
SHORT CUT
ชวนรู้จัก 'ชลัฐ รัชกิจประการ' เด็กรุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทยที่ อยากสื่อสารการเมืองไทยให้เด็กรุ่นใหม่เข้าถึงได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันประเทศให้เกิด ‘Hight Value’
‘ชลัฐ รัชกิจประการ’ หากพูดถึงชื่อนี้ หลายคนคงอาจจะได้ยินไม่คุ้นหูมากนัก แต่หากพูดชื่อ ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ ก็คงจะพอนึกออกกันอยู่บ้าง ‘ชลัฐ รัชกิจประการ’ หรือ ‘ธาม’ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6 ของพรรคภูมิใจไทย เป็นลูกชายของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รมว.คมนาคม อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
ชลัฐ เล่าว่า เขาถูกลากเข้าสู่ระบบการเมืองเพราะต้องมาช่วยคุณพ่อจัดระเบียบงาน ด้วยความตั้งใจแรกเริ่มที่จะอยู่เพียงแค่ 6 เดือน แต่กลับใช้เวลากว่า 6 ปี ในการเรียนรู้เรียนรู้ระบบและทำใจที่จะมีตัวตนทางการเมือง เพื่อพิสูจน์ว่า นโยบายพูดแล้วทำ ต้องมีฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง
หลังก้าวเข้ามาทำงานการเมือง สิ่งแรกที่ต้องทำให้ดีขึ้นคือการแปลงข้อมูลและสามารถนำขึ้นไปอภิปรายให้เร็วขึ้น เพราะการที่จะขึ้นไปอภิปรายในแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากตนเองจบจากต่างประเทศ ภาษาไทยยังไม่ค่อยแข็งแรง ต้องอาศัยการแปลงสารค่อนข้างเยอะเพื่อให้ได้ตามข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
ในความคิดครั้งแรกอยากทำคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะเคยช่วยพ่อทำงาน และตนเองก็พยายามช่วยดูว่าสามารถพัฒนาหรือต่อยอดอะไรตรงไหนได้บ้าง แต่พอตอนนี้ได้มาอยู่ในกรรมาธิการต่างประเทศ รู้สึกยังอยากทำต่อไป เพราะมันมีการใช้ภาษาค่อนข้างเยอะ และเรื่องภาษาเป็นเรื่องที่ตนเองถนัด และการขับเคลื่อนทางต่างประเทศมันครอบคลุมทุกอย่าง พอได้ใช้คำว่า ‘ทีมไทยแลนด์’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว กีฬา หรือความมั่นคง มันครอบคลุมทุกอย่าง
ใน 10 ปีที่ผ่านมา เราอยู่ในยุค Globalization มีข้อตกลงที่ดีกว่าเดิม หลายประเทศหันกลับมามีมุมมองแบบ Nationalism หรือ แบบชาตินิยม เราก็ต้องหันกลับมาดูสัญญาทางการประเทศของเราว่า ถ้าเราไม่สารถทำสัญญากับประเทศในยุโรปได้ เราจะสามารถเข้าไปคุยกับประเทศไหนได้บ้าง โดยมองว่าใช้ FTA เข้าช่วย แต่ในฐานะกรรมาธิการเราก็เข้าไปช่วยดูทิศทางและให้ความสำคัญกับแนวทางที่ทางกระทรวงพาณิชย์และต่างประเทศวางแนวทางมาอยู่แล้ว
เขาเล่าต่อว่า ถ้าในส่วนของกระทรวงกีฬาและการท่องเที่ยวเป็นกระทรวงที่มีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะเป็นกระทรวงที่ไม่ค่อยมี Supply เพราะ Supply ส่วนมากจะไปอยู่กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แต่ในข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่เราอยากจะเข้าไปพัฒนาเพื่อสร้าง ‘Hight Value Tourism’ พออยู่กันคนละพรรคหรือคนละกระทรวง มันก็จะมีข้อจำกัดของการทำงานและกฎหมายที่ทำให้เราไม่สามารถเข้าไปทำตรงนั้นได้
หลายคนอาจจะมองเข้ามาว่า พรรคภูมิใจไทยมีแต่ผู้ใหญ่ เป็นพวกอนุรักษ์นิยม แต่เขากลับมองว่า พรรคของเขาขาดเวทีในการสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ เพียงแต่ไม่มีเวทีสื่อสารที่แมสพอให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้
“เวลาเจน X สื่อสารกับเด็กมันก็ไม่ได้ แต่พอเด็กสื่อสารกับเด็ก เขาก็ไม่ฟังเรา”
สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือสร้างคอนเทนต์ให้กับตัวเอง เพื่อนพยายามที่จะสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เสนอการเมืองให้มันดูสร้างสรรค์และง่ายขึ้น บวกกับแคมเปญที่จะพยายามทำให้มันจับต้องได้ อย่างแคมเปญทวงคืน 30 ปีที่หายไป จากการลงพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ที่เห็นปัญหาภาพความล้าหลังของโครงสร้างพื้นฐานที่คนใต้ต้องเผชิญมาตลอด 30 ปี โดยเฉพาะเรื่องถนนและการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่
ในตัวแทนกรรมการบริหารที่เป็นคนรุ่นใหม่ ชลัฐ กล่าวว่า มีโครงการค่ายุวชนภูมิใจไทยที่เราจะสื่อสาร โดยขอตัวแทนแต่ละจังหวัด ประมาณจังหวัดละ 20 คน เด็กๆ เหล่านี้จะช่วยในการสื่อสารในพื้นที่ เปิดพื้นที่ให้เด็กได้มาเรียนรู้ความเป็นผู้นำ เพราะเรายึดคอนเซ็ปต์คำว่า ภูมิใจไทย คือ ภูมิใจในตัวเอง นอกจากนี้ก็ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย ให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตด้วยตัวเอง และถ้าโมเดลตรงนี้มันสามารถขยายไปทั่วประเทศได้ ก็จะทำให้ภูมิใจไทยสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น
“การที่ผมไปเดินสตูลเขต 1 มันเป็นปรากฎการณ์ที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย คือ การที่มีเด็กๆ วิ่งเข้ามาหาที่หน้าประตู แล้วก็มาขอถ่ายรูป มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นในตัวของพรรคเองด้วย”
ในวันที่เราสามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ เขาเล่าว่า เคยคุยกับเด็กนักเรียนที่ชื่นชอบในนโยบายด้านการศึกษาของพรรคภูมิใจไทย เพราะทุกคำพูดของนโยบาย มันเป็นสิ่งที่เราสื่อสารออกไปแล้วเขามองว่าเราทำได้จริง