
SHORT CUT
โปรเจกต์ที่เคยทำในมหาวิทยาลัย Prototype ที่ทดลองแล้วเก็บไว้ หรือไอเดียที่คิดมานานแต่ยังไม่มีพื้นที่ให้ลองของจริง อาจถึงเวลาหยิบขึ้นมาดูอีกครั้ง กับ “Spark Hack Season 2” ของกลุ่มปตท.และพันธมิตร ชวนคนรุ่นใหม่แก้โจทย์ชุมชน จะได้รู้ว่าเมื่อเอาไปเจอปัญหาจริง มันจะเวิร์กแค่ไหน
นี่คือโจทย์ของ “Spark Hack Season 2” โครงการที่กลุ่ม ปตท. ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ONEP) และหน่วยงานพันธมิตร เปิดรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่ม Startup และคนรุ่นใหม่ อายุ 18–35 ปี มาลองใช้ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แก้โจทย์ ESG จากพื้นที่จริง
ภายใต้แนวคิด “Sparking the Possibility ยั่งยืน ทำได้” เป้าหมายคือหา Solution ที่มีโอกาสพัฒนาต่อ ต่อยอดสู่การใช้งานร่วมกับชุมชนจริง
โจทย์การแข่งขัน Spark Hack Season 2 มีตั้งแต่ บ้านต้นผึ้ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่, เกาะสีชัง จ.ชลบุรี, วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ และ อ.สิงหนคร จ.สงขลา
โดยให้แต่ละทีมเลือก 1 พื้นที่ และ 1 Challenge ก่อนลงรายละเอียดว่าคนในพื้นที่กำลังเจออะไร แล้วออกแบบ Solution ให้เหมาะกับบริบทของชุมชนนั้น ภายใต้ 3 แกนหลัก
1. ปลุกของดี (Identity)
หยิบวัตถุดิบ ภูมิปัญญา สินค้า หรือบริการที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาต่อยอด เพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับชุมชน
2. ปกป้องชุมชน (Security)
ครอบคลุมตั้งแต่ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิต ปัญหาสังคม คุณภาพชีวิต ไปจนถึงโอกาสและความเท่าเทียมของคนในพื้นที่
3. ปรับตัวฝ่าวิกฤต ชุมชนยั่งยืน (Resilient Community)
หาแนวทางให้ชุมชนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น ทั้งเรื่องการใช้พลังงาน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจที่เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่
รายละเอียดเหล่านี้สำคัญ เพราะของที่ใช้ได้ดีในเชียงใหม่ อาจใช้ไม่ได้เมื่อย้ายไปเกาะสีชัง ส่วนเทคโนโลยีที่ดูน่าสนใจในห้องแล็บ พอลงพื้นที่จริงก็ต้องเจอทั้งเรื่องต้นทุน การดูแลรักษา ความคุ้นเคยของผู้ใช้ และข้อจำกัดเฉพาะของแต่ละชุมชน
Spark Hack Season 2 มองหาแนวคิดหรือนวัตกรรมที่ผ่านการศึกษา ทดลอง หรือพิสูจน์ความเป็นไปได้มาแล้วระดับหนึ่ง หรือที่เรียกว่า Proof of Concept (PoC) อาจเป็น Prototype ผลการทดลอง การทดสอบเบื้องต้น หรือมีข้อมูลสนับสนุนว่าแนวคิดนั้นมีโอกาสพัฒนาต่อได้จริง
ผู้สมัครต้องเริ่มจากศึกษาพื้นที่และปัญหาของชุมชน เลือก Challenge ที่สนใจ รวมทีมพัฒนา Solution โดยต้องอธิบายให้ได้ว่า กำลังแก้ปัญหาอะไร ศักยภาพแค่ไหน และจะนำไปใช้จริงในพื้นที่อย่างไร ก่อนส่งรายละเอียดผ่านระบบสมัครออนไลน์
เกณฑ์รอบแรกให้น้ำหนักคะแนนกับ PoC of Innovation 50% ตามด้วย Community-First 30% และประสบการณ์หรือองค์ความรู้ของทีมด้าน ESG, SDGs และความยั่งยืนอีก 20%
โครงการเปิดรับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่ม Startup และคนรุ่นใหม่ อายุ 18–35 ปี ทีมละ 3–5 คน เปิดรับสมัครถึง 24 ตุลาคม หลังจากนั้นจะคัดเลือก 20 ทีม และประกาศผลในวันที่ 5 พฤศจิกายน
วันที่ 21–22 พฤศจิกายน ทั้ง 20 ทีมจะเข้าสู่ Spark Lab เพื่อทำงานร่วมกับ Coach พัฒนา Prototype และเตรียม Pitching โดยจะลงรายละเอียดมากขึ้น ทั้งความเข้าใจชุมชน ข้อมูลที่ใช้สนับสนุนปัญหา ความเป็นไปได้ของ Solution รวมถึงต้นทุนที่ชุมชนสามารถรับได้ในระยะยาว
หลังจากนั้นจะคัดเหลือ 10 ทีมสุดท้าย เข้าสู่ Finalist Orientation และ Mentoring วันที่ 16 ธันวาคม 2569 ก่อนขึ้นเวที Final Pitching Day วันที่ 16 มกราคม 2570
เมื่อถึงรอบ Final ทุกทีมต้องนำเสนอ Workable Prototype สามารถสาธิตการทำงานได้จริง พร้อมแผนวัดผลว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่อย่างไร และมีแนวทางให้ชุมชนนำความรู้และทักษะไปทำต่อได้แบบไหน
Spark Hack Season 2 มีเงินรางวัลรวมกว่า 380,000 บาท แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 200,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 3 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท และ Popular Vote 30,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตรสำหรับ 20 ทีมสุดท้าย
ทีมที่ได้รับรางวัลและแนวคิดที่มีศักยภาพ ยังมีโอกาสร่วมพัฒนาแนวทางเพื่อนำไปใช้จริงกับ ปตท. พันธมิตร และชุมชนเป้าหมาย ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และเงื่อนไขของโครงการ
สำหรับใครที่มี Prototype อยู่ในมือ เคยทำโปรเจกต์ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี สังคม ธุรกิจชุมชน หรือมีไอเดียที่คิดว่าน่าจะไปต่อได้ นี่เป็นโอกาสเอาของที่มีออกมาทดลองกับพื้นที่จริง จะช่วยแก้ปัญหาได้แค่ไหน
ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ : ลงทะเบียนได้ที่นี่
ศึกษารายละเอียดโครงการและโจทย์ทั้ง 4 จังหวัด : รายละเอียดเพิ่มเติม