ทรัมป์สั่งยกเลิก ‘กฎห้ามสร้างถนน’ ในป่าสงวน หวั่นสัตว์สูญพันธุ์

ทรัมป์สั่งยกเลิก ‘กฎห้ามสร้างถนน’ ในป่าสงวน หวั่นสัตว์สูญพันธุ์

รัฐบาลทรัมป์ยกเลิก ‘กฎห้ามสร้างถนน’ สั่งเปิดป่าสงวน 45 ล้านเอเคอร์ไฟเขียวตัดไม้-เจาะน้ำมัน นักวิจัยเตือนเสี่ยงดันสัตว์ป่ากว่า 400 ชนิดสูญพันธุ์เร็วขึ้น

SHORT CUT

  • รัฐบาลทรัมป์สั่งยกเลิก "กฎห้ามสร้างถนน" (Roadless Rule) ที่ใช้คุ้มครองป่าสงวนมานานกว่า 20 ปี เพื่อเปิดพื้นที่กว่า 45 ล้านเอเคอร์ให้สามารถตัดไม้และขุดเจาะน้ำมันได้
  • การตัดสินใจดังกล่าวอาจเร่งให้พืชและสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์กว่า 400 ชนิดต้องสูญพันธุ์เร็วขึ้น ซึ่งรวมถึงสัตว์สำคัญอย่างหมีกริซลี หมาป่าสีเทา และปลาแซลมอนป่า
  • นโยบายนี้ไม่เพียงทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แต่

รัฐบาลทรัมป์ยกเลิก ‘กฎห้ามสร้างถนน’ สั่งเปิดป่าสงวน 45 ล้านเอเคอร์ไฟเขียวตัดไม้-เจาะน้ำมัน นักวิจัยเตือนเสี่ยงดันสัตว์ป่ากว่า 400 ชนิดสูญพันธุ์เร็วขึ้น

การตัดสินใจของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในการยกเลิกกฎการอนุรักษ์พื้นที่ไร้ถนนปี 2001 (Roadless Rule) ซึ่งเป็นมาตรการคุ้มครองป่าไม้เก่าแก่มานานกว่าสองทศวรรษ กำลังจุดชนวนความวิตกกังวลครั้งใหญ่ในกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยรายงานล่าสุดจากศูนย์เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพเตือนว่า การยกเลิกกฎดังกล่าวจะเปิดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่า 45 ล้านเอเคอร์ ให้สามารถตัดไม้ สร้างถนน และขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งอาจเร่งให้พืชและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์กว่า 400 ชนิดสูญพันธุ์เร็วขึ้น ทั้งยังส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดื่มสะอาดของประชาชนในหลายภูมิภาคทั่วสหรัฐอเมริกา

แม้รัฐบาลทรัมป์จะอ้างเหตุผลว่า กฎระเบียบเดิมเป็นข้อจำกัดที่ล้าสมัยซึ่งขัดขวางการจัดการสุขภาพป่าและการลดความเสี่ยงไฟป่า แต่นักวิจัยชี้ว่าการยกเลิกมาตรการจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ากว่า 7.4 ล้านเอเคอร์ และลำธารธรรมชาติเกือบ 1,800 ไมล์ โดยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถือเป็นบ้านของสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ เช่น หมีกริซลี หมาป่าสีเทา นกฮูกจุดเม็กซิกัน ปลาแซลมอนป่า ตลอดจนสัตว์หายากอย่างสุนัขจิ้งจอกแดงเซียร์ราเนวาดา ซึ่งปัจจุบันคาดว่าเหลือเพียง 18 ถึง 39 ตัวเท่านั้น

ทรัมป์สั่งยกเลิก ‘กฎห้ามสร้างถนน’ ในป่าสงวน หวั่นสัตว์สูญพันธุ์

ผลกระทบจากการยกเลิกกฎห้ามสร้างถนนครอบคลุมพื้นที่สำคัญในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ดังนี้:

เทือกเขาร็อกกี้: พื้นที่ป่า 9.7 ล้านเอเคอร์และลำธารเกือบ 11,000 ไมล์ตกอยู่ในความเสี่ยง กระทบต่อพืชและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ 21 ชนิด ทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่จัดหาน้ำดื่มให้ชุมชนหลายแห่งในรัฐมอนทานา

รัฐอะแลสกา: สุ่มเสี่ยงทำลายปลาแซลมอนป่าในป่าสงวนแห่งชาติทงกัส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการประมงมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี คิดเป็น 1 ใน 10 ของการจ้างงานในพื้นที่ และยังกระทบต่อระบบน้ำดื่มบริสุทธิ์ของเมืองซิทกา

ภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้: ส่งผลกระทบต่อป่า 1.1 ล้านเอเคอร์ กระทบสัตว์หายากอย่างซาลาแมนเดอร์ยักษ์ และยังเป็นแหล่งน้ำดื่มมากกว่า 70% ของประชากรราว 5 ล้านคนในเขตมหานครแอตแลนตา

ภาคตะวันตกเฉียงใต้: ป่าไร้ถนนเกือบ 10 ล้านเอเคอร์ ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์คุ้มครอง 101 ชนิด เช่น เสือจากัวร์และหมาป่าสีเทาเม็กซิกัน กำลังเสี่ยงถูกทำลาย ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำดื่มหลักสูงถึง 45% - 75% ของเมืองใหญ่อย่างฟีนิกซ์ แฟลกสตาฟ และอัลบูเคอร์คี

ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกตอนบน: พื้นที่ป่าอีกหลายล้านเอเคอร์ที่เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์คุ้มครองรวมกว่า 170 ชนิด เช่น พังพอนอเมริกัน ค้างคาวหูยาวเหนือ แมวป่าแคนาดา และหมาป่าสีเทา ก็ตกอยู่ในภาวะเปราะบางเช่นกัน
 

ทรัมป์สั่งยกเลิก ‘กฎห้ามสร้างถนน’ ในป่าสงวน หวั่นสัตว์สูญพันธุ์

การยกเลิกกฎห้ามสร้างถนนในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในนโยบายผ่อนปรนด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้รถยนต์ออฟโรดเข้าใช้พื้นที่อุทยาน การยกเลิกเขตกันชนปลอดการขุดเจาะน้ำมัน และการสั่งตัดไม้ในพื้นที่ป่าสาธารณะกว่า 280 ล้านเอเคอร์ ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างกรมป่าไม้สหรัฐฯ ซึ่งสร้างความหวั่นเกรงว่าระบบนิเวศและแหล่งน้ำของประชากรสหรัฐฯ จะได้รับความเสียหายอย่างไม่อาจย้อนคืนได้
 

related