
SHORT CUT
เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20 – 0.30 เมตร มีพื้นที่เสี่ยงใน 6 จังหวัดท้ายเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ
วันที่ 30 ก.ย.69 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จากการปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 2,200 ลบ.ม. ต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน 0.20 – 0.30 เมตร พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ดังนี้
ภาคเหนือ จ.ลำพูน (84) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี (34) ภาคกลาง จ.สระบุรี (42) ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา (37) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (60) และ ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี (88)
ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง
คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ปริมาณน้ำรวม: 79% ของความจุเก็บกัก (63,718 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 70% (39,596 ล้าน ลบ.ม.)
ที่มา : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ