'เขื่อนเจ้าพระยา' ระบายน้ำเพิ่ม 2,200 ลบ.ม./วินาที กระทบ 6 จังหวัด

'เขื่อนเจ้าพระยา' ระบายน้ำเพิ่ม 2,200 ลบ.ม./วินาที กระทบ 6 จังหวัด

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20 – 0.30 เมตร มีพื้นที่เสี่ยงใน 6 จังหวัดท้ายเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ

SHORT CUT

  • เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20 – 0.30 เมตร
  • สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนภัยเฝ้าระวังผลกระทบ
  • มีพื้นที่เสี่ยงใน 6 จังหวัดท้ายเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ
  • จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20 – 0.30 เมตร มีพื้นที่เสี่ยงใน 6 จังหวัดท้ายเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ

วันที่ 30 ก.ย.69 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

  • สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 37.94 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 0.31 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 26.24 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.97 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,326 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำ 23.51 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.19 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,200 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.69 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.22 ม.รทก.

ประกาศแจ้งเตือนภัย 6 จังหวัดท้ายเขื่อน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จากการปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 2,200 ลบ.ม. ต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน 0.20 – 0.30 เมตร พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ดังนี้

  1. จ.ชัยนาท (อ.สรรพยา) จ.สิงห์บุรี (อ.พรหมบุรี อ.เมืองฯ และ อ.อินทร์บุรี)
  2. จ.อ่างทอง (อ.เมืองฯ อ.วิเศษชัยชาญ อ.ไชโย และ อ.ป่าโมก)
  3. จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.บางซ้าย อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร และ อ.ลาดบัวหลวง)
  4. จ.ปทุมธานี (อ.สามโคก และ อ.เมืองฯ)
  5. จ.นนทบุรี (อ.เมืองฯ อ.บางกรวย และ อ.ปากเกร็ด)

สถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค

ภาคเหนือ จ.ลำพูน (84) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี (34) ภาคกลาง จ.สระบุรี (42) ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา (37) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (60) และ ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี (88)

ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม

ปริมาณน้ำรวม: 79% ของความจุเก็บกัก (63,718 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 70% (39,596 ล้าน ลบ.ม.)

'เขื่อนเจ้าพระยา' ระบายน้ำเพิ่ม 2,200 ลบ.ม./วินาที กระทบ 6 จังหวัด

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค

  • ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 19,825 ล้าน ลบ.ม. (72%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 8,118 ล้าน ลบ.ม. (67%)
  • ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 1,375 ล้าน ลบ.ม. (73%)
  • ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 2,889 ล้าน ลบ.ม. (91%)
  • ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 26,179 ล้าน ลบ.ม. (92%)
  • ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 5,332 ล้าน ลบ.ม. (70%)

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

 

related