TCEB–CVI ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech ดึงทุนโลกสู่ภาคเหนือ

TCEB–CVI ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech ดึงทุนโลกสู่ภาคเหนือ

TCEB ผนึกกำลัง CVI เปิดเวที Investor Talk ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech–Digital Nomad เชื่อมทุนโลกสู่โอกาสลงทุนภาคเหนือ

SHORT CUT

  • TCEB และ CVI จัดงาน 'The Investor Talk in Chiang Mai' เชื่อมโยงนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติกับธุรกิจภาคเหนือ โดยเน้นอุตสาหกรรมศักยภาพสูง เช่น AgTech, FoodTech, MedTech, EnviroTech และ Deep Tech พร้อมเปลี่ยนงานวิจัยและนวัตกรรมให้ต่อยอดเป็นธุรกิจที่ขยายสู่ตลาดโลกได้
  • เชียงใหม่มีเงินฝากกว่า 311.3 พันล้านบาท และมีฐานงานวิจัย ย่านนวัตกรรม และผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่โจทย์สำคัญคือการดึงเงินทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงและทุนระยะยาวเข้ามาช่วยให้สตาร์ทอัพและ SME เติบโต โดยเฉพาะการปิด 'Funding Void' ระหว่างงานวิจัยกับการลงทุนจริง
  • นอกจากเทคโนโลยีและการลงทุน เชียงใหม่ยังมีศักยภาพดึงดูด Digital Nomad และบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลก แต่ต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ที่พักระยะยาว ประกันสุขภาพ และบริการธนาคาร ควบคู่กับจุดแข็งด้านสุขภาพ เวลเนส การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต

TCEB ผนึกกำลัง CVI เปิดเวที Investor Talk ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech–Digital Nomad เชื่อมทุนโลกสู่โอกาสลงทุนภาคเหนือ

เชียงใหม่, 19 ตุลาคม 2569 — สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ร่วมกับ บริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CVI) เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศการลงทุนภาคเหนือ จัดงาน “The Investor Talk in Chiang Mai” เวทีประชุมและเจรจาธุรกิจระดับบอร์ดบริหารแบบปิด (Closed-Door) ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่

งานดังกล่าวจัดขึ้นในฐานะกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Programmes) อย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนสถาบัน ผู้บริหารระดับสูง และเครือข่ายทุนจากต่างประเทศ เข้ากับโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตในภาคเหนือ พร้อมนำเสนอศักยภาพของเชียงใหม่ในการก้าวสู่ศูนย์กลาง Deep Tech, AgTech, FoodTech, MedTech และ Digital Nomad

TCEB–CVI ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech ดึงทุนโลกสู่ภาคเหนือ

TCEB ใช้ MICE เชื่อมเวทีโลกสู่โอกาสลงทุนในภูมิภาค

คุณณิชา สิงห์บุราอุดม ผู้จัดการอาวุโส สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ (TCEB) กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำว่า TCEB มุ่งขยายผลจากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank ให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค โดยเฉพาะการสร้างโอกาสด้านการลงทุนและการจับคู่ทางธุรกิจ

พร้อมชี้ให้เห็น 4 แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่สอดคล้องกับศักยภาพของภาคเหนือ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่พื้นที่ที่มีเสถียรภาพ การเติบโตของเอเชียและบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะประตูเชื่อมโยงภูมิภาค การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาคเอกชน และการประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อแก้โจทย์จริงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

TCEB ยังมองว่าอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) สามารถทำหน้าที่เป็นมากกว่าเครื่องมือดึงผู้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ แต่เป็น “แพลตฟอร์มสร้างความไว้วางใจ” ที่เปลี่ยนการประชุมและการพบปะให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม AgTech, FoodTech และ MedTech

ชู 'Execution' เปลี่ยนศักยภาพภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับโลก

ด้าน นายธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI กล่าวถึงทิศทางการลงทุนในทศวรรษหน้าว่า บริษัทไทยที่มีศักยภาพและน่าลงทุน (Investable Companies) จะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานครอีกต่อไป แต่มีแนวโน้มขยายไปยังพื้นที่ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งด้านสถาบันวิจัย เทคโนโลยี และบุคลากร

'ศักยภาพเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สมมติฐานการลงทุน (Investment Thesis) ที่สมบูรณ์ การแปลงงานวิจัยหรือเทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจที่น่าลงทุนต้องอาศัย ‘การลงมือทำ’ (Execution) และเครือข่ายพันธมิตร เวที Investor Talk จึงมุ่งสร้าง Deal Pipeline อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเฟ้นหาบริษัทที่พร้อมขยายตัว (Scale) และดึงเม็ดเงินลงทุนระดับนานาชาติเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ'

เปิด 'Lanna Innovation and Investment Brief 2026' เจาะระบบนิเวศนวัตกรรมภาคเหนือ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการนำเสนอ 'Lanna Innovation and Investment Brief 2026' รายงานวิเคราะห์ศักยภาพระบบนิเวศนวัตกรรม ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และโอกาสการลงทุนรายอุตสาหกรรมของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ

รายงานชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเชียงใหม่สู่เมืองเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ ซึ่งมีสัดส่วน 72.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ควบคู่กับการพัฒนาย่านนวัตกรรมสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (SMID) และ ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ (MAID) ซึ่งมีศักยภาพรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเติบโตสูงอย่าง FoodTech, AgTech และ MedTech  

TCEB–CVI ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech ดึงทุนโลกสู่ภาคเหนือ

เงินฝากเชียงใหม่ 3.11 แสนล้านบาท ชี้โจทย์ต่อไปคือ 'Risk Capital'

ในหัวข้อ “Report on Financial Situation in CNX and Northern Region” คุณณัฐ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นำเสนอภาพรวมปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์ทางการเงินของภาคเหนือ โดยชี้ถึงระดับสภาพคล่องที่สูงของเชียงใหม่

ณ เดือนกรกฎาคม 2569 เชียงใหม่มียอดเงินฝากมากกว่า 311.3 พันล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศเมื่อไม่นับรวมกรุงเทพมหานคร สะท้อนฐานเงินทุนภายในพื้นที่ที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ความท้าทายสำคัญคือการเพิ่มช่องทางของ เงินทุนที่รับความเสี่ยงได้ (Risk Capital) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Deep Tech และ SME รวมถึงเชื่อมโยงธุรกิจเข้าสู่โอกาสและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจาก BOI

สำหรับมุมมองจากภาคเอกชน ในเวที “CNX Investment Potential: Present and Future” ซึ่งดำเนินรายการโดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI ได้รับเกียรติจาก คุณสมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสะท้อนความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานในภาคเหนือสำหรับการยกระดับธุรกิจสู่ตลาดนานาชาติ

ขณะที่ คุณกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ชี้ให้เห็นโอกาสของธุรกิจบริการเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะสุขภาพและเวลเนส ตลอดจนความสำคัญของกลไกจับคู่พันธมิตรระหว่างนักลงทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น  

เปลี่ยนโจทย์ PM2.5 เป็นโอกาส Green Investment

มิติด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนถูกนำเสนอผ่านปาฐกถาพิเศษ 'Green Investment in Northern Region' โดย ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ กรรมการบริษัท CVI ซึ่งมองเห็นโอกาสในการขยายสเกลสตาร์ทอัพด้าน AgTech และ FoodTech รวมถึงการเปลี่ยนปัญหา PM2.5 จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโจทย์การลงทุนด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม หรือ EnviroTech

ขณะที่เวที 'Deeptech Potential in CNX' นำเสนอศักยภาพของงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่ โดย รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมแบ่งปันแนวทางต่อยอดงานวิจัยด้านเกษตรและอาหารสู่การจัดตั้งธุรกิจ Spin-off

ด้าน ทพ.ดร.สิระ ฮันตระกูล จากโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ร่วมวิเคราะห์โอกาสและผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและอายุวัฒนะ (Longevity)

ดึง Global Talent ปั้นเชียงใหม่สู่ศูนย์กลาง Digital Nomad

อีกหนึ่งศักยภาพสำคัญของเชียงใหม่คือการเป็นจุดหมายของกลุ่มคนทำงานดิจิทัลและบุคลากรจากทั่วโลก โดยเวที “Tourism and Digital Nomad in Chiang Mai” นำโดย คุณไพศาล สุขเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนำเสนอทิศทางการท่องเที่ยวที่มุ่งเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว และพัฒนาแพ็กเกจที่สามารถรองรับความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonal-resilient)

ด้าน คุณ Tom Counsell, CTO จาก Cyndra AI ในฐานะตัวแทนกลุ่ม Digital Nomad สะท้อนถึงช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เชียงใหม่สามารถพัฒนาต่อได้ ทั้งสัญญาเช่าที่พักระยะยาว การบูรณาการระบบประกันสุขภาพ และบริการทางการเงินและธนาคาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและผู้มีรายได้สูงให้เข้ามาพำนักและทำงานในพื้นที่ระยะยาว

นักลงทุนยุโรปมองเชียงใหม่มีโอกาสรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง

มุมมองจากนักลงทุนและผู้แทนนานาชาติถูกนำเสนอผ่านเวที 'CNX Investment Potential From International Perspectives' ดำเนินรายการโดย คุณ Ben Svasti Thomson

คุณ Sebastian-Justus Schmidt กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำจังหวัดเชียงใหม่ (Enapter) ยกตัวอย่างความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการรองรับบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงจากยุโรป

ขณะที่ คุณ Nikolaus Prachensky กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐออสเตรีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เสนอแนวทางนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของออสเตรียด้านการอนุรักษ์พื้นที่ภูเขาและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มาประยุกต์ใช้กับบริบทของเชียงใหม่และภาคเหนือ  

TCEB–CVI ชูเชียงใหม่ฮับ Deep Tech ดึงทุนโลกสู่ภาคเหนือ

มอง 'Funding Void' เป็นโอกาสของทุนระยะยาว ตั้งเป้าต่อยอดดีลใน 90 วัน

งานปิดท้ายด้วยบทสรุปทิศทางการลงทุนโดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ซึ่งชี้ให้เห็นถึง 'ช่องว่างทางเงินทุน” (The Funding Void) ที่ยังคงมีอยู่ในระบบนิเวศธุรกิจและนวัตกรรมของภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างดังกล่าวสามารถมองได้ในอีกมิติหนึ่งว่าเป็น “Ground-Floor Opportunity” หรือโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว (Patient Private Capital) ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเติบโต พร้อมเชิญชวนนักลงทุนสำรวจพื้นที่การเติบโตหลัก (Prime Growth Belt) ของเชียงใหม่ และกำหนดเป้าหมาย 90 วัน สำหรับการต่อยอดการหารือไปสู่ข้อตกลงการลงทุนที่เป็นรูปธรรม
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

related