ผัดกะเพราจานเดิมอาจแพงขึ้น หวั่น UPOV 1991 ทำราคาอาหารพุ่ง

ผัดกะเพราจานเดิมอาจแพงขึ้น หวั่น UPOV 1991 ทำราคาอาหารพุ่ง

เมื่อพันธุ์พืชถูกผูกขาด เมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2-6 เท่า ข้าวผัดกะเพราจานโปรด อาจเสี่ยงรสชาติซ้ำกันทั้งเมือง สภาผู้บริโภคเตือนไทยรับ UPOV 1991 คนกินจ่ายแพงขึ้น

SHORT CUT

  • การเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 อาจทำให้ราคาเมล็ดพันธุ์พืชพุ่งสูงขึ้น 2-6 เท่า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้ราคาอาหารอย่างผัดกะเพราแพงขึ้น
  • มีความกังวลว่าทุนใหญ่จะผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์ ทำให้พันธุ์พืชพื้นบ้านอย่างกะเพราลดความหลากหลายลง และอาจส่งผลต่อรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย
  • สิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่ขยายไปถึง "ผลผลิต" อาจสร้างความเสี่ยงและภาระทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยในการตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบ
  • องค์กรผู้บริโภคชี้ว่า UPOV 1991 ไม่ได้ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของอาหารสำหรับผู้บริโภค

เมื่อพันธุ์พืชถูกผูกขาด เมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2-6 เท่า ข้าวผัดกะเพราจานโปรด อาจเสี่ยงรสชาติซ้ำกันทั้งเมือง สภาผู้บริโภคเตือนไทยรับ UPOV 1991 คนกินจ่ายแพงขึ้น

‘ข้าวผัดกะเพรา’ เมนูสิ้นคิดยอดฮิตประจำชาติไทยที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่เบื้องหลังใบกะเพราสีเขียวในจาน อาหารเมนูนี้กำลังสะท้อนคำถามใหญ่ถึงอนาคตผู้บริโภค หากในวันหนึ่ง พันธุ์พืชและระบบการผลิตอาหารตกอยู่ในมือของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ความหลากหลายของรสชาติอาหารไทยที่เราคุ้นเคยจะยังคงเดิมอยู่หรือไม่

UPOV 1991 คืออะไร? ทำไมจึงกลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติ

ประเด็นนี้ถูกจุดประกายขึ้นในเวทีเสวนาออนไลน์ "เท่าทัน UPOV 1991" ตอน "UPOV 1991 กับผลกระทบต่อผู้บริโภค" ซึ่งเป็นการร่วมถกแถลงระหว่างมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) และสภาองค์กรของผู้บริโภค ชี้ให้เห็นว่า อนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ หรือ UPOV 1991 อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและกระเป๋าเงินของคนกินข้าวอย่างเรามากกว่าที่คิด

เบื้องหลังเมล็ดพันธุ์ เมื่อทุนใหญ่ผูกขาดห่วงโซ่อุปทาน

นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ จาก BIOTHAI ระบุว่า ความเสี่ยงไม่ใช่แค่การที่ใครเป็นเจ้าของพันธุ์พืช แต่คือการยึดครองห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ การแปรรูป จนถึงช่องทางจำหน่าย เมื่อผู้เล่นรายใหญ่คุมตลาด พันธุ์พืชพื้นบ้านที่มีลักษณะเฉพาะอาจหายไป เหลือเพียงพันธุ์พืชเชิงอุตสาหกรรม จนเกิดปรากฏการณ์กะเพรารสชาติคล้ายกันหมดในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ

เมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2–6 เท่า สะเทือนถึงราคาอาหารในจาน

ผลกระทบที่กระทบคนไทยโดยตรงที่สุดคือ 'ราคาอาหาร' จากงานวิจัยผลกระทบ CPTPP และ UPOV 1991 ที่เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประเมินว่า ราคาเมล็ดพันธุ์อาจพุ่งสูงขึ้น 2 ถึง 6 เท่า (และบางประเทศสูงถึง 6–8 เท่า) ซึ่งจะดันให้ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นตามราว 5 – 10% หรือมากกว่านั้น

ร้านตามสั่งเสี่ยงแจ็กพอต เมื่อสิทธิครอบคลุมถึงผลผลิต

ข้อกังวลสำคัญอีกประการคือ UPOV 1991 ขยายสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ไปถึง "ผลผลิตและผลิตภัณฑ์" หากเกี่ยวพันกับส่วนขยายพันธุ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต แม้ผู้บริโภคหรือร้านอาหารตามสั่งที่ซื้อใบกะเพรามาผัดจะไม่ถือว่าละเมิดสิทธิโดยอัตโนมัติ แต่ความไม่ชัดเจนของกฎหมายอาจสร้างภาระเอกสารและการตรวจสอบแหล่งที่มาวัตถุดิบให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย

GMOs และ Gene Editing ความท้าทายด้านความปลอดภัยและฉลาก

นางสาวมลฤดี นิจไตรรัตน์ จากสภาผู้บริโภค ตั้งข้อสังเกตว่า เกณฑ์ UPOV 1991 มุ่งเน้นเพียงความใหม่ ความแตกต่าง และความคงตัวของพันธุ์พืช แต่ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมยกตัวอย่าง 'สับปะรดสีชมพู' ซึ่งเป็นพืช GMOs ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตในไทย แต่กลับมีหลุดขายทางออนไลน์ สะท้อนช่องโหว่ในการตรวจสอบย้อนกลับและคุ้มครองผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคย้ำจุดยืน ขับเคลื่อนเชิงนโยบายมาตั้งแต่ปี 64

สภาผู้บริโภคได้ติดตามและคัดค้านการเข้าร่วม UPOV 1991 มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยเคยยื่นหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลและจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพราะกติการะหว่างประเทศเช่นนี้ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสิทธิและค่าครองชีพของประชาชน

ทางออกของไทย นวัตกรรมต้องเดินคู่สิทธิผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคย้ำว่าไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนานวัตกรรมหรือการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ แต่การพัฒนาต้องไม่ทำลายสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ ต้องรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ คุ้มครองการแข่งขันที่เป็นธรรม และประกันว่าประชาชนคนไทยจะมีอาหารที่ปลอดภัยรับประทานในราคาที่เข้าถึงได้

ที่มา : สภาองค์กรผู้บริโภค

related