เปิดข้อกฎหมาย 'ยิงโจรในบ้าน' แบบไหนป้องกันตัว แบบไหนทำเกินกว่าเหตุ

เปิดข้อกฎหมาย 'ยิงโจรในบ้าน' แบบไหนป้องกันตัว แบบไหนทำเกินกว่าเหตุ

เปิดข้อกฎหมาย 'ยิงโจรในบ้าน' แบบไหนป้องกันตัว แบบไหนเข้าข่ายทำเกินกว่าเหตุ หากภัยมาประชิดตัวและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ป้องกันตัวได้หรือไม่

SHORT CUT

  • กฎหมายอนุญาตให้ป้องกันตัวจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและละเมิดกฎหมายได้ แต่ต้องเป็นการกระทำที่สมควรแก่เหตุตามมาตรา 68
  • การยิงเพื่อหยุดยั้งคนร้าย เช่น ยิงที่แขนหรือขา เมื่อมีภัยคุกคามซึ่งหน้าและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การยิงคนร้ายที่กำลังหลบหนีหรือยิงจากด้านหลังเพื่อหวังผลถึงชีวิต ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและอาจมีความผิด
  • การใช้อาวุธต้องได้สัดส่วนกับภัยคุกคาม หากคนร้ายไม่มีอาวุธ การใช้ปืนยิงอาจเข้าข่ายป้องกันเกินกว่าเหตุ
  • ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์เป็นรายกรณี เช่น เวลาเกิดเหตุ (กลางคืน) และการมีอาวุธของคนร้าย เพื่อตัดสินว่าเป็นการป้องกันตัวที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เปิดข้อกฎหมาย 'ยิงโจรในบ้าน' แบบไหนป้องกันตัว แบบไหนเข้าข่ายทำเกินกว่าเหตุ หากภัยมาประชิดตัวและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ป้องกันตัวได้หรือไม่

จากกระแสร้อนในโซเชียลมีเดีย หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาณ์ระบุว่า มีปืนในบ้านก็ยิงโจรไม่ได้ ยิงไปก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน ร้อนถึงกูรู และประชาชนกางประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 และคำพิพากษาศาลฎีกาแฉกลับรัวๆ ว่าหากภัยมาประชิดตัวและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ป้องกันตัวโดยไม่มีความผิดและศาลก็ยกฟ้องมาแล้วหลายเคส

'ยิงโจรในบ้าน' ป้องกันตัวหรือทำเกินกว่าเหตุ?

วิรัช หวังปิติพาณิชย์ ทนายความ เจ้าของเว็บไซต์ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ได้ขยายความให้ฟังว่า การป้องกันตัว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 คือ เพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง

หมายความว่า กรณีมีโจรมาปล้นแล้วเข้ามาทำร้ายเรา ตรงนี้เราสามารถป้องกันตัวได้ แต่การป้องกันตัวนั้น ต้องเพื่อให้เขาหยุดการกระทำ ตัวอย่างเช่นโจรเข้ามาจะทำร้ายเรา เราอาจจะยิงขา หรือ ยิงแขน เพื่อให้หยุดการกระทำ ถ้าทำไปโดยสมควรแก่เหตุตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบ ไม่มีความผิด

แต่กรณีที่เข้าข่ายเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เช่น คนร้ายได้ลักทรัพย์ไปแล้ว และอยู่ระหว่างหนีออกไป แทนที่จะยิงแขนขาโจรเพื่อให้หยุด แต่กลับไปยิงหมายเอาชีวิตของคนร้าย ตรงนี้ต้องถือเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุ

อย่างไรก็ตามเคยมีคำตัดสินของศาลฎีกาที่ 469/2500 คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ถึงใต้ถุนบ้าน ไม่ทราบว่าคนร้ายมีอาวุธอะไร ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงว่าคนร้ายมีอาวุธร้ายแรงแค่ไหน  เจ้าของบ้านยิงปืนไปถูกคนร้ายตาย ศาลท่านตัดสินว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องดูเป็นกรณีไป"

 

ต้องใช้ "ปืน" อย่างมีสติ

ภายใต้ความเชื่อว่า หากเจ้าของบ้านอยากป้องกันตัว ให้ยิงขู่ขึ้นฟ้า หรือยิงแขน ยิงขาให้บาดเจ็บ ดีกว่ายิงใส่หลังหรือยิงใส่จุดสำคัญเพื่อมุ่งหวังเอาชีวิต

ทนายวิรัช มองว่า หลักการตามมาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายอาญามีจุดประสงค์ไว้ใช้ป้องกันภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้าย แต่ไม่ได้ความว่าอนุญาตให้ฆ่าคนโดยไม่มีความผิด กฎหมายต้องการใช้เพื่อป้องกันของบุคคลผู้สุจริต ดังนั้นการยิงขู่ หรือ ยิงขา ย่อมทำไปเพื่อป้องกัน แต่การยิงใส่หลังนั้นย่อมหมายถึง ต้องการเอาชีวิต ไม่สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 68

ขณะเดียวกัน ถ้าบ้านไม่มีปืน แต่คว้ามีดมาสู้โจรแล้วแทงตาย หรือใช้ไม้กอล์ฟตีหัวตาย ถามว่าแบบนี้ผิดไหม เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1372/2509 เรื่องมีอยู่ว่า คนตาย (คนร้าย) เห็นจำเลย จึงก้มลงหยิบมีดพร้าที่อยู่ใกล้ๆ ยาวประมาณ 12 นิ้ว แสดงว่าจะฆ่าจำเลยในทันทีที่หยิบมีดได้ ถือว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จึง จำเลยจึงใช้มีดฟันไป 1 ทีที่ซอกคอ กรณีนี้ศาลมองว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ทนายวิรัชแนะนำไปยังเจ้าของบ้าน การป้องกันต้องหมายถึงเป็นการป้องกัน ไม่ได้หมายถึงเอาชีวิต การกระทำต้องทำไปเพื่อป้องกันทรัพย์สินและสมควรแก่เหตุ ดังนั้นการใช้ปืนต้องใช้ความระมัดระวัง มีสติในการใช้

 

วิธี "ยิงโจรในบ้าน" โดยไม่ผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.อังกูร อาทรไผท อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านพ็อกเกตบุ๊กชื่อ "รู้ไว้ไม่ตายโหง" ได้เผยแพร่บทความ "ฆ่าโจรไม่ติดคุก" โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

ถ้ามีปืน ควรจะรู้วิธียิงโจรตายโดยไม่ผิดกฏหมายด้วย กฎหมายให้สิทธิ์ในเรื่อง ป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภัยอันตรายที่ใกล้ถึง ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ และเป็นการกระทำที่ไม่เกินกว่าเหตุ ถ้าครบองค์ประกอบ ชอบด้วยกฎหมาย ยิงมันเลย ท่านไม่มีความผิด

ชอบด้วยกฏหมายก็คือ ท่านเป็นฝ่ายถูกหรือชอบธรรม ท่านเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนคนร้ายเป็นฝ่ายละเมิดกฏหมาย บุกรุกเข้าบ้านท่านในยามวิกาล

ถ้าเป็นเวลากลางวันต้องให้รอบคอบหน่อย เดี๋ยวจะกลายเป็นยิงเอาคนกำจัดปลวกเข้า จะติดคุกเอา ทั้งนี้ดูที่เจตนา เจตนามันอยู่ในใจ มันก็ต้องดูที่การกระทำ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา มึงเข้ามายามวิกาล เจ้าของบ้านเขาหลับนอนหมดแล้วมึงเข้ามาทำไม หรือประตูบ้านก็มีดันงัดแงะเข้ามาทางหน้าต่าง อย่างนี้ถ้าไม่ประสงค์ต่อชีวิตก็ต้องเข้ามาเอาทรัพย์แน่ ยิงเลย แต่มีข้อระมัดระวังอีกนิด คือต้อง พอสมควรแก่เหตุด้วย

ข้อนี้ไม่ยาก ดูว่าคนร้ายมีอาวุธหรือเปล่า อาวุธต้องให้มันสูสีกันด้วย ไม่ใช่คนร้ายมีแต่มือเปล่าๆดันไปยิงเข้าให้ มันไม่ได้ คนร้ายมีแต่มือเราใช้ไม้หน้าสามพอสูสี ข้อนี้ไม่ต้องลำบากใจ หาอาวุธมีดปลายแหลมขนาดใบมีดยาวสักคืบยัดใส่มือให้ก็ยังไหว มีดกับปืนถือว่าสูสี

อีกข้อหนึ่งที่สำคัญคือ ต้องเป็นภัยอันตรายที่ใกล้ถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยวิธีอื่นใด อย่างเช่นคนร้ายเข้าไปในห้องนอน ถืออาวุธมีดปลายแหลม ใบมีดยาวเกือบศอกโดดเขาแทงท่าน ท่านยืนอยู่ในระยะห่างประมาณวาเศษ ถ้าปล่อยให้มันแทงท่านตายแน่ จะโดดหนีก็ไม่พ้นแน่ ท่านไวกว่าหยิบอาวุธปืนยิงใส่แซกหน้าโจรตาย อย่างนี้ท่านไม่ผิด เข้าหลักเกณฑ์ป้องกันตัวโดยชอบ

ที่มา : ทนายวิรัช , พล.ต.ต.อังกูร อาทรไผท

related