
SHORT CUT
TCEB ผนึกกำลัง CVI เปิดเวที Investor Talk ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech–Digital Nomad เชื่อมทุนโลกสู่โอกาสลงทุนภาคเหนือ
เชียงใหม่, 19 ตุลาคม 2569 — สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ร่วมกับ บริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CVI) เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศการลงทุนภาคเหนือ จัดงาน “The Investor Talk in Chiang Mai” เวทีประชุมและเจรจาธุรกิจระดับบอร์ดบริหารแบบปิด (Closed-Door) ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่
งานดังกล่าวจัดขึ้นในฐานะกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Programmes) อย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนสถาบัน ผู้บริหารระดับสูง และเครือข่ายทุนจากต่างประเทศ เข้ากับโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตในภาคเหนือ พร้อมนำเสนอศักยภาพของเชียงใหม่ในการก้าวสู่ศูนย์กลาง Deep Tech, AgTech, FoodTech, MedTech และ Digital Nomad
คุณณิชา สิงห์บุราอุดม ผู้จัดการอาวุโส สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ (TCEB) กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำว่า TCEB มุ่งขยายผลจากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank ให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค โดยเฉพาะการสร้างโอกาสด้านการลงทุนและการจับคู่ทางธุรกิจ
พร้อมชี้ให้เห็น 4 แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่สอดคล้องกับศักยภาพของภาคเหนือ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่พื้นที่ที่มีเสถียรภาพ การเติบโตของเอเชียและบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะประตูเชื่อมโยงภูมิภาค การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาคเอกชน และการประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อแก้โจทย์จริงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
TCEB ยังมองว่าอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) สามารถทำหน้าที่เป็นมากกว่าเครื่องมือดึงผู้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ แต่เป็น “แพลตฟอร์มสร้างความไว้วางใจ” ที่เปลี่ยนการประชุมและการพบปะให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม AgTech, FoodTech และ MedTech
ด้าน นายธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI กล่าวถึงทิศทางการลงทุนในทศวรรษหน้าว่า บริษัทไทยที่มีศักยภาพและน่าลงทุน (Investable Companies) จะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานครอีกต่อไป แต่มีแนวโน้มขยายไปยังพื้นที่ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งด้านสถาบันวิจัย เทคโนโลยี และบุคลากร
'ศักยภาพเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สมมติฐานการลงทุน (Investment Thesis) ที่สมบูรณ์ การแปลงงานวิจัยหรือเทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจที่น่าลงทุนต้องอาศัย ‘การลงมือทำ’ (Execution) และเครือข่ายพันธมิตร เวที Investor Talk จึงมุ่งสร้าง Deal Pipeline อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเฟ้นหาบริษัทที่พร้อมขยายตัว (Scale) และดึงเม็ดเงินลงทุนระดับนานาชาติเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ'
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการนำเสนอ 'Lanna Innovation and Investment Brief 2026' รายงานวิเคราะห์ศักยภาพระบบนิเวศนวัตกรรม ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และโอกาสการลงทุนรายอุตสาหกรรมของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ
รายงานชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเชียงใหม่สู่เมืองเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ ซึ่งมีสัดส่วน 72.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ควบคู่กับการพัฒนาย่านนวัตกรรมสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (SMID) และ ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ (MAID) ซึ่งมีศักยภาพรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเติบโตสูงอย่าง FoodTech, AgTech และ MedTech
ในหัวข้อ “Report on Financial Situation in CNX and Northern Region” คุณณัฐ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นำเสนอภาพรวมปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์ทางการเงินของภาคเหนือ โดยชี้ถึงระดับสภาพคล่องที่สูงของเชียงใหม่
ณ เดือนกรกฎาคม 2569 เชียงใหม่มียอดเงินฝากมากกว่า 311.3 พันล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศเมื่อไม่นับรวมกรุงเทพมหานคร สะท้อนฐานเงินทุนภายในพื้นที่ที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ความท้าทายสำคัญคือการเพิ่มช่องทางของ เงินทุนที่รับความเสี่ยงได้ (Risk Capital) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Deep Tech และ SME รวมถึงเชื่อมโยงธุรกิจเข้าสู่โอกาสและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจาก BOI
สำหรับมุมมองจากภาคเอกชน ในเวที “CNX Investment Potential: Present and Future” ซึ่งดำเนินรายการโดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI ได้รับเกียรติจาก คุณสมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสะท้อนความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานในภาคเหนือสำหรับการยกระดับธุรกิจสู่ตลาดนานาชาติ
ขณะที่ คุณกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ชี้ให้เห็นโอกาสของธุรกิจบริการเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะสุขภาพและเวลเนส ตลอดจนความสำคัญของกลไกจับคู่พันธมิตรระหว่างนักลงทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
มิติด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนถูกนำเสนอผ่านปาฐกถาพิเศษ 'Green Investment in Northern Region' โดย ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ กรรมการบริษัท CVI ซึ่งมองเห็นโอกาสในการขยายสเกลสตาร์ทอัพด้าน AgTech และ FoodTech รวมถึงการเปลี่ยนปัญหา PM2.5 จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโจทย์การลงทุนด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม หรือ EnviroTech
ขณะที่เวที 'Deeptech Potential in CNX' นำเสนอศักยภาพของงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่ โดย รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมแบ่งปันแนวทางต่อยอดงานวิจัยด้านเกษตรและอาหารสู่การจัดตั้งธุรกิจ Spin-off
ด้าน ทพ.ดร.สิระ ฮันตระกูล จากโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ร่วมวิเคราะห์โอกาสและผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและอายุวัฒนะ (Longevity)
อีกหนึ่งศักยภาพสำคัญของเชียงใหม่คือการเป็นจุดหมายของกลุ่มคนทำงานดิจิทัลและบุคลากรจากทั่วโลก โดยเวที “Tourism and Digital Nomad in Chiang Mai” นำโดย คุณไพศาล สุขเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนำเสนอทิศทางการท่องเที่ยวที่มุ่งเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว และพัฒนาแพ็กเกจที่สามารถรองรับความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonal-resilient)
ด้าน คุณ Tom Counsell, CTO จาก Cyndra AI ในฐานะตัวแทนกลุ่ม Digital Nomad สะท้อนถึงช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เชียงใหม่สามารถพัฒนาต่อได้ ทั้งสัญญาเช่าที่พักระยะยาว การบูรณาการระบบประกันสุขภาพ และบริการทางการเงินและธนาคาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและผู้มีรายได้สูงให้เข้ามาพำนักและทำงานในพื้นที่ระยะยาว
มุมมองจากนักลงทุนและผู้แทนนานาชาติถูกนำเสนอผ่านเวที 'CNX Investment Potential From International Perspectives' ดำเนินรายการโดย คุณ Ben Svasti Thomson
คุณ Sebastian-Justus Schmidt กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำจังหวัดเชียงใหม่ (Enapter) ยกตัวอย่างความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการรองรับบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงจากยุโรป
ขณะที่ คุณ Nikolaus Prachensky กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐออสเตรีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เสนอแนวทางนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของออสเตรียด้านการอนุรักษ์พื้นที่ภูเขาและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มาประยุกต์ใช้กับบริบทของเชียงใหม่และภาคเหนือ
งานปิดท้ายด้วยบทสรุปทิศทางการลงทุนโดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ซึ่งชี้ให้เห็นถึง 'ช่องว่างทางเงินทุน” (The Funding Void) ที่ยังคงมีอยู่ในระบบนิเวศธุรกิจและนวัตกรรมของภาคเหนือ
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างดังกล่าวสามารถมองได้ในอีกมิติหนึ่งว่าเป็น “Ground-Floor Opportunity” หรือโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว (Patient Private Capital) ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเติบโต พร้อมเชิญชวนนักลงทุนสำรวจพื้นที่การเติบโตหลัก (Prime Growth Belt) ของเชียงใหม่ และกำหนดเป้าหมาย 90 วัน สำหรับการต่อยอดการหารือไปสู่ข้อตกลงการลงทุนที่เป็นรูปธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง