
เครือข่ายนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จับมือ “สิงห์อาสา” เดินหน้าสร้างแหล่งน้ำชุมชนแห่งที่ 10 ที่ จ.มหาสารคาม ต่อยอดโมเดล “บ่อพ่อ-บ่อแม่” กักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เสริมความมั่นคงด้านน้ำและช่วยชุมชน
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ สิงห์อาสา โดย มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัดสร้างแหล่งน้ำชุมชน ต่อเนื่องเป็นแห่งที่ 10 ที่ บ้านจำนัก ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำชุมชน สำรองน้ำใช้ได้จริงตลอดทั้งปี ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตร พร้อมเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ที่อาจทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะร้อนแล้งและฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและภาคการเกษตร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัลลิกา ศรีสุธรรม อาจารย์ประจำสาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ปี 2563 คณะฯ ได้ทำงานร่วมกับสิงห์อาสาในการพัฒนาโมเดล ‘บ่อพ่อ-บ่อแม่’ โดยผลจากแหล่งน้ำชุมชน 9 แห่งที่ผ่านมา พบว่าแหล่งน้ำลักษณะนี้สามารถช่วยชุมชนรับมือได้ทั้งช่วงแล้งและช่วงน้ำหลาก โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเผชิญกับวิกฤต ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะร้อนแล้งและฝนทิ้งช่วง โมเดลนี้จะช่วยให้ชุมชนยังมีน้ำใช้และน้ำสำหรับทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเป็นอาหาร และในบางพื้นที่ยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อีกด้วย การขยายโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น เป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระดับชุมชน และช่วยให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”
คุณรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อํานวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จํากัด กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิงห์อาสาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในลักษณะที่ชุมชนได้รับประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้จริง สิ่งสำคัญคือ น้ำเหล่านั้นต้องถูกกักเก็บและบริหารจัดการจนกลายเป็นน้ำที่ชาวบ้านสามารถใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ทำการเกษตร และเป็นน้ำสำรองในช่วงที่เกิดภาวะแห้งแล้ง การสร้างแหล่งน้ำชุมชนร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างต้นทุนน้ำให้กับชุมชนในระยะยาว เพื่อให้ทุกพื้นที่มีน้ำเก็บไว้ใช้ตลอดทั้งปี เสริมความพร้อมให้ชุมชนสามารถรับมือกับภาวะแล้งและความผันผวนของสภาพอากาศได้อย่างยั่งยืน”
สิงห์อาสาและเครือข่ายทั่วประเทศ ยังคงติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและความผันผวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำและการสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อขยายโมเดลไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ และสร้างแหล่งน้ำที่ชุมชนสามารถกักเก็บและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงตลอดทั้งปี