svasdssvasds

'ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์' ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคภูมิใจไทย ผู้สร้างความหวังให้ชาวนนทบุเรี่ยน?

'ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์' ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคภูมิใจไทย ผู้สร้างความหวังให้ชาวนนทบุเรี่ยน?

ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 หนึ่งในผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคภูมิใจไทย จะสร้างความหวังให้กับคนรุ่นใหม่ชาวนนทบุเรี่ยนและประเทศอย่างไร?

SHORT CUT

  • ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์ เป็นผู้สมัคร สส. นนทบุรี เขต 1 หน้าใหม่จากพรรคภูมิใจไทย มีประสบการณ์ทำงานหลากหลายด้านก่อนเข้าสู่การเมือง
  • ในฐานะคนนนทบุรีโดยกำเนิด มีความตั้งใจที่จะผลักดันนโยบายพัฒนาพื้นที่ เช่น การส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน และการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาพื้นฐาน (Smart City)
  • แม้จะเป็นที่รู้จักในฐานะลูกสาวอัยการสูงสุด แต่ต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานและทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่เน้นความขัดแย้ง

ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 หนึ่งในผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคภูมิใจไทย จะสร้างความหวังให้กับคนรุ่นใหม่ชาวนนทบุเรี่ยนและประเทศอย่างไร?

นับถอยหลังสู่วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการแข่งขันของเหล่าพรรคการเมืองและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จึงเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

พรรคภูมิใจไทยเป็นอีกหนึ่งพรรคที่คาดว่าจะเป็นตัวเต็งคว้าตำแหน่ง สส. เขตได้ในหลายพื้นที่ แม้จะมีผู้สมัครจากบ้านใหญ่มาเข้าร่วมสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยหลายคน แต่ในบรรดาผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยยังมี สส. หน้าใหม่ที่ก้าวมาในสนามการเมืองเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน 

 

'ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์' ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 หนึ่งในผู้สมัครหน้าใหม่ที่น่าจับตา แม้กระแสข่าวที่เธอเป็นลูกสาวของอัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะทำให้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ตัวตนของเธอกลับยังไม่ถูกเผยให้เห็นมากนัก

 

ด้วยประสบการณ์ของกัญญาพรที่เคยร่ำเรียนอยู่ที่แคนาดาตั้งแต่มัธยมศึกษาจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย สาขาธุรกิจการเกษตรและกลับมาทำงานที่ไทยในหลากหลายด้านทั้งบริษัทส่งออกข้าว ,สำนักงานกฎหมาย,ธุรกิจท่องเที่ยว ทำให้เธอถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะทำงานของ สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายกฯ อนุทิน และก้าวเข้ามาเป็นอีกความหวังใหม่ของพรรคภูมิใจไทยในการคว้าชัยเลือกตั้ง สส. เขตครั้งนี้

 

การทำความรู้จักนักการเมืองรุ่นใหม่พรรคสีน้ำเงินคนนี้จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า ทราย-กัญญาพร แก้วทิพย์จะสร้างความหวังให้กับคนรุ่นใหม่ชาวนนทบุเรี่ยนและประเทศอย่างไร?

 

ประสบการณ์ที่ผ่านมาก่อนเข้ามาในสนามการเมืองเป็นอย่างไร ?

ทราย เรียนจบมาก็มีโอกาสมาทำงานที่บริษัทส่งออกข้าวแถวสนามบินน้ำ แล้วก็ได้ไปทำงานที่สำนักงานกฎหมายของท่านสันติ ปิยะทัต ทำหน้าที่ดูแลเรื่องเอกสารภาษาอังกฤษ หลังจากแต่งงานก็เปลี่ยนบทบาทไปช่วยสามีทำธุรกิจอยู่ทางภาคใต้ ทั้งการดูแลสวนทุเรียน สวนปาล์ม สวนยาง และทำธุรกิจของที่บ้านเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และการแลกเงินด้วย

 

ก่อนจะเป็นทรายในวันนี้ ชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างไร ?

ทรายเป็นคนนนทบุรีมาตั้งแต่เกิด ทะเบียนบ้านอยู่ที่นี่ไม่เคยย้ายไปไหนเลย ความจริงตอนเด็กๆ ก็เป็นคนลุยๆ นิดนึงเพราะว่ามีพี่ชาย 1 คนและมีลูกพี่ลูกน้องที่อยู่บ้านใกล้ๆ กันก็จะเป็นผู้ชายทั้งหมด เขาก็จะเล่นฟุตบอล หุ่นยนต์อะไรพวกนี้ เราก็ต้องเล่นด้วยไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีเพื่อนเล่น แต่ว่าเราก็เป็นคนขี้อายอยู่พอสมควร เช่น เวลาไปร้านอาหารจะไม่ค่อยพูด จนถึงจุดนึงตอนมัธยมมีโอกาสได้ไปได้ทุนแลกเปลี่ยนไปเรียนที่แคนาดาปีนึงก็เป็นจุดที่เราเริ่มออกจาก Comfort zone แล้วก็เริ่มจะกล้าแสดงออกมากขึ้นเพราะว่าไม่ทำเดี๋ยวอดตาย 

 

ส่วนคุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเด็ก ทรายก็จะอยู่กับคุณแม่เป็นหลัก คุณแม่ก็ไม่ได้ดุอะไรและค่อนข้างจะสนับสนุนสิ่งที่เราอยากจะทำ คุณพ่อก็ยังพูดคุยกันเรื่อยๆ แต่ถ้ามีอะไรจะปรึกษาทางคุณแม่มากกว่า ส่วนคุณพ่อก็จะแจ้งว่าเราจะทำอะไร เช่น เรื่องเรียนหรือการทำงาน 

 

การถูกพูดถึงในฐานะลูกสาวอัยการสูงสุด จะส่งผลต่อเส้นทางการเมืองไหม ?

 

ความจริงไม่อยากให้มีภาพจำว่าเป็นลูกสาวอัยการสูงสุด ทรายก็อยากเป็นกัญญาพร หรือในอนาคตอาจเป็นกัญญาพร สส.นนทบุรี อย่างที่พระท่านว่าลาภยศสรรเสริญไม่ได้ยั่งยืน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป คุณพ่อก็เป็นอัยการสูงสุดเพียงปีเดียว อีกไม่กี่เดือนคุณพ่อก็จะดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว 

 

ทรายคิดว่าการเป็นลูกสาวอัยการสูงสุดไม่สามารถช่วยเหลือประเทศชาติหรือแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ แต่การลงมือทำเองจะแก้ปัญหาได้มากกว่า

 

ส่วนการสนับสนุนทางครอบครัว เรื่องการลงสมัคร สส. จะปรึกษาคุณแม่กับพี่ชาย ทั้ง 2 ท่านไม่ได้ห้ามอะไร แต่ เราบอกคุณพ่อตอนที่เราตัดสินใจไปแล้ว คุณพ่อส่งข้อความสั้นๆ ว่า “ไม่สนับสนุน” ทรายก็เข้าใจเพราะคุณพ่อเป็นข้าราชการ ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง 

 

ทางสามีก็สนับสนุนเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่สามีก็เดินทางจากภาคใต้มาช่วยดูลูกให้ ทั้งตลอดช่วงระยะเวลาการหาเสียง ส่วนคุณลูกก็ตื่นเต้นมากกับการที่คุณแม่หาเสียง ตื่นเต้นมากเวลาขับรถออกไปเจอป้ายหาเสียงคุณแม่ วันก่อนพาไปขึ้นรถแห่ด้วยก็ไปแจกโบรชัวร์สนุกสนาน ถือโอกาสให้เขาเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยว่าเราต้องหาเสียงให้คนมาโหวตเลือกแม่ แต่ว่าถ้าบางคนเขาไม่ได้เห็นตรงกันก็ไม่เป็นไร เป็นความคิดของเขา เราจะไปตัดสินอะไรถูกอะไรผิดไม่ได้

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเข้ามาทำงานการเมืองคืออะไร ?

ทรายเคยทำงานที่สำนักงานกฎหมายของท่านสันติ ปิยะทัต และปีที่ผ่านมาท่านสันติได้มาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านจึงชวนมาเป็นคณะทำงานด้วยและเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานการเมือง

 

พอเรามาทำงานก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าและได้ลงไปช่วยน้ำท่วมทางภาคใต้ เป็นจุดที่ทำให้รู้สึกว่าประสบการณ์ ความรู้และความสามารถที่เรามี พอได้มาใช้ช่วยเหลือสังคมในวงกว้างขึ้น เรารู้สึกว่ามันมีความหมายและมีประโยชน์มากกว่าที่จะนั่งทำธุรกิจอยู่ที่บ้านอย่างเดียว

 

ทำไมถึงเลือกเข้ามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ?

 

รู้สึกว่าพรรคกับตัวทรายมีคาแรคเตอร์คล้ายๆ กันตรงที่เราไม่ชอบทะเลาะกับใคร อะไรที่จะสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศชาติ เราก็จะก้าวข้ามความขัดแย้งให้เดินหน้าต่อไปได้

 

เท่าที่สัมผัสมาท่านอนุทินก็สามารถแบบดึงคนที่มีความสามารถจริงๆ มาทำงานด้วยกันได้ เช่น ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ ท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หรือท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ทุกท่านก็เห็นแล้วว่ามีความสามารถ โดยไม่ต้องมีโควต้าทางการเมืองและสามารถนำคนนอกเข้ามาทำงานเป็นทีมเวิร์คได้ ซึ่งท่านสันติที่ทรายทำงานด้วย ท่านก็เป็นรัฐมนตรีนอกเหมือนกันและส่วนตัวการันตีได้เลยว่าท่านสันติมีความรู้ด้านกฎหมายแบบแน่นปึกมาก แล้วก็ทุกท่านก็พร้อมทำงานด้วยกันหมด

เราจึงอยากจะเอาความสามารถที่มีมาช่วยพัฒนาประเทศชาติและก็ชุมชนให้ดีขึ้น แล้วก็บังเอิญตรงกับช่วงยุบสภาพอดีจึงถือโอกาสเสนอตัวมาให้ประชาชนเลือกเข้าไปรับใช้ในสภา

 

นักการเมืองหรือบุคคลสำคัญทางการเมืองที่นับเป็นแรงบันดาลในการทำงานทางการเมือง ?

 

ชอบท่านศุภจีเป็นการส่วนตัว รู้สึกว่าท่านศุภจีเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่ทำงานประสบความสำเร็จ และมีบุคลิกที่ทันสมัย เป็นมืออาชีพและกล้าคิดกล้าทำ แต่ถึงจะเป็นมืออาชีพและมีคนสรรเสริญ แต่เขาก็มีความถ่อมตน ไม่น้ำเต็มแก้ว เข้าถึงง่าย สามารถคุยและเปิดรับทุกความคิดเห็นได้ ท่านศุภจีถือเป็นไอดอลในการทำงานที่รู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเราประสบความสำเร็จแบบเขา เราก็จะไม่น้ำเต็มแก้ว อยากให้ทุกคนยังเข้าถึงเราได้ ไม่ปิดกั้นใครและเรียนรู้ความรู้ใหม่ได้เรื่อยๆ รวมถึงให้โอกาสเด็กๆ ในการเติบโตเช่นกัน

 

คุณมีทักษะพิเศษอะไรที่สามารถนำมาใช้การทำงานการเมือง

 

ทรายทำงานมาหลายอย่าง อย่างธุรกิจที่เคยทำมาก็เจอคนและเจอปัญหามาเยอะเหมือนกัน แต่เรามี Motto ในการทำงานว่าทุกปัญหามีทางออก คือยังไงก็มีทางออก ถ้าไม่ 1 ก็ 2 เราสามารถหาทางออกได้เสมอ สิ่งนี้จะนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานการเมืองเพราะปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างไรก็ต้องมีทางออกและต้องหาให้ได้

 

คิดเห็นอย่างไรกับการเมืองไทยที่ผ่านมา ?

ความจริงก็ติดตามข่าวการเมืองมาเรื่อยๆ เราก็แอบเบื่อเหมือนกันตรงที่เกิดการทะเลาะกันไปกันมา แต่พอเราได้เข้ามาทำงานและสัมผัสการเมืองมากขึ้น เราก็ตั้งปฏิธานตัวเองไว้ว่าเราจะเล่นการเมืองแบบที่เรามีนโยบายอะไรก็เสนอ เราจะไม่ทะเลาะ ไม่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น

 

คิดว่าการเมืองสำคัญกับชีวิตอย่างไรบ้าง ?

 

สำหรับทราย การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่ว่าจะเรียนจบมาได้เงินเดือนเท่าไหร่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าครองชีพ โรงเรียน โรงพยาบาล ถนนหนทาง ไฟฟ้า หรือไฟจราจรจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับการเมืองทั้งหมดเลย การเมืองจะเป็นตัวชี้วัดว่าชีวิตประจำวันของเราจะไปในทิศทางไหน

 

หลังจากลงพื้นที่หาเสียงพบเจออุปสรรคอะไรบ้าง ?

อุปสรรคแรกที่เจอเลยคือทรายยังเป็นนักการเมืองหน้าใหม่อยู่ ชาวบ้านยังไม่คุ้นชินจึงต้องลงพื้นที่เยอะมากช่วงนี้ เดินทั้งเช้าเย็นเลย ประชาชนบางส่วนที่เจอเราก็บอกว่าเบื่อการเมืองแล้ว เลือกไปก็เหมือนเดิม บางครั้งก็ไม่ได้เปิดใจที่จะรับฟังนโยบายใหม่ๆ เท่าไหร่ และเท่าที่ฟังฟีดแบคจากประชาชนมาก็คืออยากจะเห็นผู้แทนที่แก้ไขปัญหาได้จริง ผู้แทนที่เข้าถึงได้ ติดต่อได้ ไม่หายไปไหนหลังการเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ทรายเองมีเพจ Facebook กัญยพร แก้วทิพย์ อยู่ ทุกคนสามารถส่งข้อความมาได้ มีตัวทรายแล้วก็ทีมงานคอยมอนิเตอร์อยู่ เราก็ไม่ได้หายไปไหนและเป็นคนนนทบุรีอยู่ในพื้นที่เหมือนเดิม

 

ส่วนเรื่องการทำงานได้จริง ทรายก็อยากทำงานแก้ไขปัญหาที่เห็นผลจริงเหมือนกัน พูดตรงๆ ว่าไฟแรง อยากทำงานค่ะ ทรายจะเอาปัญหาของประชาชนมาเป็นฐานในการทำงานแก้ไขปัญหา ประสานงานต่างๆ ให้ได้ โดยที่จะไม่แค่นั่งรอนโยบายจากส่วนกลาง

 

ตอนนี้เริ่มมีคนมาเริ่มร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือบ้างแล้วไหม ?

 

มีค่ะ เช่น ตรงซอยข้างหลังที่ตั้งสำนักงานจะมีปัญหาเรื่องถนนต่ำกว่าระดับถนนด้านหน้า น้ำก็จะขังเยอะ แต่พอดีวันนั้นทรายเดินไปหาเสียงแถวนั้นพอดีก็เลยเข้าไปดู แล้วชาวบ้านก็เห็นว่าเป็นผู้สมัคร สส. ก็เลยคุยกันนิดหน่อย เขาก็บอกว่าเขาก็กังวลว่าจะแก้ปัญหาได้จริงไหม เราก็เลยไปประสานกับเทศบาลให้ แล้วก็มีเรื่องถนนยุบตัว พอดีทรายมีเพื่อนเป็นผู้รับเหมาก็ประสานงานให้ช่วยไปดูเหมือนกัน

 

ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรหลังจากเข้ามาทำงานการเมือง ?

ช่วงนี้เรียกว่าแอคทีฟทุกวันเช้ายันเย็นพบปะประชาชนมากขึ้น พูดคุยมากขึ้น ยุ่งขึ้นกว่าเดิมเวลาส่วนตัวน้อยลง แต่พอได้ทำเพื่อส่วนรวมมากขึ้น เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น

 

มองว่าประเทศไทยมีปัญหาอะไรที่ต้องแก้เป็นอันดับแรกและทำไมปัญหานั้นถึงยังแก้ไขไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

 

ทรายคิดว่าเป็นปัญหาเรื่องความยากจนที่รายได้ไม่มั่นคงและมีค่าครองชีพสูง เห็นได้จากราคาพืชผลเกษตร หรือว่าแม้แต่เรื่องสวัสดิการของรัฐที่ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งปัญหานี้ก็เป็นนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทยที่จะแก้ไขปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ อย่างโครงการคนละครึ่งพลัส+ หรือ นโยบายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทรวมไปถึงนโยบายของ Reskill-Upskill เรียนฟรีมีจริง ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความสามารถที่จะหาได้รายได้เพิ่มมากขึ้น

 

ส่วนในพื้นที่นนทบุรีเอง ทรายก็มีนโยบายส่วนตัวที่อยากผลักดันอยู่เหมือนกัน เพราะนนทบุรีมีโซนริมน้ำเยอะ มีวิถีชีวิตริมน้ำและมีโฮมสเตย์เล็กๆ จากประสบการณ์ที่ทรายทำธุรกิจท่องเที่ยวมาคิดว่าประสบการณ์นี้น่าจะไปช่วยผลักดันให้เกิดรายได้ในชุมชนได้ เพราะวิถีริมน้ำหรือสวนผลไม้น่าจะขายได้ และจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชน พ่อค้าแม่ค้า หรือคนขับเรือ เพื่อได้ผลประโยชน์กันถ้วนหน้า

 

หากคุณชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะทำอะไรบ้างและอนาคตนนทบุรีจะเปลี่ยนไปอย่างไร ?

 

ถ้าชนะการเลือกตั้ง อย่างแรกคือระหว่างที่ลงหาเสียง ทรายเก็บข้อมูลว่าประชาชนเดือดร้อนด้านไหนบ้าง ถ้าได้รับการเลือกตั้งก็จะมาสะสางช่วยเหลือการประสานงานแก้ไขปัญหาตรงนี้เป็นอย่างแรก รวมถึงมีนโยบายส่วนตัวที่อยากจะช่วยผลักดันนนทบุรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโฮมสเตย์ Smart City และการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

 

ส่วนการเปลี่ยนแปลงของนนทบุรีน่าจะเป็นในแนวค่อยเป็นค่อยไป ทรายรู้สึกว่านนทบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก แต่พอข้ามฝั่งมารู้สึกแตกต่าง ทรายมีนโยบาย Smart city แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้นนทบุรีกลายเป็นเมืองหุ่นยนต์มีระบบคอมพิวเตอร์ยากๆ แต่เราอยากจะเอาเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ อย่างเช่น สาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อให้ชีวิตของประชาชนง่ายขึ้น สะดวกขึ้นหรือแม้แต่ประหยัดขึ้น 

 

หรือนนทบุรีอยู่ใกล้แม่น้ำและน้ำท่วมบ่อย ตอนนี้ที่ทรายเห็นจะใช้เครื่องปั๊มน้ำแบบเครื่องยนต์ ซึ่งต้องเปิดปิดโดยคน ทรายจึงมีไอเดียว่าเรื่องนี้อาจสามารถทำระบบเซ็นเซอร์ที่ถ้าระดับน้ำสูงขึ้นเท่านี้ก็สามารถเปิดเครื่องปั๊มน้ำได้อัตโนมัติ 

 

ทุกวันนี้แม้จะเปิดแอร์กับเครื่องดูดฝุ่นเรายังสั่งผ่านมือถือได้เลย แล้วตัวปั๊มน้ำที่จะปั๊มไม่ให้น้ำท่วมนนทบุรีมันก็น่าจะสั่งทางออนไลน์ได้เหมือนกัน แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพวกถนนพัง น้ำไม่ไหล ไฟดับ อย่างในกรุงเทพฯ ก็มี Traffy Fondue เราก็อยากให้นนทบุรีมีแบบนี้เช่นกัน คิดไว้คร่าวๆ เป็นชื่อ Nontaburi Connect ที่แบบประชาชนสามารถติดต่อผ่านทางออนไลน์ให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ไขได้ เพื่อให้ชีวิตประชาชนง่ายและสะดวกขึ้น

 

สถานการณ์ตอนนี้คิดว่ามีโอกาสชนะเลือกตั้งมากแค่ไหน ?

 

จริงๆ ก็พยายามคิดว่าตัวเองเป็นรองอยู่ตลอด เพราะเราหน้าใหม่ด้วย ก็จะทำให้เต็มที่ค่ะ จริงๆ ไม่ได้แข่งกับใครแข่งกับตัวเองมากกว่า ในการเดินลงพื้นที่ทุกวัน คุยกับประชาชน จดเรื่องปัญหาเดือดร้อนก็ทำในส่วนของตัวเองให้เต็มที่ ไม่ได้แข่งกับใคร

 

เราหน้าใหม่มากและไม่ได้เป็นพื้นฐานลูกนักการเมือง แต่โชคดีว่าพอเราเริ่มมาลง เพื่อนๆ ที่อยู่แถวนี้ก็รวมสรรพกำลังมาช่วยเหลือเยอะเหมือนกัน เช่น มาช่วยเดินและวางแผนกลยุทธ์ในการเดินหรือชุมชนไหนเราควรจะต้องไปต่างๆ ตรงไหนมีปัญหาที่เราพอจะช่วยได้เขาก็บอกกัน

 

ส่วนสามีก็เคยทำงานในสภาจึงมีความรู้ทางด้านการเมืองอยู่พอสมควร เขาก็จะคอยบอกว่าเราควรจะวางตัวประมาณไหน ทำอะไรยังไง เพราะกฎหมาย กกต. ค่อนข้างเยอะ บางทีเราเผลอ เราไม่ได้ระวังตัว เขาก็จะคอยเตือนว่าอะไรสุ่มเสียงก็อย่าไปทำ อย่างช่วงที่ผ่านมามีงานปีใหม่จะมีงานเลี้ยงรุ่นต่างๆ ช่วงนี้ก็งดไปก่อนหรืออะไรที่สุ่มเสี่ยงช่วงนี้ก็มีการระวังตัวค่อนข้างเยอะ

 

กระแสการเมืองที่ผ่านมามีประเด็นการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการนิรโทษกรรมทางการเมือง ในฐานะคนทำงานการเมืองรุ่นใหม่ที่อาจได้เข้าไปมีสิทธิลงมติในสภา คุณคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องเหล่านี้

 

ทรายเคารพในหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม มาตรา 112 กับการนิรโทษกรรมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เราต้องไม่ให้กฎหมายอ่อนแอหรือสร้างความแตกแยกในสังคม

 

คุณและพรรคมีจุดยืนต่อเรื่องนี้อย่างไร ?

 

ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขทั้งฉบับ แต่ว่าไม่ได้ขัดข้องหากมีการแก้ไขบางมาตรา โดยเน้นย้ำว่าไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 และเรื่องนี้เป็นจุดยืนของพรรคด้วย

 

 



 

related