
SHORT CUT
คนรุ่นใหม่ นับถือพุทธ แต่ไม่เอาพระ? เปิดโพลสะท้อนความศรัทธา เมื่อพระสงฆ์กับพระพุทธศาสนาอาจกำลังถูกมองแยกออกจากกันมากขึ้น
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา วงการพระสงฆ์ไทยต้องเผชิญกับข่าวและข้อครหาหลายรูปแบบ ตั้งแต่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การเข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุข ไปจนถึงประเด็นด้านความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตที่ถูกตั้งคำถามว่า สอดคล้องกับสมณเพศหรือไม่ ขณะที่ข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์บางรูปยังถูกเผยแพร่และขยายวงอย่างรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เรื่องที่เคยจำกัดอยู่ในวงการศาสนา กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
เมื่อข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ตามมาจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า พระรูปนั้นผิดหรือไม่ผิด แต่ขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า นั่นคือ เกิดอะไรขึ้นกับความศรัทธาของคนไทย และโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางข่าวเหล่านี้
เพราะในอีกด้านหนึ่ง คนไทยจำนวนมากยังคงระบุว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธ แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นในสังคมว่า หรือกำลังเกิดปรากฏการณ์ นับถือพุทธ แต่ไม่เอาพระ หรือไม่?
คำถามนี้ไม่ได้หมายความว่า คนรุ่นใหม่เลิกนับถือพระพุทธศาสนา แต่กำลังชวนมองว่า วันนี้คนรุ่นใหม่อาจกำลังแยกคำว่า ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ออกจาก ความศรัทธาที่มีต่อพระสงฆ์ มากขึ้นหรือไม่
ข้อมูลจาก นิด้าโพล ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA Poll) ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ พบภาพที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเมื่อถามถึงความศรัทธาต่อพระสงฆ์จากกรณีข่าวฉาวของพระสงฆ์ในปัจจุบัน 58.40% ระบุว่าความศรัทธาต่อพระสงฆ์ลดลง ขณะที่ 41.60% ระบุว่ายังเท่าเดิม
แต่เมื่อเปลี่ยนคำถามจากพระสงฆ์มาเป็น ศาสนาพุทธ ผลกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย 68.55% ระบุว่าความศรัทธาต่อศาสนาพุทธยังเท่าเดิม ขณะที่ 31.45% ระบุว่าความศรัทธาต่อศาสนาพุทธลดลง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนประเด็นสำคัญว่า สำหรับคนจำนวนไม่น้อย การมีข่าวด้านลบเกี่ยวกับพระสงฆ์ ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกศรัทธาในพระพุทธศาสนาไปพร้อมกัน แต่ดูเหมือนว่า พระสงฆ์กับพระพุทธศาสนา กำลังถูกมองเป็นคนละเรื่องกันมากขึ้น
ขณะเดียวกัน นิด้าโพล ยังพบว่า 76.11% มองว่าปัญหาของพระพุทธศาสนาในปัจจุบันส่วนหนึ่งมาจากพระสงฆ์บางส่วนที่ยังไม่สามารถตัดขาดจากเรื่องทางโลก โดยมีความกังวลต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งประเด็นยาเสพติด สุรา การพนัน รวมถึงความสัมพันธ์กับผู้หญิง ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของพระสงฆ์
เมื่อมองเฉพาะ คนรุ่นใหม่ งานศึกษาของ ISEAS-Yusof Ishak Institute เรื่อง Examining Religious Engagement Among Thai Buddhist Undergraduates ซึ่งศึกษานักศึกษาพุทธไทย พบว่า นักศึกษาพุทธมีแนวโน้มสวดมนต์และเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาน้อยกว่าในกลุ่มศาสนาอื่น สะท้อนรูปแบบความสัมพันธ์กับศาสนาที่อาจไม่ได้ยึดติดกับการปฏิบัติทางศาสนาแบบดั้งเดิมมากนัก
ขณะที่ Pew Research Center สำรวจผู้ใหญ่ในประเทศไทย พบว่า 90% ระบุว่าปัจจุบันนับถือศาสนาพุทธ และ 98% บอกว่าศาสนาปัจจุบันเป็นศาสนาเดียวกับที่ตนได้รับการเลี้ยงดูมาแต่เด็ก แปลว่าอัตลักษณ์ความเป็นพุทธของคนไทยยังคงแข็งแรง แม้รูปแบบการปฏิบัติและการมีส่วนร่วมทางศาสนาจะเปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ Pew Research Center ยังพบความแตกต่างระหว่างช่วงวัย โดยชาวพุทธอายุ 18–34 ปีให้ความสำคัญกับการทำบุญน้อยกว่าชาวพุทธอายุมากกว่า สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่อาจไม่ได้ยึดโยงความเป็นพุทธไว้กับกิจกรรมหรือพิธีกรรมแบบเดิมมากเท่าคนรุ่นก่อน
ภาพที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่เรื่องของ คนรุ่นใหม่เลิกนับถือพุทธ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของวิธีที่คนรุ่นใหม่สัมพันธ์กับศาสนา จากเดิมที่ความเป็นพุทธเชื่อมโยงกับการเข้าวัด ทำบุญ ฟังพระ หรือทำพิธีกรรม มาเป็นการเลือกหยิบหลักคิด คำสอน หรือมิติทางจิตใจมาใช้กับชีวิตในแบบของตัวเอง
ดังนั้น คำว่า นับถือพุทธ แต่ไม่เอาพระ อาจยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่หมดศรัทธาต่อพระสงฆ์ เพราะยังไม่มีผลสำรวจระดับประเทศที่ยืนยันเช่นนั้น แต่เป็นคำถามที่น่าสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยว่า เมื่อความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนายังคงอยู่ แต่ความเชื่อมั่นต่อพระสงฆ์ถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายแล้ว คนรุ่นใหม่กำลัง ถอยห่างจากพระพุทธศาสนา หรือกำลัง สร้างวิธีนับถือพุทธในแบบของตัวเอง และในวันที่พระไม่ได้เป็นประตูเดียวสู่การเข้าถึงธรรมะ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่แค่ คนรุ่นใหม่นับถือพุทธหรือไม่ แต่คือ พวกเขายังศรัทธาอะไร และศรัทธาในใครกันแน่