถามแค่ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น แต่ต้องกล้าตั้งคำถามด้วยว่ามีสัญญาณใดที่ผู้ใหญ่หรือระบบรอบตัวอาจมองข้าม และมีโอกาสใดที่เราพลาดในการรับฟัง ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนเด็กคนนั้นก่อนที่ความรุนแรงจะเกิดขึ้น
การตั้งคำถามเช่นนี้ ไม่ได้เป็นการลดทอนความร้ายแรงของการกระทำหรือความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ แต่เป็นการตระหนักว่า การป้องกันความรุนแรงอย่างแท้จริงต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ผ่านการสร้างระบบที่สามารถสังเกตความเสี่ยง รับฟังเสียงของเด็ก และให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
การป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้จึงไม่อาจอาศัยเพียงการตอบสนองหลังเกิดเหตุหรือการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องอาศัยระบบคุ้มครองเด็ก (Child Safeguarding) ที่เข้มแข็ง และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเซฟ เดอะ ชิลเดรน ขอเรียกร้องให้
เสริมสร้างระบบคุ้มครองเด็กในโรงเรียน ให้เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัยที่จะขอความช่วยเหลือ และสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพจิตและจิตสังคม ทั้งในภาวะปกติและหลังเกิดเหตุ เพื่อให้เด็ก ครู และครอบครัวได้รับการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง
สนับสนุนครู ผู้ปกครอง และผู้ดูแล ให้มีความรู้และทักษะในการสังเกตสัญญาณความเสี่ยง รับฟัง และตอบสนองต่อเด็กที่กำลังเผชิญความทุกข์ได้อย่างเหมาะสม
สร้างวัฒนธรรมและพื้นที่ปลอดภัยรับฟังเสียงของเด็ก ให้เด็กทุกคนรู้สึกได้รับความเคารพ กล้าพูดเมื่อเผชิญปัญหา และมั่นใจว่าจะมีผู้ใหญ่ที่พร้อมรับฟังและช่วยเหลือ
ส่งเสริมการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ โดยเคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเด็ก และหลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าวที่อาจกระตุ้นการเลียนแบบความรุนแรง
เด็กทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง เด็กที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต หรือเด็กที่แสดงพฤติกรรมเป็นอันตราย ล้วนมีสิทธิที่จะได้รับการปกป้อง การช่วยเหลือ และการดูแลที่เหมาะสม ทั้งนี้ การคุ้มครองเด็กทุกคนต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้อื่น และการไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ
ในที่สุดแล้ว การปกป้องเด็กไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเหตุเกิด แต่เริ่มต้นจากการสร้างสังคมที่เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย ได้รับความเคารพ และมั่นใจว่าจะมีผู้ใหญ่ที่พร้อมรับฟังและช่วยเหลือก่อนที่ความรุนแรงจะกลายเป็นทางออกของใครก็ตาม