
SHORT CUT
โลกการค้าเปลี่ยน จีนปรับทัพ แล้วภาคธุรกิจไทยยืนอยู่ตรงไหน? เจาะลึกบทบาทใหม่ของไทยในจุด 'Sweet Spot' ของห่วงโซ่อุปทานโลก และแนวทางการสร้างโมเดล 'ไทยผนึกกำลังจีนเพื่อรุกตลาดโลก'
ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ คำถามสำคัญที่ภาคธุรกิจไทยต้องกลับมาคิดอย่างจริงจังคือ เรากำลังมอง 'จีน' ในบริบทเดิม หรือกำลังมองเห็นโอกาสในมิติใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น?
เมื่อโครงสร้างการค้าและการลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนทิศทาง จีนไม่ได้เป็นเพียง 'โรงงานโลก' แบบในอดีต แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกโลกมากกว่า 70% โซลาร์เซลล์ (Solar PV) ที่ครอบคลุมสัดส่วน 74–81% หรือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีส่วนแบ่งเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลก รวมถึงการรุกหนักในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปประมวลผล และหุ่นยนต์ขั้นสูง
โจ ฮอร์น พัธโนทัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Strategy613 จำกัด ได้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 หัวข้อ 'ความสัมพันธ์ไทย-จีน กับ ทิศทางการค้าและการลงทุน' ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน, ศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group (CMG), หอการค้าไทย-จีน และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
สะท้อนให้เห็นว่า แม้จีนจะเจอปัจจัยท้าทายภายในจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภค แต่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต (Future-Proofing) ของจีนดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ควบคู่กับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI)
สำหรับประเทศไทย บทบาทของเราต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การเป็น 'ตลาดปลายทาง' เพื่อรองรับสินค้า แต่คือการเป็น 'ศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์' ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยออกสู่ตลาดโลก
โจ ฮอร์น พัธโนทัย มองว่าหัวใจสำคัญในยุคถัดไปจึงอยู่ที่การปรับเปลี่ยนแนวคิด จากการค้าขายแบบดั้งเดิม มาสู่โมเดลความร่วมมือแบบ 'ไทยผนึกกำลังจีนเพื่อรุกตลาดโลก' (Thailand + China to the World) ผ่านการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน BRI อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและป้องกันไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสูญเสียความสามารถในการผลิตในระยะยาว
การจะไปถึงจุดนั้นได้ ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยจำเป็นต้องร่วมกันจัดทำ 'ยุทธศาสตร์เชิงรุก' (Thailand’s China Master-Plan) ทำความเข้าใจกลไกเชิงลึกของตลาดจีน ทั้งบทบาทของรัฐวิสาหกิจ (SOEs) นโยบายภาครัฐ ตลอดจนการแข่งขันระหว่างมณฑลที่มีลักษณะเฉพาะตัว รวมถึงโอกาสจากการที่มูลค่าสินทรัพย์และหุ้นเทคโนโลยีในตลาดจีนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ (Attractive Valuation)
ก้าวต่อไปของความสัมพันธ์ทวิภาคีกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ลึกซึ้งและรอบด้านยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมาย '50 ปีทอง' แห่งมิตรภาพ โดยบทบาทของไทยไม่ใช่เพียงตลาดปลายทาง แต่เป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ที่อยู่ในจุด 'Sweet Spot' ของการปรับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) โดยเฉพาะการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล และ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกของไทยไปยังตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง