
SHORT CUT
ท่ามกลางค่าครองชีพพุ่งและการมาของ AI เด็กจบใหม่เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต เปิด 4 กลยุทธ์เอาตัวรอด สร้างความมั่นคงทางการเงินและจิตใจในโลกการทำงานยุคใหม่
การก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานของประชากรกลุ่ม Generation Z ในฐานะ 'First Jobber' ท่ามกลางยุคเศรษฐกิจดิจิทัล กำลังกลายเป็นบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดในรอบทศวรรษ
ข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ชี้ชัดว่าปรากฏการณ์ Digital Transformation จะทำให้ทักษะแรงงานกว่า '50%' ต้องได้รับการพัฒนาใหม่ภายในปี 2568 เพื่อรับมือกับ AI
ในขณะที่รายงานจากสภาพัฒน์ฯ ระบุว่ามีเด็กจบใหม่ของไทยว่างงานสูงถึง 1.8 แสนคน สะท้อนให้เห็นถึง 'Skill Gap' หรือช่องว่างทักษะที่ภาคการศึกษาผลิตได้ไม่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องการคนที่พร้อมทำงานทันที
ปัจจุบัน First Jobber ไม่ได้มองหาเพียงเงินเดือน แต่ให้ความสำคัญกับปรากฏการณ์ 'Trifacta' คือ รายได้ ความหมายของงาน และความเป็นอยู่ที่ดี แต่ความเป็นจริงกลับสวนทาง เมื่อผลสำรวจจาก Deloitte ชี้ว่า 'ค่าครองชีพ' คือความกังวลอันดับหนึ่งของ Gen Z และ Gen Y ชาวไทย
ยิ่งไปกว่านั้น 63% ของคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตแบบ 'เดือนชนเดือน' ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 52% ฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 - 20,000 บาท ไม่สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อในเมืองใหญ่ นำไปสู่การดิ้นรนหารายได้เสริม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Adecco Thailand ระบุว่า หากมีทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะสาย Tech & IT เช่น Data Scientist หรือ Software Engineer อัตราเงินเดือนเริ่มต้นอาจพุ่งสูงถึง 40,000 - 80,000 บาท สะท้อนให้เห็นว่าอำนาจการต่อรองอยู่ที่ 'ทักษะ' ไม่ใช่เพียงใบปริญญา
แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการปรับตัวทำให้ Gen Z เสี่ยงต่อ 'ภาวะหมดไฟ' (Burnout) สูงกว่าวัยอื่นถึง 70% โดยเฉพาะ 'ภาวะหมดไฟจากการขาดคุณค่า' เมื่อต้องทนทำงานในองค์กรที่ขัดกับอุดมการณ์ หากสะสมเรื้อรังอาจนำไปสู่ 'ภาวะสิ้นยินดี' ที่สูญเสียความสามารถในการรับรู้อารมณ์เชิงบวก
นอกจากนี้ กว่า 82% ของคนทำงานยังเผชิญกับกลุ่มอาการคิดว่าตนเองไม่เก่ง (Impostor Syndrome) โดยมักคิดว่าความสำเร็จเกิดจากโชคช่วยหรือกลัวถูกจับได้ว่าไม่เก่งจริง ซึ่งปิดกั้นโอกาสในการเติบโตและการเจรจาต่อรองรายได้
ความสำเร็จของ First Jobber ในยุคนี้ จึงไม่ใช่เพียงการไต่เต้าสู่เงินเดือนสูงสุด แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่างศักยภาพ ค่านิยม และผลตอบแทน เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกการทำงานที่ท้าทาย
ที่มา : deloitte, Adecco Thailand