เมื่อ Work from Home ทำร้ายเด็กจบใหม่ อัตราจ้างน้อยลง มากกว่า AI?

เมื่อ Work from Home ทำร้ายเด็กจบใหม่ อัตราจ้างน้อยลง มากกว่า AI?

หลายคนอาจคิดว่า ‘AI’ มีส่วนสำคัญในการแย่งงาน ‘เด็กจบใหม่’ แต่แท้จริงแล้วรูปแบบการทำงานแบบ ‘Work from Home’ ต่างหากที่ทำให้บริษัทจ้างเด็กจบใหม่น้อยลง

SHORT CUT

  • สถิติชี้ว่าการทำงานแบบ Work from Home และ Remote Work คือตัวการที่แท้จริงที่ทำให้ยอดรับเด็กจบใหม่ลดลง เนื่องจากบริษัทมองว่าการดูแลและสอนงานทางไกลมีความยืดเยื้อและเป็นภาระ ประกอบกับคนทำงานรุ่นเก่าที่เก่งแล้วเลือกที่จะไม่เกษียณเพราะการทำงานที่บ้านมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เก้าอี้สำหรับเด็กจบใหม่มีน้อยลง
  • 'การไม่ได้เข้าออฟฟิศ' ทำให้เด็กใหม่เสียโอกาสสำคัญในการซึมซับทักษะจากรุ่นพี่ (เช่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการรับมือกับลูกค้า) นอกจากนี้ หากเด็กใหม่ทำงานผิดพลาด การตรวจสอบทางไกลจะทำได้ช้ากว่า ส่งผลให้งานเสียหายและแก้ไขยาก บริษัทจึงเลือกตัดปัญหาโดยการจ้างคนที่มีประสบการณ์ (Senior) ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองแทน
  • เพื่อไม่ให้เด็กจบใหม่เสียโอกาส บริษัทควรปรับระบบโดยล็อกวันให้ทุกคนเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศพร้อมกัน เพื่อใช้เวลานี้ในการสอนงานและเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร รวมถึงต้องมีการจัดตั้งระบบ 'พี่เลี้ยง (Mentor)' อย่างจริงจัง เพื่อคอยประกบ แนะนำ และสอนวิธีทำงานให้เด็กใหม่อย่างเป็นระบบแม้ในวันทำงานออนไลน์

หลายคนอาจคิดว่า ‘AI’ มีส่วนสำคัญในการแย่งงาน ‘เด็กจบใหม่’ แต่แท้จริงแล้วรูปแบบการทำงานแบบ ‘Work from Home’ ต่างหากที่ทำให้บริษัทจ้างเด็กจบใหม่น้อยลง

สำหรับคนวัยทำงานทุกวันนี้อาจเริ่มกลัวว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ 'AI' จะเข้ามาแย่งงานออฟฟิศ โดยเฉพาะกับ 'เด็กจบใหม่'

แต่ว่าจากการอ้างอิงของข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดปี 2026 พบว่าตัวการที่แท้จริงที่ทำให้ยอดจ้างงานเด็กจบใหม่ดิ่งลงเหว คือ 'การทำงานอยู่ที่บ้าน' (Work from Home) และ 'การทำงานระยะไกล' (Remote Work) ต่างหาก เพราะระยะห่างทำให้อะไรๆ ก็ยากขึ้น

เมื่อ Work from Home ทำร้ายเด็กจบใหม่ อัตราจ้างน้อยลง มากกว่า AI?

 

ข้อมูลที่เผยแพร่ใน Psychology Today ระบุว่า ผลวิจัยขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลจาก 4 ประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐฯ, อังกฤษ, แคนาดา และออสเตรเลียชี้ว่า ตอนแรกคนคิดว่าตำแหน่งงานเด็กจบใหม่ลดลงเพราะ AI

แต่พอเอาสถิติมารวมกับเทรนด์ Work from Home กลับพบว่า เป็นเพราะงานบางรูปแบบสามารถทำที่บ้านได้ ทำให้การจ้างงานเด็กจบใหม่ลดฮวบ

เมื่อ Work from Home ทำร้ายเด็กจบใหม่ อัตราจ้างน้อยลง มากกว่า AI?

เมื่อการทำงานที่บ้าน เพิ่มภาระให้หัวหน้างาน

ถ้าถามว่าทำไมระบบ Work from Home ถึงทำให้บางบริษัทไม่อยากรับเด็กจบใหม่ นั่นก็เป็นเพราะอาจต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น เพราะถ้าอยู่ในออฟฟิศเวลาเด็กใหม่ทำอะไรผิดพลาดไป หัวหน้าหรือรุ่นพี่จะคอยดูและช่วยแก้ไขให้ได้ทันที แต่พอต่างคนต่างอยู่บ้าน กว่าจะเจอปัญหาก็อาจทำให้งานเสียหายไปค่อนข้างเยอะแล้ว แก้ไขยากและเสียเวลามากกว่าเดิม

เมื่อ Work from Home ทำร้ายเด็กจบใหม่ อัตราจ้างน้อยลง มากกว่า AI?

รวมถึงปัญหาของหัวหน้างานเองที่ไม่มีเวลาสอน เพราะการคอยดูแลเด็กใหม่จากทางไกลนั้นค่อนข้างเหนื่อยและเสียเวลา บรรดาผู้บริหารก็เลยตัดปัญหาด้วยการจ้างคนที่มีประสบการณ์สูงหรือระดับ Senior ไปเลยดีกว่า เพราะทำงานได้เองไม่ต้องมีใครคอยประกบ

อีกปัญหาหนึ่งก็คือ คนรุ่นเก่าไม่ยอมเกษียณ พอมีระบบ Work from Home ที่ยืดหยุ่น ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง คนรุ่นเก่าๆ ที่เก่งแล้วเลยเลือกที่จะทำงานต่อยาวๆ ไม่ยอมเกษียณ เมื่อเก้าอี้ไม่ว่างและมีความเสี่ยงต่ำกว่า บริษัทจึงเลือกจ้างคนกลุ่มนี้แทนเด็กจบใหม่

เด็กใหม่ขาดเรื่องครูพักลักจำ

ตามทฤษฎีแล้ว เด็กใหม่จะทำงานเก่งขึ้นได้ ต้องอาศัยปัจจัยหลัก 2 ส่วน ก็คือ การอบรมอย่างเป็นทางการ และการซึมซับจากคนรอบข้าง ซึ่งอย่างหลังนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เพราะเวลาอยู่ร่วมกันที่ออฟฟิศ เด็กใหม่จะได้เห็นรุ่นพี่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เห็นวิธีดีลกับลูกค้าที่กำลังวีน หรือวิธีคุยงานยากๆ แต่พอต้องทำงานผ่านหน้าจออยู่ที่บ้าน โอกาสในการ 'ครูพักลักจำ' ก็จะถูกตัดขาดไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นยิ่งบริษัทมีคนทำระบบทางไกลมากเท่าไร ก็ยิ่งจำเป็นต้องมีคอร์สฝึกอบรมที่เข้มข้นเป็นระบบมาชดเชยส่วนที่หายไป

แนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เด็กจบใหม่หมดอนาคต

ก่อนอื่นบริษัทต้องเลิกใช้ระบบไฮบริดแบบอยากเข้าวันไหนก็เข้า แล้วเปลี่ยนมาวางแผนหรือจัดตารางเข้าออฟฟิศอย่างจริงจัง ล็อกวันให้ทุกคนเข้าออฟฟิศพร้อมกัน เพื่อใช้เวลานั้นประชุมทีม สอนงาน หรือสานสัมพันธ์ ส่วนวันอยู่บ้านก็ปล่อยให้ต่างคนต่างทำงานของตัวเองไป

นอกจากนี้ต้องมีการปรับระบบรับพนักงานใหม่ เพราะเรื่องเอกสารหรือการเซตระบบไอทีนั้นทำออนไลน์ได้ แต่การเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรต้องมาเจอตัวจริง ซึ่งผลวิจัยชี้ว่าการเจอตัวจริงช่วยให้พนักงานใหม่ทำงานเป็นเร็วกว่าเดิมถึง 2 เดือน

เมื่อ Work from Home ทำร้ายเด็กจบใหม่ อัตราจ้างน้อยลง มากกว่า AI?

อีกหนึ่งอย่างที่ออฟฟิศสามารถทำเพื่อช่วยเหลือพนักงานใหม่ได้ก็คือ การตั้งระบบพี่เลี้ยงแบบจริงจัง เพราะในเมื่อไม่มีการสอนงานแบบเดินไปถาม บริษัทก็ต้องจับคู่พี่เลี้ยงให้ชัดเจน มีตารางคุยกันทุก 2 สัปดาห์ และสอนเด็กใหม่ให้รู้จักวิธีตั้งคำถามและขอคำแนะนำอย่างตรงจุด

ท้ายที่สุดแล้วอาจจะสรุปได้ว่า เราจะโทษ 'AI' อย่างเดียวก็คงไม่ได้ ถ้าบริษัทอยากรักษาพนักงานเก่งๆ ในอนาคตเอาไว้ ต้องยอมรับความจริงว่า สำหรับการปั้นเด็กจบใหม่นั้น การทำงานที่บ้านอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีสำหรับบางบริษัท

อ้างอิงข้อมูล : Psychology Today

related