svasdssvasds

‘ลิทัวเนีย’ จากประเทศที่ต้องพึ่งพารัสเซีย สู่ผู้นำพลังงานสะอาดโลก

‘ลิทัวเนีย’ จากประเทศที่ต้องพึ่งพารัสเซีย สู่ผู้นำพลังงานสะอาดโลก

จากประเทศที่เคยต้องพึ่งพาก๊าซรัสเซียเกือบ 100% สู่การประกาศเอกราชทางพลังงานสำเร็จ! ทลายการผูกขาดด้วยสถานี LNG ลอยน้ำ และลุกขึ้นมาดันกฎหมายให้ประชาชนผลิต-ฝาก-ใช้ ไฟฟ้าข้ามเมืองได้ กลายเป็นผู้นำพลังงานสะอาดโลกที่ตั้งเป้า 100% RE ในปี 2030

SHORT CUT

  • ลิทัวเนียสร้างเอกราชทางพลังงานจากรัสเซีย โดยเริ่มจากการสร้างสถานีรับก๊าซ LNG ลอยน้ำ เทำลายการผูกขาดและเพิ่มทางเลือกในการนำเข้าพลังงาน
  • ผลักดันนโยบายพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนสถานะประชาชนจากผู้บริโภคให้เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคไฟฟ้าในคนเดียวกัน 
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่มีพื้นที่ติดตั้งของตนเอง เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโด สามารถซื้อหรือเช่าส่วนแบ่งในโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ผ่านระบบออนไลน์ได้

จากประเทศที่เคยต้องพึ่งพาก๊าซรัสเซียเกือบ 100% สู่การประกาศเอกราชทางพลังงานสำเร็จ! ทลายการผูกขาดด้วยสถานี LNG ลอยน้ำ และลุกขึ้นมาดันกฎหมายให้ประชาชนผลิต-ฝาก-ใช้ ไฟฟ้าข้ามเมืองได้ กลายเป็นผู้นำพลังงานสะอาดโลกที่ตั้งเป้า 100% RE ในปี 2030

ความมั่นคงในเรื่อพลังงานในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจจากวิกฤติพลังงานและสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ที่อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจัดการทรัพยากรให้เพียงพอ ท่ามกลางสมรภูมิราคาพลังงานโลกที่ผันผวนหนักที่ทำให้เราอาจจะไม่สามารถควบคุมเองได้

 

‘ลิทัวเนีย’ จากประเทศที่ต้องพึ่งพารัสเซีย สู่ผู้นำพลังงานสะอาดโลก

 

ในขณะที่เรากำลังมองหาทางออก สาธารณรัฐลิทัวเนีย (Republic of Lithuania) นำเสนอภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ จากอดีตประเทศที่เคยเป็น ‘เกาะทางพลังงาน’ ต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียเกือบ 100% สู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการประกาศเอกราชทางพลังงานอย่างสมบูรณ์ในปี 2022

 

ลิทัวเนียทำได้อย่างไร?

จากประเทศที่เปราะบาง ตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ลิทัวเนียและกลุ่มประเทศบอลติก (ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย) ยังคงเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า BRELL (Belarus, Russia, Estonia, Latvia, Lithuania) ความถี่ของระบบไฟฟ้าทั้งหมดถูกควบคุมโดยศูนย์ควบคุมในกรุงมอสโก  ทำให้รัสเซียสามารถใช้พลังงานเป็นเครื่องมือในการแบล็กเมล์ทางการเมือง และแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกได้ตลอดเวลา

 

‘ลิทัวเนีย’ จากประเทศที่ต้องพึ่งพารัสเซีย สู่ผู้นำพลังงานสะอาดโลก

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดใน 2009 ลิทัวเนียต้องปิดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ตามข้อตกลงในการเข้าเป็นสมาชิกสภาพยุโรป เปลี่ยนจากสถานะจากผู้ส่งออกไฟฟ้าสุทธิกลายเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียสูงถึง 70-80% รัฐบาลลิทัวเนียตระหนักว่า "ความมั่นคงทางพลังงานคือความมั่นคงแห่งชาติ" และนำไปสู่การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่กล้าหาญสองประการ คือ การสร้างสถานีรับก๊าซ LNG ลอยน้ำ และการมุ่งหน้าสู่พลังงานหมุนเวียนแบบสุดตัว

 

ยุตถศาสตร์ สถานีรับก๊าซ LNG ลอยน้ำ

 

ในปี 2014 ลิทัวเนียได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดใช้งานสถานีรับก๊าซ LNG ลอยน้ำ (FSRU) ที่มีชื่อว่า ‘Independence’ ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการตัดขาดการผูกขาดก๊าซธรรมชาติของ Gazprom

 

ยุทธศาสตร์ของ FSRU Independence

การทำลายอำนาจผูกขาด ก่อนปี 2014 ลิทัวเนียต้องซื้อก๊าซจากรัสเซียในราคาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปอย่างไม่มีทางเลือก การมีสถานี LNG จึงทำให้ลิทัวเนียสามารถเข้าถึงแหล่งก๊าซจากนอร์เวย์และสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง

 

ผลลัพธ์

  • หลังจากการประกาศโครงการ LNG ลอยน้ำ ราคาก๊าซที่ Gazprom เสนอให้ลิทัวเนียก็ลดลงทันทีกว่า 20% เนื่องจากอำนาจการผูกขาดได้สิ้นสุดลงแล้ว
  •  สถานี LNG ลอยน้ำ ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายก๊าซสำรองให้กับลัตเวียและเอสโตเนียในช่วงวิกฤต สร้างความเป็นเอกภาพทางพลังงานในกลุ่มประเทศบอลติกส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางภูมิภาค

 

ภายหลังจากการที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนในปี 2022 ความเตรียมพร้อมของลิทัวเนียผ่านโครงการ ‘Independence’ ทำให้พวกเขาสามารถประกาศหยุดนำเข้าก๊าซจากรัสเซียได้ทันทีในเดือนเมษายน 2022 โดยไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในการจัดหา

 

 

การปฏิวัติโครงสร้างด้วยโมเดล ‘Prosumer’ และ ‘Digital Platform’

 

ลิทัวเนียยังมองปึงเป้าหมายระยะยาว คือการผลิตพลังงานเองภายในประเทศ ผ่านนโยบาย ‘National Energy Independence Strategy’ (NEIS) ฉบับปรับปรุงปี 2024  คือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 100% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยใช้กลไก ‘Prosumer’และนวัตกรรม ‘Remote Solar Parks’

 

กลไกการเปลี่ยนประชาชนให้เป็น ‘Prosumer’

 

โดยใช้กลยุทธ์ "การทำให้พลังงานเป็นเรื่องของทุกคน" ใช้กฎหมายและแรงจูงใจทางการเงินเปลี่ยนผู้บริโภคทั่วไปให้กลายเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน ผ่านมาตรการที่รัฐให้เงินสนับสนุนสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์, ระบบ Virtual Net-metering ที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถหักลบหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้จากที่หนึ่งเพื่อไปใช้ในอีกที่หนึ่งได้ และการขยายระยะเวลาฝากพลังงาน ที่สามารถผลิตไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงฤดูร้อนที่มีแดดจัด แล้วฝากไว้ในโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อดึงออกมาใช้ในช่วงฤดูหนาวได้

 

 

นวัตกรรม ‘Remote Solar Parks’ แก้ปัญหาพื้นที่จำกัดอย่างยั่งยืน

 

อีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลลิทัวเนียเล็งเห็นคือประชากรส่วนใหญ่อาศัยในคอนโดหรืออาคารชุดไม่สามารถติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาของตนเองได้ ลิทัวเนียแก้ปัญหา ด้วยการออกกฎหมาย ‘Remote Solar Parks’ ในปี 2019 คือผู้พัฒนาโครงการภาครัฐและเอกชน จะสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพแสงแดดสูงและค่าเช่าที่ดินต่ำ ประชาชนสามารถเข้าไปที่แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเลือกซื้อหรือเช่าความจุของโซลาร์ฟาร์มนั้นๆ ตามความต้องการการใช้งานของครัวเรือนได้ และจัดสรรหน่วยไฟฟ้า ที่ผลิตได้จากส่วนแบ่งที่ประชาชนซื้อจะถูกส่งเข้าโครงข่ายหลัก และหน่วยงานบริหารจัดการจะหักลบหน่วยไฟฟ้านี้ออกจากบิลค่าไฟรายเดือนของประชาชนผู้นั้นโดยอัตโนมัติ นวัตกรรมนี้ช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ และทำให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น ไม่ว่าประชาชนจะอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวหรือห้องเช่าขนาดเล็ก

 

 

บทเรียนราคาแพงและการแก้ปัญหา

อย่างไรก็ตาม การมุ่งสู่สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่สูงอย่างรวดเร็วทำให้ลิทัวเนียเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิคและเศรษฐกิจที่รุนแรง ที่ต้องเผชิญกับ ปัญหาความเสถียรของโครงข่าย ช่น ลมและแสงแดด เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงข่ายไฟฟ้าเดิมที่ออกแบบมาสำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จึงเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม ลิทัวเนียได้แก้ปัญหาโดยการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ขนาด 200 MW ในปี 2023 เพื่อทำหน้าที่รักษาสมดุลความถี่ (Frequency Regulation) แทนโรงไฟฟ้าก๊าซ ขณะเดียวกันบริษัท Ignitis และ Litgrid ผู้พัฒนาโครงการก็ได้ประกาศแผนลงทุนกว่า 3.5 พันล้านยูโรเพื่อขยายโครงข่ายและติดตั้ง Smart Meters กว่า 1.2 ล้านเครื่องเพื่อให้ระบบสามารถจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างยืดหยุ่น

 

 

จากที่ต้องพึ่งพารัสเซีย สู่ประเทศที่ผลิตพลังงานสะอาดใช้เองได้

การหลุดพ้นจากการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกไม่ได้จบแค่การหาแหล่งนำเข้าใหม่ แต่คือการปฏิวัติโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่การลงทุนในโครงข่ายอัจฉริยะ ไปจนถึงการแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อกให้ประชาชน สามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยได้อย่างเต็มตัว ความสำเร็จของลิทัวเนียจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือวิสัยทัศน์และความเด็ดขาดทางนโยบาย ที่เปลี่ยนความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ให้กลายเป็นเอกราชทางพลังงานอย่างสมบูรณ์

 

related