สหรัฐฯ เผยโฉม 'ทางข้ามสัตว์ป่า' ฝีมือมนุษย์ขนาดใหญ่สุดในโลก จ่อเปิดตัว 2 ธ.ค.

สหรัฐฯ เผยโฉม 'ทางข้ามสัตว์ป่า' ฝีมือมนุษย์ขนาดใหญ่สุดในโลก จ่อเปิดตัว 2 ธ.ค.

โครงการ 'ทางข้ามสัตว์ป่า' ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ คืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ ก่อนเตรียมเปิดใช้งาน 2 ธันวาคมนี้ หวังลดอุบัติเหตุสัตว์ถูกรถชน และเชื่อมถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่ถูกตัดขาดจากทางหลวง

SHORT CUT

  • สหรัฐฯ เตรียมเปิดใช้งาน Wallis Annenberg Wildlife Crossing ทางข้ามสัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข้ามทางหลวงหมายเลข 101 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย วันที่ 2 ธ.ค. นี้
  • มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ลดอุบัติเหตุสัตว์ถูกรถชน และส่งเสริมความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ เช่น สิงโตภูเขา กวาง และโคโยตี
  • โครงการใช้งบประมาณกว่า 3,825 ล้านบาท และหลังเปิดใช้งานจะมีการฟื้นฟูระบบนิเวศต่อเนื่องด้วยการปลูกพืชพื้นถิ่นอีกประมาณ 50,000 ต้น

โครงการ 'ทางข้ามสัตว์ป่า' ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ คืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ ก่อนเตรียมเปิดใช้งาน 2 ธันวาคมนี้ หวังลดอุบัติเหตุสัตว์ถูกรถชน และเชื่อมถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่ถูกตัดขาดจากทางหลวง

โครงการสะพานเชื่อมผืนป่า Wallis Annenberg Wildlife Crossing ที่ทอดข้ามทางหลวงหมายเลข 101 ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และเตรียมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ 2 ธ.ค.นี้ มุ่งฟื้นฟูเส้นทางธรรมชาติ ลดอุบัติเหตุสัตว์ป่าถูกรถชน และเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์

ทางข้ามแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่ถูกตัดขาดออกจากกันด้วยทางหลวงที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยโครงการนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์สัตว์ป่าในเขตเมือง ผ่านเรื่องราวของ 'P-22' สิงโตภูเขาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในนครลอสแอนเจลิส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของทางหลวงที่มีต่อประชากรสัตว์ป่าได้อย่างชัดเจน

สหรัฐฯ เผยโฉม 'ทางข้ามสัตว์ป่า' ฝีมือมนุษย์ขนาดใหญ่สุดในโลก จ่อเปิดตัว 2 ธ.ค.

เบธ แพรตต์ ประธานกองทุน Wildlife Crossing Fund กล่าวว่า ต้องการให้มีสัตว์ป่าดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติเพื่ออนาคต ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวสัตว์ป่าเองเท่านั้น แต่เพื่อมนุษย์ทุกคน เนื่องจากความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนกับธรรมชาติป่าไม้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ

หนึ่งในความคืบหน้าล่าสุด คือ การก่อสร้างพื้นคอนกรีตของสะพานที่ทอดข้ามถนนอากูราแล้วเสร็จ โดยงานส่วนนี้มีความซับซ้อน ทั้งการย้ายสายไฟฟ้าแรงสูงและสายสื่อสารลงใต้ดิน การปรับเส้นทางท่อส่งน้ำในภูมิภาค ตลอดจนการปกป้องลำธารธรรมชาติและอนุรักษ์ต้นโอ๊กเก่าแก่ในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ ระบุว่า งานโครงสร้างหลักเสร็จสมบูรณ์ไปมากแล้ว ขณะนี้จึงมุ่งเน้นการจัดเตรียมพื้นที่และปรับสภาพภูมิประเทศให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้สัตว์สามารถเดินข้ามทางหลวงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

'แพรตต์' อธิบายว่า ขั้นตอนต่อไปคือการเติมดินให้สูงขึ้นจนสอดคล้องกับระดับโครงสร้างสะพาน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ยึดตรึงดินเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่และมีข้อจำกัดด้านวิศวกรรม นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ขนาดและความซับซ้อนของโครงการนี้ทำให้แตกต่างจากโครงการสร้างสะพานทั่วไป 

โครงการดังกล่าวยังถือเป็นหนึ่งในงานก่อสร้างที่ท้าทายที่สุด เพราะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสะพานทั่วไป แต่ประกอบด้วยงานหลัก 4 ส่วน ได้แก่ โครงสร้างสะพาน 2 แห่ง การย้ายระบบสาธารณูปโภค และการฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติขนาด 13 เอเคอร์ หรือประมาณ 33 ไร่ ทั้งหมดต้องดำเนินการในบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยไม่สามารถปิดทางหลวงหมายเลข 101 เพื่อก่อสร้างได้ตามต้องการ

สหรัฐฯ เผยโฉม 'ทางข้ามสัตว์ป่า' ฝีมือมนุษย์ขนาดใหญ่สุดในโลก จ่อเปิดตัว 2 ธ.ค.

แม้จะมีพิธีเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธันวาคม แต่การฟื้นฟูระบบนิเวศจะยังดำเนินต่อไปหลังจากนั้น โครงการมีแผนปลูกต้นไม้พื้นถิ่น ไม้พุ่ม และไม้ดอกล้มลุกยืนต้น รวมประมาณ 50,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าบนสะพานและบริเวณโดยรอบ พร้อมฟื้นฟูพื้นที่เปิดโล่งเพิ่มเติมอีก 12 เอเคอร์ หรือประมาณ 30 ไร่

โครงการนี้ใช้งบประมาณ 114 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3,825 ล้านบาท มีเป้าหมายเชื่อมต่อประชากรสัตว์ป่าที่แยกจากกัน เช่น สิงโตภูเขา กวาง โคโยตี และบ็อบแคต เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกรถชน เปิดโอกาสให้สัตว์เคลื่อนย้ายระหว่างถิ่นอาศัย และเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดของสัตว์ป่าในระยะยาว

ที่มา : Reuters

related