“โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม” อาการเป็นอย่างไร? หลังหมอยืนยัน บรูซ วิลลิส ป่วย

“โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม” อาการเป็นอย่างไร? หลังหมอยืนยัน บรูซ วิลลิส ป่วย

รู้จัก “โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม”(Frontotemporal Dementia) หลังหมอยืนยัน “บรูซ วิลลิส” ป่วยสูญเสียทักษะการใช้ภาษาในการสื่อสาร และการทำความเข้าใจ

หลังจากที่ “บรูซ วิลลิส” นักแสดงชื่อดังของฮอลลีวูด พบว่าป่วยด้วยโรคอะเฟเซีย (Aphasia)  หรือ ภาวะเสียการสื่อความ ซึ่งสาเหตุของโรค เป็นความผิดปกติทางการสื่อสาร ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติในด้านทักษะของการสื่อสารและการใช้ภาษา ไม่สามารถโต้ตอบหรือทำความเข้าใจได้ และอาจมีปัญหาทางด้านการอ่านและการเขียนร่วมด้วย จึงเป็นสาเหตุให้อดีตดาราดังจำต้องหันหลังให้กับวงการเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ 17 ก.พ. 2566 เดมี มัวร์ ภรรยาของ "บรูซ วิลลิส" ได้เปิดเผยผ่านอินสตาแกรม demimoore ว่า คณะแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยอาการป่วยของบรูซครั้งล่าสุดพบว่า เขาป่วยด้วยโรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal Dementia - FTD) บรูซกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการสื่อสาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการของโรคที่กำลังเผชิญ ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะเจ็บปวด แต่ครอบครัวรู้สึกโล่งใจที่เขาได้รับการวินิจฉัยที่ชัดเจนในที่สุด

บรูซ วิลลิส

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รู้จักโรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal Dementia)

คำว่า Frontotemporal นั้นมากจากชื่อเรียกส่วนของสมองที่มักเสียหายในประเภทสมองเสื่อมนี้ อันประกอบไปด้วย

1) ส่วนของสมองส่วนหน้า (frontal lobes) จะอยู่ในตำแหน่งบริเวณหน้าผาก มีหน้าที่ควบคุมพฤติกรรม การแก้ปัญหา การวางแผน และควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทางอารมณ์ โดยที่ส่วนมากแล้วพื้นที่ทางด้านซ้ายของสมองส่วนหน้าที่จะทำหน้าที่ควบคุมการพูดด้วย

2) ส่วนของสมองด้านข้างบริเวณใกล้ขมับ (temporal lobes) พื้นที่สมองส่วนนี้มีหลายบทบาทด้วยกัน โดยที่ทางด้านซ้ายมักจะทำหน้าที่ตีความหมายของคำ และชื่อของสิ่งต่างๆ และทางด้านขวามักจะทำหน้าที่ควมคุมความสามารถในการจดจำใบหน้าและสิ่งต่างๆ

FTD เป็นภาวะที่เกิดเมื่อเซลล์ประสาทที่อยู่ในบริเวณสมองส่วนหน้าและ/หรือส่วนด้านข้างตาย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการเชื่อมต่อระหว่างสมองส่วนต่างๆ ตัวขนส่งทางเคมี (chemical messenger) ที่สังเคราะห์มาจากเนื้อเยื่อจำเพาะในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทก็จะหายไปบางส่วนด้วย และเมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ประสาทก็จะตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเนื้อเยื่อของสมองในส่วนด้านหน้าและด้านข้างก็จะค่อยๆหดตัว

เมื่อสมองในส่วนด้านหน้าและ/หรือด้านข้างเสียหาย มักจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบุคลิกและพฤติกรรม และความสามารถในการใช้และเข้าใจภาษา โดยที่อาการเหล่านี้จะแตกต่างไปจากการสูญเสียความทรงจำที่เกิดจากภาวะสมองเสื่อมประเภทอื่นๆที่พบได้บ่อยกว่า เช่น อาการของโรคอัลไซเมอร์

ภาวะสมองเสื่อม FTD พบได้ไม่บ่อยนักเมื่อเทียบกับภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ หลายๆคนหรือแม้กระทั้งบุคลากรทางด้านการแพทย์บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินคำนี้

FTD (Frontotemporal Dementia) ในกลุ่มคนอายุก่อน 65 ปี

ภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจาก FTD มักจะถูกตรวจพบในประชากรที่มีอายุระหว่าง 45 ถึง 65 ปี และยังมีโอกาสจะเกิดกับผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่พอๆกัน อย่างไรก็ตาม FTD สามารถพบได้ในกลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยหรือสูงกว่าช่วงอายุดังกล่าวเช่นกัน เพียงแต่มักจะถูกมองข้้ามไป และมุ่งความสนใจไปยังสาเหตุอื่นๆที่พบบ่อยกว่าเช่น อัลไซเมอร์

ผู้มีภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจาก FTD ส่วนมากต้องเผชิญกับปัญหาที่ท้าทายต่างๆเนื่องจากต้องเผชิญภาวะนี้ตั้งแต่อายุยังไม่มากนัก หลายๆคนอาจจะยังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ มีภาระค่าใช้จ่ายที่ยังต้องรับผิดชอบหรือยังต้องส่งเสียบุตร และมีความต้องการบริการหรือความช่วยเหลือที่แตกต่างออกไป

ประเภทและกลุ่มลักษณะอาการ

อาการของผู้มีภาวะสมองเสื่อม FTD จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ในสมองส่วนหน้าและส่วนข้างที่เกิดความเสียหาย ภาวะสมองเสื่อม FTD สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ประเภทย่อย ตามกลุ่มลักษณะอาการความผิดปกติ 3 กลุ่มอาการหลัก ดังนี้

  • มีความผิดปกติทางด้านพฤติกรรม (Behavioral Variant)
  • สูญเสียทักษะการใช้ภาษาในการสื่อสาร (Progressive non-fluent aphasia)
  • มีความบกพร่องของการเลือกใช้คำศัพท์ (Semantic Dementia)

เหมือนกับสมองเสื่อมจากสาเหตุอื่นๆ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้น และค่อยๆแย่ลงเมื่อโรคดำเนินไป

 

ข้อมูลจาก : azthai สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม

related