
SHORT CUT
เปิดเหตุผลศาลอาญากรุงเทพใต้ยกฟ้องคดี Webull ฟ้องโพสต์ทูเดย์ ปมข่าวเส้นทางเงินเครือข่ายบัญชีม้า ชี้ข้อมูลมาจากการสืบสวนของตำรวจ ส่วนการตั้งคำถามถึงหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการวิจารณ์โดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ
จากข่าวที่ตั้งคำถามถึงเส้นทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายหุ้น Webull กลายเป็นคดีความระหว่างบริษัทหลักทรัพย์วีบูลย์ (ประเทศไทย) จำกัด กับสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ ก่อนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะมีคำพิพากษาในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ยกฟ้องคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และไม่รับฟ้องในส่วนแพ่ง
คดีนี้วีบูลย์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท โพสต์ทูเดย์ จำกัด และนายอภิทิต ศรียาภัย บรรณาธิการข่าว จากการเผยแพร่บทความเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ในหัวข้อ “แอปเทรดหุ้น Webull ช่องโหว่เส้นทางฟอกเงินมืดพันล้าน” ผ่านเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก Post Today
บริษัทหลักทรัพย์วีบูลย์เห็นว่าเนื้อหาข่าวทำให้ประชาชนเข้าใจว่าบริษัทดำเนินธุรกิจโดยไม่สุจริต ปล่อยให้มีช่องโหว่ในการฟอกเงิน และอาจเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย 38,935,095.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และขอให้จำเลยลงโฆษณาขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน
อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในส่วนคดีอาญาตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง พร้อมไม่รับฟ้องในส่วนแพ่ง และสั่งคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์
ประเด็นสำคัญที่ศาลนำมาพิจารณาคือ ที่มาของข้อมูลในข่าวและลักษณะการนำเสนอของสื่อ ศาลพิเคราะห์ว่า เนื้อหาข่าวส่วนแรกอ้างอิงข้อมูลจากการแถลงข่าวและการสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมเครือข่ายมิจฉาชีพที่ใช้บัญชีม้ารับเงินจากการหลอกลวงออนไลน์
ข้อมูลการสืบสวนที่ปรากฏในข่าวระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการนำเงินจากการหลอกลวงเข้าสู่แอปพลิเคชัน Webull โดยไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์เกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ ศาลยังพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของไทยพีบีเอสและรายการข่าว 3 มิติ ซึ่งเผยแพร่ประเด็นนี้ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569 ก่อนที่โพสต์ทูเดย์จะนำเสนอข่าวในวันที่ 13 มีนาคม
ศาลจึงเห็นว่าเนื้อหาที่เป็นข้อพิพาทมีพื้นฐานจากข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรายงานข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จำเลยสร้างหรือแต่งเติมขึ้นเอง
อีกส่วนหนึ่งของข่าวที่ถูกนำมาฟ้องร้องคือ การตั้งคำถามเกี่ยวกับผลตอบแทน กระบวนการตรวจสอบธุรกรรม และบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย
ศาลเห็นว่าเนื้อหาส่วนนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการเงิน โดยมุ่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลเข้ามาตรวจสอบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและระบบการเงิน เมื่อพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลไม่พบว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาเสนอข่าวโดยไม่สุจริต หรือมุ่งหมายให้บริษัทผู้ฟ้องร้องได้รับความเสียหาย
การรายงานข่าวและแสดงความคิดเห็นดังกล่าวจึงเข้าลักษณะของการติชมวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตและชอบธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ซึ่งเป็นข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท
สำหรับต้นทางของข่าวที่นำไปสู่การฟ้องร้อง เริ่มจากการขยายผลคดีหลอกลวงข้าราชการเกษียณในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งสูญเงินไป 1.4 ล้านบาท ก่อนที่ตำรวจจะตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าขนาดใหญ่
ข้อมูลการสืบสวนที่ถูกนำเสนอในขณะนั้นระบุว่า พบผู้เสียหายกว่า 30 ราย และบัญชีที่เกี่ยวข้องมีเงินหมุนเวียนเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ตัวเลข 1,000 ล้านบาทต่อเดือนเป็นการประเมินมูลค่าเงินหมุนเวียนของเครือข่าย ไม่ใช่ยอดความเสียหายที่ตรวจสอบยืนยันแล้ว
ต่อมา วันที่ 13 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เปิดเผยผลการขยายเครือข่ายและจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 7 ราย และชาวจีน 1 ราย จากข้อมูลคดี เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ส่งผู้ถือบัญชีธนาคารไปพักอาศัยที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อใช้สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมทางการเงิน
ส่วนประเด็นที่เชื่อมโยงกับ Webull ปรากฏในรายงานของรายการข่าว 3 มิติ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยผู้ต้องหารายหนึ่งให้ข้อมูลกับชุดจับกุมว่า มีการโอนเงินจากการหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว ทั้งที่ไม่มีการซื้อขายหุ้นเกิดขึ้นจริง
ข้อมูลนี้นำไปสู่การตั้งคำถามของโพสต์ทูเดย์เกี่ยวกับกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) การตรวจสอบธุรกรรม และมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย
คำพิพากษาคดีนี้มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับขอบเขตการรายงานข่าวและการตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะกรณีที่สื่ออ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ และนำข้อมูลนั้นมาตั้งคำถามต่อระบบกำกับดูแล
เหตุผลที่ศาลใช้ยกฟ้องให้ความสำคัญกับทั้งแหล่งที่มาของข้อมูล ลักษณะการนำเสนอ และเจตนาของผู้เผยแพร่ข่าว โดยศาลเห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยนำเสนอข้อมูลโดยไม่สุจริตหรือมุ่งสร้างความเสียหายแก่โจทก์
อย่างไรก็ตาม การยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทไม่ได้หมายความว่าศาลวินิจฉัยยืนยันว่า Webull มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจริง ประเด็นที่ศาลพิจารณาในคดีนี้คือ การรายงานข่าวและการวิพากษ์วิจารณ์ของจำเลยเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทตามฟ้องหรือไม่
ผลคำพิพากษาจึงเป็นอีกกรณีศึกษาของการใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตตามกฎหมาย โดยเฉพาะการรายงานประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบการเงิน ซึ่งสื่อมีหน้าที่ตรวจสอบและตั้งคำถามบนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบที่มาได้