SHORT CUT
เปิดขั้ว ส.ส.จับมือตั้งรัฐบาล เช็กเสียงหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ ทะลุ 280 เสียง สะพัด 15 เสียงเพื่อไทยก็มา พรรคร่วมวิ่งฝุ่นตลบ ก่อนโหวตนายกฯ คนที่ 32
ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งหมดด้วยเช่นกัน เหตุการณ์นี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ ทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องสิ้นสุดลง และเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในทันที
การพ้นจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้สร้างความสั่นคลอนให้กับพรรคเพื่อไทยอย่างมาก แต่พรรคยังคงประกาศเดินหน้าสู้ต่อ โดยส่งชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่สาม ชัยเกษม นิติสิริ เข้าชิงตำแหน่งแทน แต่เส้นทางข้างหน้าของพรรคเพื่อไทยยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายหลายประการ
ในขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก พรรคฝ่ายค้านกลับมองเห็นโอกาสในการเข้ามามีบทบาทสำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่ได้เริ่มเดินหน้าเจรจากับพรรคการเมืองต่างๆ อย่างเข้มข้น
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังประชุมหารือกับหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมว่า จากสถานการณ์ในวันนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราทุกคนได้ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี คิดว่าสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ควรอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาประชาชนเราไม่อยากให้เกิดสุญญากาศที่จะเป็นปัญหา
เรายังจับมือร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการให้ต่ออย่างดีที่สุด เพื่อทำให้งานต่อเนื่อง ไม่กระทบต่อการแก้ไขปัญหาประชาชน และตกลงกันว่าจะยังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล โดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะทำให้มีการจัดตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ นี่เป็นหัวใจหลักสำคัญ เราอยากให้กระบวนการประชาธิปไตยได้ดำเนินการไปต่อเนื่อง โดยหลักเป็นแบบนี้
เมื่อถามว่าจะเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เดี๋ยวต้องคุยกันให้เป็นไปตามกระบวนการ รวมถึงพิจารณารายละเอียดของพรรคร่วมอื่นด้วย ส่วนจะใช้เวลากี่วันในการรวบรวมจัดตั้งรัฐบาลยืนยันว่าจะใช้เวลาให้เร็วที่สุด
พรรคการเมืองฝ่ายค้าน เปิดเกมความเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น เห็นได้จากหลังศาล รธน.มีมติให้นายกฯ แพทองธาร พ้นตำแหน่ง พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เดินสายเจรจาพรรคร่วมฝ่ายค้านต่างๆ และยังเดินสายเจรจาทั้งบนดินและใต้ดิน กับพรรคการเมืองพันธมิตร ที่เคยร่วมกันเป็นรัฐบาลมาก่อนอีกด้วย
ภาพที่ปรากฎเมื่อค่ำคืน กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หารือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกับมีแถลงการณ์พรรคภูมิใจไทยออกมาภายหลังการหารือ ในทำนองรับเงื่อนไขของพรรคประชาชน เพื่อขอเสียงสนับสนุนโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ ดูจะไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองแรก ที่ นายอนุทิน เปิดเกมเจรจาบนดินอย่างเปิดเผย
ย้อนไปก่อนหน้านี้ นายอนุทิน เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับมีกระแสข่าวหลุดออกมาว่า นายอนุทินขอเสียงจาก พปชร.สนับสนุนให้เป็นนายกฯ โดยมีเงื่อนไขเป็นนายกฯ เพียง 6 เดือน ก่อนยุบสภา และยังตามมาด้วย การเดินสายกระชับสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค รวมไปถึง ก๊วน รทสช. ที่มีนายสุชาติ ชมกลิ่น ยก 18 ขุนพล มาเข้าพบ ปรากฎการณ์เหล่านี้ บ่งบอกถึงความพยายามรวบรวมเสียงให้มากที่สุด และให้มากกว่าพรรคเพื่อไทย ในการ ผลักดัน ให้ นายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 32
การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย สามารถรวมเสียงได้ทะลุ 280 เสียงแล้ว ประกอบด้วยภูมิใจไทย 69 เสียง ประชาชน 143 เสียง กล้าธรรม 25 เสียง พลังประชารัฐ 20 เสียง ประชาธิปัตย์ 4 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น 16 คน พรรคเล็ก 4 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง เป็นธรรม 1 เสียง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มี สส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 15 คน ที่จะมาสนับสนุนยกมือโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีปัญหาไม่เชื่อมั่นเสถียรภาพของรัฐบาลที่คะแนนนิยมตกต่ำ และประสบปัญหาเรื่องการดูแล สส.ไม่ทั่วถึง