
SHORT CUT
น่าน VS หาดใหญ่ ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ ไทยเจอฝนหนักเหมือนกัน แต่ภูมิประเทศและระบบระบายน้ำทำภัยพิบัติรุนแรงต่างกัน สะท้อนความเสี่ยงน้ำท่วมยุคสภาพอากาศแปรปรวน
น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของไทย กำลังสะท้อนภาพเดียวกันว่า ฝนตกหนักในปัจจุบันอาจไม่ได้จบแค่ฝนตกแล้วน้ำลด แต่ความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้นอยู่กับทั้งปริมาณฝน ระยะเวลาที่ฝนตก ภูมิประเทศ ระบบระบายน้ำ และปัจจัยแวดล้อมของแต่ละพื้นที่
กรณีจังหวัดน่านเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 และเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นสองเหตุการณ์ที่เกิดจากฝนตกหนักผิดปกติเหมือนกัน แต่รูปแบบน้ำท่วมแตกต่างกันอย่างชัดเจน กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาพอากาศมีความผิดปกติและทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักผิดปกติ จนนำไปสู่น้ำท่วมซ้ำซากและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ข้อมูลจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ระบุว่า น้ำท่วมน่านเริ่มวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับมวลอากาศเย็น ทำให้ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ โดยมีฝนสะสมสูงสุด 388 มิลลิเมตร และฝนตกหนาแน่นภายในเพียง 4-5 ชั่วโมง เมื่อประกอบกับภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาสูงชันและพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ จึงเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงกว่าปกติ 60-110 เซนติเมตร ก่อนจะลดลงภายในประมาณ 2-4 วันหลังฝนหยุด
ขณะที่ กรมชลประทาน รายงานว่า น้ำท่วมหาดใหญ่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 19-28 พฤศจิกายน 2568 จากร่องมรสุม หย่อมความกดอากาศต่ำ และปัจจัยทางสภาพอากาศ ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยฝนสะสม 3 วันสูงถึง 630 มิลลิเมตร ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูงและระบบระบายน้ำรองรับไม่ทัน จึงเกิดน้ำท่วมขังในเขตเมือง ระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 เมตร และใช้เวลาราว 10 วันกว่าจะระบายออก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวเป็นวงกว้าง
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA วิเคราะห์ว่า ทั้งสองเหตุการณ์มีจุดร่วมคือฝนตกหนักผิดปกติ แต่ต่างกันที่ลักษณะภัย น่านเป็นน้ำป่าไหลหลากที่มาเร็ว รุนแรง และลดเร็ว ส่วนหาดใหญ่เป็นน้ำท่วมขังจากฝนสะสมต่อเนื่อง น้ำทะเลหนุน และการระบายน้ำที่ไม่ทัน จึงท่วมยาวและกระทบเมืองเป็นวงกว้าง
บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่แค่คำถามว่าฝนจะตกมากแค่ไหน แต่ต้องมองต่อว่า เมื่อฝนตกหนัก พื้นที่นั้นมีภูมิประเทศแบบใด ระบบระบายน้ำรองรับได้หรือไม่ และมีปัจจัยอะไรที่จะทำให้น้ำมาเร็วหรือระบายช้า เพราะน้ำท่วมในยุคสภาพอากาศแปรปรวน อาจไม่ได้มีรูปแบบเดียวอีกต่อไป