'ทรัมป์' เสนอนโยบายแจกเงิน 1.7 แสนให้ชาวอเมริกัน หาก 'รีพับลิกัน' ชนะเลือกตั้ง

'ทรัมป์' เสนอนโยบายแจกเงิน 1.7 แสนให้ชาวอเมริกัน  หาก 'รีพับลิกัน' ชนะเลือกตั้ง

'ทรัมป์' เปิดแผนฮือฮา 'Trump dividend' สัญญาแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ แก่ชาวอเมริกันทุกคน หากรีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอมสภาคองเกรส

SHORT CUT

  • โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอนโยบายมอบเงิน "Trump dividend" จำนวน 5,000 ดอลลาร์ (ราว 1.7 แสนบาท) ให้แก่ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน
  • นโยบายดังกล่าวมีเงื่อนไขสำคัญคือ พรรครีพับลิกันจะต้องชนะการเลือกตั้งสภาคองเกรสให้ได้ก่อน
  • โครงการนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสจึงจะดำเนินการได้

'ทรัมป์' เปิดแผนฮือฮา 'Trump dividend' สัญญาแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ แก่ชาวอเมริกันทุกคน หากรีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอมสภาคองเกรส

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นปราศรัยปิดการประชุมใหญ่ศึกเลือกตั้งกลางเทอมนัดแรกของ พรรครีพับลิกัน ณ เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569[1] โดยทรัมป์ได้ยื่นข้อเสนอสุดฮือฮาแก่ผู้เชียร์ ด้วยการสัญญาว่าจะมอบเงินปันผลที่เรียกว่า 'Trump dividend' จำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 170,000 บาท ให้แก่ประชากรผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคน[1] เพื่อเป็นการประเดิมเวทีหาเสียงครั้งสำคัญ

เงื่อนไขชนะเลือกตั้ง และด่านหินงบมหาศาล 1 ล้านล้านดอลลาร์

นโยบายแจกเงินก้อนโตนี้มาพร้อมเงื่อนไขสำคัญ คือ พรรครีพับลิกันจะต้องคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสภาคองเกรส ในเดือนพฤศจิกายนนี้ให้ได้เสียก่อนทั้งนี้ มีการประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณมหาศาลสูงเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจ่ายให้กับประชากรผู้ใหญ่ราว 270 ล้านคนทั่วประเทศ และมาตรการนี้ไม่สามารถอนุมัติได้ด้วยคำสั่งผู้นำคนเดียว แต่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนจึงจะดำเนินการจ่ายเงินได้จริง

'ทรัมป์' เสนอนโยบายแจกเงิน 1.7 แสนให้ชาวอเมริกัน  หาก 'รีพับลิกัน' ชนะเลือกตั้ง

ดึงคะแนนนิยมแนวดิ่ง ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ-สงครามอิหร่าน

สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ทรัมป์ใช้เวลาขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ยาวนานเกือบ 2 ชั่วโมงในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ เพื่อหวังดึงความสนใจของสังคมกลับมายังศึกเลือกตั้งกลางเทอม ในช่วงเวลาที่คะแนนนิยมของเขากำลังดิ่งร่วงลงอย่างหนัก[4] ทรัมป์ได้ส่งเสียงอ้อนกลุ่มผู้สนับสนุนให้จินตนาการว่าตัวเขาลงแข่งในบัตรเลือกตั้งด้วย เพื่อปลุกกระแสกลุ่ม MAGA (Make America Great Again) ให้ ออกมาใช้สิทธิ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น และสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 ซึ่งทรัมป์ย้ำว่าการบุกอิหร่านเป็นไปเพื่อสกัดนิวเคลียร์ พร้อมสัญญาว่าราคาน้ำมันจะลดลงทันทีหากสหรัฐฯ ชนะสงคราม 

สปอตไลต์จับตา "เจดี แวนซ์" ชายผู้ถูกวางตัวสู้ศึกปี 2028

นอกเหนือจากการปราศรัยของทรัมป์แล้ว อีกหนึ่งจุดสนใจของการประชุมครั้งนี้คือบทบาทของ รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ซึ่งเตรียมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์หลัก[6] บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองตรงกันว่า เวทีศึกกลางเทอมครั้งนี้จะเป็นบททดสอบศักยภาพทางการเมืองและเป็นการ "หยั่งกระแส" ล่วงหน้า สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2028 ของแวนซ์ เนื่องจากทรัมป์ติดเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สามได้อีกแล้ว

สงครามน้ำลายเดือด รอยร้าวในพรรคเดโมแครต

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างดุเดือด มีการโจมตีพรรคเดโมแครตอย่างหนักหน่วง โดยแกนนำพรรครีพับลิกันต่างตราหน้าฝั่งตรงข้ามว่าเป็นพวกรอบด้านที่เป็นอันตรายต่อประเทศ 

อย่างไรก็ดี ฝ่ายรีพับลิกันยังได้รับแต้มต่อทางการเมืองเพิ่ม จากกรณีที่ จอห์น เฟตเตอร์แมน สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอช่วยสนับสนุนสมาชิกรีพับลิกัน พร้อมประกาศปฏิเสธแนวคิดขวาจัดและซ้ายจัด ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคเดโมแครตในช่วงกระชั้นชิดก่อนวันลงคะแนน

related