svasdssvasds

เทียบโปรไฟล์ 'สีหศักดิ์ VS พิศาล' แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ ดีกรีไม่ธรรมดา

เทียบโปรไฟล์ 'สีหศักดิ์ VS พิศาล' แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ ดีกรีไม่ธรรมดา

เทียบโปรไฟล์ 'สีหศักดิ์ VS พิศาล' แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ จาก 2 พรรคใหญ่ นักการทูตอาชีพที่ผ่านงานระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

SHORT CUT

  • สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นนักการทูตอาชีพ อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นแคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนเอเชียคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธาน UNHRC
  • พิศาล มาณวพัฒน์ เป็นอดีตเอกอัครราชทูตในประเทศสำคัญอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เป็นแคนดิเดตจากพรรคประชาชน มีจุดยืนทางการเมืองโดดเด่นด้านประชาธิปไตยจากการทำหน้าที่ สว.
  • พิศาลชูวิสัยทัศน์ "การทูตกินได้" และนโยบาย "Pro-Thailand" เพื่อฟื้นฟูบทบาทไทยในเวทีโลก ขณะที่สีหศักดิ์เน้นย้ำประสบการณ์ยาวนานและความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

เทียบโปรไฟล์ 'สีหศักดิ์ VS พิศาล' แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ จาก 2 พรรคใหญ่ นักการทูตอาชีพที่ผ่านงานระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะการเลือกตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งชื่อของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คือตัวเต็งที่ได้รับการยืนยันว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หากพรรคได้เป็นรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี

นักการทูตอาชีพผู้ผ่านงานระดับโลก

สีหศักดิ์คือลูกหม้อตัวจริงของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เขาเริ่มต้นเส้นทางนักการทูตตั้งแต่ปี 2522 และไต่เต้าจนดำรงตำแหน่งสูงสุดคือ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ศ. 2554-2557)

ประวัติการศึกษาที่ไม่ธรรมดา

  • ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท ด้านนโยบายสาธารณะระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา

สร้างประวัติศาสตร์ 'เอเชียคนแรก' บนเก้าอี้ประธาน UNHRC

ผลงานที่ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของไทยในเวทีโลก คือการที่สีหศักดิ์ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ในช่วงปี 2010-2011 ซึ่งเขาถือเป็น คนเอเชียคนแรก ที่ได้รับเกียรตินี้

นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ 

  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และกรุงปารีส
  • เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา
  • ประธานคณะทำงานระดับสูงเพื่อร่าง TOR ของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนอาเซียน

สีหศักดิ์ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในงานบริหารการเมือง เขาเคยทำหน้าที่ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงวิกฤตการเมืองปี 2557 มาแล้ว และในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน เขายังได้รับมอบหมายให้เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานใกล้ชิดกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ล่าสุดเพิ่งมีบทบาทสำคัญในการนำทีมไทยอภิปรายประเด็นปราสาทนครวัดในประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 47 อย่างตรงไปตรงมา

การยอมรับและเกียรติยศระดับนานาชาติ

ตลอดเส้นทางอาชีพ เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากต่างประเทศเพื่อยืนยันถึงความสามารถ เช่น Grand Officer of the Order of Orange – Nassau จากเนเธอร์แลนด์ และในปี 2024 นี้เอง เขายังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star จากรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วย

เจาะโปรไฟล์ 'พิศาล' นักการทูตเกรด A สู่แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ "รัฐบาลประชาชน"

พรรคประชาชน สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวทีมบริหาร "The Professionals" รายที่ 2 คือ พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตนักการทูตระดับแถวหน้าและอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้เข้ามารับผิดชอบงานด้านการต่างประเทศโดยมีจุดแข็งที่ผสมผสานระหว่างประสบการณ์การทูตระดับโลกเข้ากับจุดยืนทางการเมืองที่ยึดโยงกับประชาธิปไตยอย่างชัดเจน

เส้นทางนักการทูตมืออาชีพ "ระดับเกรดเอ"

พิศาล มาณวพัฒน์ ปัจจุบันอายุ 69 ปี จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ระดับปริญญาตรีและโทจาก London School of Economics (LSE) ประเทศอังกฤษ เขามีประสบการณ์รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศยาวนานกว่า 36-40 ปี

เคยดำรงตำแหน่งสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของการทูตไทย

  • เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2558–2560)
  • หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป (EU) เอกอัครราชทูตประจำเบลเยียม และลักเซมเบิร์ก,
  • เอกอัครราชทูตประจำ แคนาดา และอินเดีย
  • อดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI),

นอกจากนี้ เขายังมีพื้นฐานความเข้าใจการเมืองระดับโลกจากการเคยได้รับทุนไปปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา (Congressional Fellow) ทำงานร่วมกับ ส.ส. และ สว. สหรัฐฯ มาแล้ว

"สว. เสียงข้างน้อย" ผู้โหวตสวนกระแสเพื่อประชาธิปไตย

แม้จะได้รับแต่งตั้งเป็น สว. ชุดที่ 12 โดย คสช. ในปี 2562 แต่นายพิศาลกลับแสดงจุดยืนที่เป็นอิสระอย่างโดดเด่น

  • โหวตเห็นชอบให้ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 2566 โดยเป็น 1 ใน 13 เสียงของ สว. ที่เคารพเสียงประชาชน
  • โหวต "ปิดสวิตช์ สว." หรือยกเลิกอำนาจ สว. ในการเลือกนายกฯ ตามมาตรา 272 ถึง 6 ครั้ง และสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน (iLaw) เพื่อปลดล็อกประเทศจากความขัดแย้ง

วิสัยทัศน์ "การทูตกินได้" และนโยบาย Pro-Thailand

ภายใต้การนำของพรรคประชาชน พิศาลเสนอแนวคิดที่จะทำให้ไทยกลับมาอยู่บน “จอเรดาร์” ของโลกอีกครั้ง หลังจากที่เขามองว่าไทยเผชิญกับ "ทศวรรษที่สูญเปล่า" หลังรัฐประหารปี 2557 โดยมีหัวใจสำคัญ

  • การทูตกินได้: ปรับปรุงระบบราชการให้ทันสมัย เชื่อมโยงผลประโยชน์ทางการทูตเข้ากับชีวิตคนไทย,
  • Pro-Thailand ไม่ใช่ Pro-มหาอำนาจ: เน้นรักษาสมดุลและรักษาผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการวางตัวเป็นกลางจนเกินไป หากเข้าใกล้ฝ่ายใดแล้วได้ประโยชน์ต่อชาติมากกว่าก็ควรทำ
  • กล้าต่อรอง: แก้ไขปัญหาใหญ่ทั้งเรื่องภาษีทรัมป์, ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา, สงครามในเมียนมา และปัญหาสแกมเมอร์ ด้วยหลักการที่สง่างาม

การที่พรรคประชาชนเลือกพิศาล คือการส่งสัญญาณว่า "รัฐบาลประชาชน" จะไม่เพียงแต่ใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องการนักการทูตที่โลกเชื่อถือในแง่จุดยืนความเป็นประชาธิปไตย เพื่อดึงเกียรติภูมิของไทยกลับคืนมา การก้าวสู่วงการเมืองเต็มตัวครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์การสะสางปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านงานต่างประเทศอย่างแท้จริง

ที่มา : thansettakij , bangkokbiznews 

related