
SHORT CUT
ไขคำตอบเงินบริจาควัดต้องผ่านใครบ้าง? เปิดเงื่อนไขเบิกถอน 2 ใน 3 และหน่วยงานระดับประเทศที่เข้าตรวจสอบเงินวัด
เมื่อประชาชนถวายเงินบริจาคแก่วัด ไม่ว่าจะผ่านการออกใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษ หรือการสแกนผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) เงินบริจาคทุกบาทถือเป็นศาสนสมบัติของวัด มหาเถรสมาคม (มส.) จึงได้ออกแนวปฏิบัติชัดเจนเพื่อสร้างความโปร่งใสในการรับและบริหารจัดการเงินฝากธนาคารของวัดทั่วประเทศ หลายคนที่ชอบทำบุญหรือบริจาคเงิน คงคุ้นเคยกับ “ใบอนุโมทนาบัตร” เอาไว้ใช้ยื่นลดหย่อนภาษี แต่กรมสรรพากรประกาศยกเลิกการใช้ใบอนุโมทนาบัตรเป็นหลักฐานลดหย่อนภาษี แล้ว ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป หากใครต้องการนำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษี จะต้องทำผ่าน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น
เงินบริจาคที่รับมาต้องนำเข้าบัญชีธนาคารของวัดโดยเฉพาะ โดยมติ มส. กำหนดให้ระบุชื่อบัญชีเป็น "เงินของวัด..." หรือ "วัด..." หรือ "เงินของวัด...เพื่อค่าใช้จ่ายหรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัด" เท่านั้น ที่สำคัญคือมีกฎเหล็กห้ามใช้คำว่า "โดย" หรือ "เพื่อ" ตามด้วยชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งต่อท้ายชื่อวัดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปะปนระหว่างเงินส่วนตัวกับเงินวัด
ในด้านการจัดทำบัญชี ธนาคารที่วัดจะไปเปิดบัญชีรับเงินบริจาค ต้องเป็นธนาคารที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่วัดตั้งอยู่ หรือจังหวัดที่มีเขตติดต่อใกล้เคียงเท่านั้น โดยวัดสามารถเลือกเปิดบัญชีได้ทั้งรูปแบบมีสมุดคู่ฝากปกติ หรือใช้ระบบบัญชีไม่มีสมุดคู่ฝาก (E-passbook) เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมดิจิทัล
เมื่อเงินบริจาคเข้าสู่บัญชีวัด การจะนำเงินออกมาใช้งานต้องผ่านการพิจารณาและลงนามจากคณะบุคคลอย่างน้อย 3 รูป/คน ประกอบด้วย
ตามระเบียบและมติมหาเถรสมาคม วัดทุกวัดไม่ให้อยู่ในสถานะถือครองเงินสดเกิน 100,000 บาท โดยหากมีเงินสดหรือเงินบริจาคส่วนที่เกิน 100,000 บาท จะต้องนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารในนามของวัดทันที โดยกระบวนการเบิกถอนหรือโอนเงินวัด ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นเช็ก ใบถอนเงิน หรือการทำธุรกรรมออนไลน์ ธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขให้ต้องมีผู้ลงนามสั่งจ่ายอย่างน้อย 2 ใน 3 คน โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่สุดคือ "ต้องมีเจ้าอาวาสลงนามสั่งจ่ายด้วยทุกครั้ง" จึงจะไม่สามารถเบิกเงินออกไปใช้ตามใจชอบโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้
วัดทุกวัดมีหน้าที่ต้องบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกครั้งที่มีรายการเข้าออก และทำสรุปเป็นรายเดือนรวม 12 เดือน พร้อมจัดทำรายงานเงินคงเหลือประจำเป็นประจำทุกสิ้นเดือน จากนั้นต้องนำส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป และเก็บสำเนาเอกสารหลักฐานไว้ที่วัดเพื่อรอการตรวจสอบ
การตรวจสอบเงินวัดมีทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกร่วมดูแล โดยเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์มีหน้าที่กำกับดูแลเจ้าอาวาส หากปล่อยปละละเลยจะมีความผิดฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
ขณะเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะประสานงานกับหน่วยงานตรวจสอบภาครัฐ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานตรวจสอบภายในระดับจังหวัด, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเข้าทำการตรวจสอบเอกสารและบัญชีเงินฝากของวัดตามกฎหมาย
ที่มา : มหาเถรสมาคม