อิหร่านขู่โจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ กระทบอินเทอร์เน็ตไทยแค่ไหน ?

อิหร่านขู่โจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ กระทบอินเทอร์เน็ตไทยแค่ไหน ?

คำขู่ของอิหร่านที่จะโจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ หากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกถล่ม สร้างความกังวลต่อระบบสื่อสารและโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ขณะที่หากเกิดเหตุขึ้นจริง ไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน?

SHORT CUT

  • คำขู่ของอิหร่านมุ่งเป้าไปที่สายเคเบิลในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีสัดส่วนแบนด์วิดท์ไม่ถึง 1% ของโลก จึงไม่ใช่เส้นทางหลักที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง
  • ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเส้นทางการรับส่งข้อมูลหลักไม่ได้ผ่านพื้นที่เสี่ยง และมีระบบสำรองทั้งภาคพื้นดินและใต้น้ำพร้อมปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ทันที
  • อินเทอร์เน็ตไทยมีความยืดหยุ่นสูงจากโครงข่ายที่หลากหลาย ทั้งการเชื่อมต่อภาคพื้นดินกับประเทศเพื่อนบ้าน ระบบดาวเทียม และการมีจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเทศ ทำให้บริการไม่สะดุด

คำขู่ของอิหร่านที่จะโจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ หากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกถล่ม สร้างความกังวลต่อระบบสื่อสารและโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ขณะที่หากเกิดเหตุขึ้นจริง ไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน?

คำขู่ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ปี 2026 ซึ่งระบุว่า สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจตกเป็นเป้าหมาย หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกโจมตี ทำให้เกิดความกังวลว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจลุกลามไปกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารระหว่างประเทศ

ที่ผ่านมา ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก จึงอาจทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า หากเส้นทางดังกล่าวได้รับความเสียหาย การรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั่วโลกจะได้รับผลกระทบในวงกว้างตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านโทรคมนาคมชี้ว่า ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อการสื่อสารระหว่างประเทศไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับความสำคัญด้านพลังงาน

ข้อมูลจาก คณะกรรมการคุ้มครองสายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ (ICPC) ระบุว่า มีส่วนของระบบสายเคเบิลใต้น้ำที่ใช้งานอยู่ 5 ช่วงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อมูลจาก TeleGeography ระบุว่า แบนด์วิดท์ระหว่างประเทศที่ผ่านช่องแคบแห่งนี้คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของแบนด์วิดท์ระหว่างประเทศทั่วโลก 

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่มีความสำคัญต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซีย แต่ไม่ใช่เส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียวของอินเทอร์เน็ตโลก เนื่องจากยังมีโครงข่ายสายเคเบิลใต้น้ำและเส้นทางภาคพื้นดินในภูมิภาคอื่นรองรับ

อิหร่านขู่โจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ กระทบอินเทอร์เน็ตไทยแค่ไหน ?

ไทยได้รับผลกระทบแค่ไหน ?

สำหรับประเทศไทย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ชี้แจงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ปี 2026 ว่า การให้บริการอินเทอร์เน็ตของไทยยังคงมีเสถียรภาพและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า ทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่มุ่งหน้าไปยุโรปมีสัดส่วนเพียง 5% และไม่มีการส่งข้อมูลผ่านเส้นทางในพื้นที่เสี่ยง

NT ระบุว่า ได้เตรียมระบบสำรองทั้งโครงข่ายภาคพื้นดินและสายเคเบิลใต้น้ำ พร้อมปรับเปลี่ยนเส้นทางรับส่งข้อมูลหากเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโครงข่ายใยแก้วนำแสงภาคพื้นดินเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีทางเลือกในการรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศเพิ่มเติม

อิหร่านขู่โจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ กระทบอินเทอร์เน็ตไทยแค่ไหน ?

4 กลไกช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้อินเทอร์เน็ตไทย
นอกจากการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นทางแล้ว ประเทศไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้แก่

1. ระบบ Routing และการเปลี่ยนเส้นทางรับส่งข้อมูล
ระบบดังกล่าวเป็นระบบบริหารจัดการเส้นทางรับส่งข้อมูล ซึ่งสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังโครงข่ายอื่นเมื่อเส้นทางเดิมเกิดความเสียหาย โดยผู้ให้บริการบางรายใช้ระบบเหล่านี้ในการปรับเปลี่ยนไปยังเส้นทางเชื่อมต่อสำรองโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การรับส่งข้อมูลยังดำเนินต่อไปได้ แม้สายเคเบิลบางระบบจะขัดข้องก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเส้นทางอาจทำให้ข้อมูลต้องเดินทางไกลขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาที่ข้อมูลต้องใช้ในการเดินทางจากต้นทางไปสู่ปลายทาง หรือ ค่า Latency เพิ่มขึ้นจนเกิดความล่าช้าในการเชื่อมต่อ รวมถึงอาจทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลงในบางช่วง ขึ้นอยู่กับความจุและสภาพของเส้นทางสำรองที่เหลืออยู่

2. โครงข่ายใยแก้วนำแสงภาคพื้นดิน
ประเทศไทยมีโครงข่ายใยแก้วนำแสงเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง เมียนมา สปป.ลาว และ กัมพูชา รวมถึงโครงข่าย Greater Mekong Subregional Information Superhighway (GMS-IS) ที่เชื่อมโยงไปถึงมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการรับส่งข้อมูลโดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิลใต้น้ำเพียงอย่างเดียว

3. ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม
นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เช่น OneWeb ซึ่ง NT ให้บริการผ่าน NT nexConnect ช่วยเสริมการเชื่อมต่อและสนับสนุนการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่โครงข่ายภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก อย่างไรก็ตาม ระบบดาวเทียมเป็นเพียงทางเลือกเสริม ไม่สามารถทดแทนความจุของสายเคเบิลใต้น้ำทั้งหมดได้

4. ระบบกระจายข้อมูลและจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในภูมิภาค

ระบบกระจายข้อมูล (Content Delivery Network: CDN) ช่วยให้เนื้อหาที่จัดเก็บไว้ในจุดให้บริการใกล้ผู้ใช้งานสามารถส่งถึงผู้ใช้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ห่างไกลทุกครั้ง ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตและมีศักยภาพรองรับบริการ CDN และ Cloud Services ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในภูมิภาค

อิหร่านขู่โจมตีสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ กระทบอินเทอร์เน็ตไทยแค่ไหน ?

Mobile Banking – PromptPay ยังโอนได้หรือไม่ หากอินเทอร์เน็ตต่างประเทศสะดุด?

อีกหนึ่งประเด็นที่ประชาชนกังวล คือ หากสายเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลางได้รับความเสียหาย จะส่งผลต่อการโอนเงินผ่าน Mobile Banking และระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ในประเทศไทยหรือไม่

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างธนาคาร หรือ ITMX ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) เป็นหนึ่งในระบบการชำระเงินรายย่อยที่มีความสำคัญของประเทศ ขณะที่ NITMX ยังให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับระบบพร้อมเพย์ ซึ่งเชื่อมโยงหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือเลขประจำตัวประชาชนเข้ากับบัญชีธนาคาร และรองรับการโอนเงินระหว่างธนาคาร

หากเกิดความเสียหายเฉพาะกับสายเคเบิลใต้น้ำในเส้นทางตะวันออกกลาง ก็ไม่ได้หมายความว่าระบบพร้อมเพย์หรือการโอนเงินภายในประเทศจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินภายในประเทศรองรับอยู่

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกระหว่างระบบโอนเงินกับช่องทางที่ประชาชนใช้ทำธุรกรรม เพราะการใช้งาน Mobile Banking ยังต้องอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชันของธนาคาร และระบบที่เกี่ยวข้อง หากเกิดปัญหาการเชื่อมต่อหรือระบบของธนาคารบางส่วนได้รับผลกระทบ ก็อาจทำให้การทำธุรกรรมล่าช้าหรือไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว

ส่วนการโอนเงินระหว่างประเทศและธุรกรรมที่ต้องเชื่อมต่อกับระบบในต่างประเทศ อาจมีความเสี่ยงต่อความล่าช้าจากปัญหาเส้นทางสื่อสารมากกว่า
ดังนั้น จึงยังไม่สามารถรับรองได้ว่าการทำธุรกรรมผ่านพร้อมเพย์จะไม่ได้รับผลกระทบเลย แต่ความเสียหายของสายเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะไม่สามารถสแกนจ่ายหรือโอนเงินภายในประเทศได้โดยอัตโนมัติ


ตัดสายเคเบิล ไม่ได้หมายถึงอินเทอร์เน็ตทั่วโลกดับ

เหตุการณ์ในอดีตสะท้อนให้เห็นว่า ความเสียหายของสายเคเบิลใต้น้ำสามารถส่งผลกระทบต่อการสื่อสารในระดับภูมิภาคได้ แต่ไม่ได้ทำให้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกหยุดทำงานทั้งหมด เนื่องจากผู้ให้บริการสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางรับส่งข้อมูลไปใช้โครงข่ายอื่นได้ แม้อาจทำให้ความเร็วลดลงหรือเกิดความล่าช้าในการเชื่อมต่อในบางพื้นที่ก็ตาม

ตัวอย่างเช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 สายเคเบิลใต้น้ำ 3 ระบบในทะเลแดง ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลในบางเส้นทางต้องปรับเปลี่ยนไปใช้โครงข่ายอื่น 

ต่อมาในเดือนมีนาคม ปี 2024 สายเคเบิลใต้น้ำ 4 ระบบนอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกได้รับความเสียหาย ส่งผลให้บริการอินเทอร์เน็ตใน 13 ประเทศได้รับผลกระทบ ตั้งแต่บริการช้าลงไปจนถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตหยุดชะงักอย่างหนักในบางพื้นที่

ส่วนในเดือนกันยายน ปี 2025 มีรายงานความเสียหายของสายเคเบิลใต้น้ำหลายระบบในทะเลแดง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ของตะวันออกกลางและเอเชีย

เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า แม้สายเคเบิลใต้น้ำจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ตโลก แต่ระบบยังมีเส้นทางเชื่อมต่อทางเลือกเพื่อรองรับเมื่อเกิดความเสียหาย ผลกระทบจึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดเหตุ จำนวนสายเคเบิลที่ได้รับความเสียหาย และความสามารถในการรองรับของเส้นทางสำรองด้วย

ที่มา :  iranintl  submarinenetworks  ntplc.co.th oecd.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

related