
SHORT CUT
กองทัพเรือประกาศผล 'Hanwha Ocean' บริษัทเรือระดับโลก จากเกาหลีใต้ ได้รับเลือกต่อเรือฟริเกต 1 ลำ เสนอราคา 16,730 ล้านบาท ย้ำโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้ พร้อมแถลงผลหลังครบกำหนดอุทธรณ์ 7 วัน
ความคืบหน้าโครงการจัดหา 'เรือฟริเกต' ของกองทัพเรือ ภายหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามรับทราบเอกสารสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกตามที่กระทรวงกลาโหม และกองทัพเรือ เสนอ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569
ล่าสุด วันที่ 7 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามอนุมัติผลการพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว นับเป็นความคืบหน้าที่สำคัญของโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือ และขีดความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว
พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ได้ลงนาม ประกาศกองทัพเรือ ผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกต จำนวน 1 ลำ พร้อมทั้งระบบและอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกัน และพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. โดยเสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 16,730,000,000 บาท เป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว ซึ่งราคานี้เป็นราคาคงที่และตายตัว (Firm & Fixed Price) ในราคา DAP (INCOTERMS 2020) รวมการขนส่งและประกันภัย จนกระทั่งส่งมอบงาน ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ ต,สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หรือพื้นที่ที่กองทัพเรือจะกำหนด
ทั้งนี้แม้ผลการคัดเลือกจะได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ยังอยู่ในห้วงเวลาการรับเรื่องอุทธรณ์ตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าร่วมคัดเลือกทุกรายอย่างเป็นธรรม กองทัพเรือจึงกำหนดแถลงผลการพิจารณาคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกตอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 หลังครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ โดยจะเปิดเผยผลการคัดเลือก พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์ เหตุผล สาระสำคัญของข้อเสนอ และประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา
บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. คือ บริษัทต่อเรือและวิศวกรรมทางทะเลระดับโลกจากประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 1973 และเปิดตัวอีกครั้งภายใต้ Hanwha Group ในปี 2023 เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมการสร้างเรือและนอกชายฝั่ง ครอบคลุมเรือพาณิชย์ เช่น เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวและเรือ VLCC โรงงานนอกชายฝั่ง โรงงาน FLNG โรงงาน FPSO และเรือพิเศษ เช่น เรือดำน้ำและเรือรบ โดยขับเคลื่อนด้วยการมุ่งเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง
ผลงานเด่นในกองทัพเรือไทย Hanwha Ocean คือผู้อยู่เบื้องหลังการสร้าง เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช (FFG-471) เรือฟริเกตสมรรถนะสูงระวางขับน้ำ 3,700 ตัน ซึ่งเซ็นสัญญาเมื่อปี 2556 และส่งมอบเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี 2562
การได้รับคัดเลือกในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความไว้วางใจของกองทัพเรือไทยที่มีต่ออู่ต่อเรือระดับท็อปของเกาหลีใต้ ในการต่อยอดแสนยานุภาพทางทะเลอย่างต่อเนื่อง
เรือฟริเกต Hanwha OCEAN-40F จากเกาหลีใต้ ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานนิทรรศการ Defence & Security 2025 ณ กรุงเทพมหานคร โดยถือเป็นข้อเสนอแบบเรือครั้งที่สองต่อประเทศไทย ต่อจากการส่งมอบเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชที่เข้าประจำการไปเมื่อปี 2019 จุดเด่นแรกคือการขยายขนาดระวางขับน้ำขึ้นเป็น 4,000 ตัน ซึ่งหนักกว่าเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชราว 250 ตัน การเพิ่มขนาดนี้ช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับติดตั้งระบบอาวุธ เซนเซอร์ และมีระยะเผื่อรองรับการปรับปรุงอัปเกรดระบบใหม่ๆ ในอนาคต
ในแง่การพัฒนาระบบ ฮันฮวา โอเชียน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับพันธมิตรความมั่นคงชั้นนำจากยุโรปเพื่อบูรณาการระบบเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ โดยมี Naval Group จากฝรั่งเศส รับหน้าที่รวมระบบบริหารจัดการการรบ (CMS) และระบบเซนเซอร์ ขณะที่ MBDA รับผิดชอบรวมระบบอาวุธ โดยมีไฮไลต์คืออาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Exocet MM40 Block 3c ที่ยิงได้ระยะพ้นสายตาและโจมตีเป้าหมายชายฝั่งได้ นอกจากนี้ยังมี Cohort Group มาร่วมมือดูแลระบบโซนาร์ ท่อยิงตอร์ปิโด ระบบตรวจการณ์ ระบบชี้เป้าและควบคุมการยิง รวมถึงระบบการสื่อสาร
ในยุคที่โดรนกลายเป็นภัยคุกคามหลักในสนามรบ OCEAN-40F ถูกออกแบบมาให้รับมือเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยมีแท่นยิงแนวตั้ง (VLS) ขนาด 16 ท่อยิง รองรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA NG เสริมด้วยแท่นยิง SIMBAD RC อีก 2 ชุดบริเวณหัวและท้ายเรือ พร้อมปืนหลักขนาด 76 มม. และปืนกลรีโมทคอนโทรล (RWS) ขนาด 30 มม. อีก 2 ชุด ที่สำคัญคือมีระบบต่อต้านโดรนแบบ Softkill (รบกวนสัญญาณวิทยุ RF และหลอกสัญญาณดาวเทียม GNSS) ทำงานร่วมกับแบบ Hardkill (ใช้ปืนกล 30 มม. ยิงทำลาย) โดยอาศัยเรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศแบบ 4D ในการตรวจจับโดรนจิ๋วที่บินระดับต่ำ
สำหรับการรับมือกับภัยคุกคามใต้ผิวน้ำ ตัวเรือติดตั้งระบบตรวจจับแบบครบวงจร ประกอบด้วย โซนาร์ใต้ท้องเรือ, โซนาร์ลากท้าย และ โซนาร์ดักจับ ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตรวจจับนักประดาน้ำและยานยนต์ใต้น้ำไร้คนขับขนาดเล็ก (UUV) นอกจากนี้ยังเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ด้วยตอร์ปิโดและระบบเป้าลวงเสียง (Acoustic decoys) เพื่อล่อตอร์ปิโดฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากตัวเรือ
ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยี Stealth หรือคุณลักษณะตรวจจับได้ยาก (Low-observable features) ที่ออกแบบตามหลักการอยู่รอดในสนามรบ ตัวเรือ OCEAN-40F มีการติดตั้งระบบลดเสียงท่อไอเสีย การเคลือบผิวทนความร้อนพิเศษ ระบบลดสนามแม่เหล็กตัวเรือ (Degaussing system) รวมถึงการออกแบบใบจักรเพื่อลดเสียงรบกวนใต้น้ำ ซึ่งช่วยลดโอกาสในการถูกตรวจจับจากเรดาร์และโซนาร์ของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson , Navalnews , เนชั่นทีวี