
SHORT CUT
เจาะลึกประวัติศาสตร์ 670 ปี วัดพุทไธศวรรย์ จาก 'ตำราเลขยันต์' สมัยอยุธยา สู่ศูนย์กลางศรัทธาจตุคามฯ และตำนานเหรียญเหนือดวงที่หนุนดวงชะตาผู้คน หมุดหมายศรัทธาสายมูระดับตำนาน
หากเอ่ยถึงโบราณสถานนอกเกาะเมืองอยุธยาที่มีความสำคัญระดับปฐมบท "วัดพุทไธศวรรย์" คือหมุดหมายประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า วัดแห่งนี้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 1896 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ณ บริเวณ "ตำหนักเวียงเหล็ก" หรือ "เวียงเล็ก" ซึ่งเป็นพลับพลาที่ประทับเดิมก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ด้วยภูมิสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งใต้ นอกเกาะเมืองอยุธยา ทำให้วัดพุทไธศวรรย์เป็นหนึ่งในวัดโบราณที่รอดพ้นจากการถูกเผาทำลายอย่างหนักในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 รอยอดีตและงานพุทธศิลป์อันงดงามจึงยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบันมากกว่า 670 ปี
นอกเหนือจากมิติทางประวัติศาสตร์การสร้างเมือง วัดพุทไธศวรรย์ยังถูกเล่าขานในฐานะ "ศูนย์กลางแห่งสรรพวิทยาคุณ" ของกรุงศรีอยุธยา โดยมีบันทึกและตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า วัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ฝึกอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ฝึกดาบ และลงคาถาอาคมของแม่ทัพนายกองและทหารกล้าก่อนออกศึกสงคราม ทั้งยังมีความเกี่ยวพันกับตำนานการฝึกอาคมของลูกศิษย์อาจารย์ชีปะขาว จนกลายเป็นต้นกำเนิดของ "สำนักดาบวัดพุทไธศวรรย์" อันลือลั่น ทำให้พื้นที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยพลังศรัทธาด้านความอยู่ยงคงกระพันและการปกป้องคุ้มภัยมาแต่โบราณกาล
หัวใจแห่งศรัทธาในเขตพุทธาวาสของวัดพุทไธศวรรย์ คือ พระมหาธาตุ หรือปรางค์ประธานทรงขอมสีขาวสะอาดตาที่ประดิษฐานโดดเด่นอยู่บนฐานไพที ขณะที่ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อดำ" พระพุทธรูปปูนปั้นสีดำปางมารวิชัย ศิลปะอู่ทองหรืออยุธยาตอนต้น หลวงพ่อดำถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานเล่าขานว่า หากใครเจ็บไข้ได้ป่วยมาอธิษฐานจิตขอพรก็มักจะหายป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ หรือผู้ที่มาขอบุตรก็มักประสบความสำเร็จสมปรารถนา
นอกจากนี้ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ 5 พระมหากษัตริย์ไทย และจิตรกรรมฝาผนังล้ำค่าในตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์อีก
ความเข้มขลังข้ามยุคสมัยของวัดพุทไธศวรรย์ถูกส่งต่อผ่านการสืบทอด ตำราเลขยันต์และคัมภีร์มนตร์คาถา ของอดีตพระเกจิอาจารย์ โดยเฉพาะการรวบรวมสายวิชาพุทธาคมจากครูบาอาจารย์ขมังเวทหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น วิชาสร้างรูปพรหม สายอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ , วิชาตะกรุดทองคำ สายสมเด็จลุนแห่งนครจำปาสัก ตลอดจน มวลสารผงพรายกุมาร เส้นเกศา และเถ้าอังคารของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ การรวมสายวิชาอันทรงอิทธิฤทธิ์เหล่านี้กลายเป็นฐานสำคัญในการจัดสร้างวัตถุมงคลของวัด
จุดพลิกผันที่ทำให้วัดพุทไธศวรรย์กลายเป็นปรากฏการณ์สายมูระดับประเทศ เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 จากการเริ่มจัดสร้างรูปหล่อหลวงปู่ทวด ซึ่งผู้สร้างได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อหลวงพ่อดำ จนได้รับความช่วยเหลือจากคณะศิษย์ทางนครศรีธรรมราช นำมาสู่พิธีอัญเชิญญาณบารมี องค์พ่อจตุคามรามเทพ และการถ่ายทอดวิชา "จันทรภาณุเหนือฟ้า เหนือดิน" ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางความศรัทธาในองค์พ่อจตุคามรามเทพที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในภาคกลาง
ในปี พ.ศ. 2549 เนื่องในวโรกาสที่รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี วัดพุทไธศวรรย์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ทางวัดจึงได้จัดสร้างวัตถุมงคล "เหรียญเหนือดวง" หรือ "เหรียญยกฐานะ" ขึ้นเป็นที่ระลึก โดยประกอบพิธีอธิษฐานจิตอัญเชิญบารมีองค์พ่อจตุคามฯ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2549 และเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2549 โดยมี 16 พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุคร่วม นั่งปรกอธิษฐานจิต อาทิ หลวงพ่อรวย วัดตะโก, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงปู่ทิม วัดพระขาว และหลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม เหรียญรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจากชื่อที่เป็นมงคล เชื่อกันว่าช่วยหนุนดวงชะตา ยกฐานะ และพลิกฟื้นชีวิตจากวิกฤต
แม้ยุคสมัยจะหมุนเปลี่ยนไป และอาจมีข่าวคราวเรื่องราวของบุคคลเข้ามาเข้ามาสร้างความคลอนแคลนแก่จิตใจผู้คนในบางช่วงเวลา แต่คุณค่าที่แท้จริงของวัดพุทไธศวรรย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากแต่อยู่ที่ รากฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน งานพุทธศิลป์อันงดงาม และสัจธรรมแห่งพระพุทธศาสนา วัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อันเข้มขลัง เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ทรงคุณค่าอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างแท้จริง
ที่มา : putthaijatukam