
SHORT CUT
สรุปไทม์ไลน์คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112 จากวันลงชื่อสู่ศาลฎีกา ลุ้น 10 สส.พรรคประชาชนหยุดปฏิบัติหน้าที่ และโทษสูงสุดตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น พร้อมด้วย สส. รวม 44 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อประธานรัฐสภา การกระทำครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวตามนโยบายพรรคที่เคยประกาศไว้ เพื่อหาทางออกผ่านกระบวนการรัฐสภา แม้ภายหลังร่างดังกล่าวจะไม่ได้รับการบรรจุวาระ แต่ลายเซ็นในวันนั้นได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ผูกพันทุกคนมาจนถึงปัจจุบัน
ใจความสำคัญของการยื่นแก้กฎหมายมาตรา 112 ใหม่คือการปรับลดโทษ โดยแบ่งแยกความผิดและอัตราโทษใหม่เป็นสองระดับ ดังนี้
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดประเด็นอื่นที่น่าสนใจ เช่น ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์เป็นคู่กรณีโดยตรง ไม่ใช่ให้ประชาชนที่ไหนเป็นผู้ริเริ่มคดีก็ได้ และเพิ่มข้อยกเว้นกรณีแสดงความเห็นโดยสุจริต เป็นต้น
สาระเหล่านี้ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อ 31 มกราคม 2567 ว่ามีเจตนาลดทอนความคุ้มครองสถาบันฯ และเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในลักษณะ "เซาะกร่อนบ่อนทำลาย"
จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เพื่อให้ตรวจสอบการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง หลังจากใช้เวลาไต่สวนกว่า 2 ปี ในที่สุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต สส. ทั้ง 44 คน โดยระบุว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นการไม่ยึดมั่นในการปกครองฯ และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ป.ป.ช. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้วินิจฉัยลงโทษอดีต สส. ทั้ง 44 คน โดยขนสำนวนพยานหลักฐานจำนวนมหาศาลถึง 10 ลังใหญ่ไปยื่นต่อศาล
คำร้องระบุชัดเจนว่าต้องการให้ศาลเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี กระบวนการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากแกนนำพรรคว่าเป็น "นิติสงคราม" ที่มุ่งกำจัดทรัพยากรมนุษย์ของฝ่ายค้าน
รายชื่อ ส.ส. ทั้ง 44 คน ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564 ประกอบด้วย
หากวันที่ 24 เม.ย.2569 ศาลฎีกาตัดสินใจรับคำร้อง พรรคประชาชนจะเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เนื่องจากกลุ่มผู้ถูกร้องจำนวน 10 คน คือแกนนำและ สส. แถวหน้าของพรรค ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง การต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่กะทันหันย่อมหมายถึงการสูญเสียกำลังหลักในการทำหน้าที่นิติบัญญัติและการตรวจสอบรัฐบาลในสภาทันที
รายชื่อบุคคลสำคัญในพรรคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, รังสิมันต์ โรม และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เพียงคดีความส่วนบุคคล แต่เป็นการตัดกำลัง "สมอง" ของพรรคโดยตรง
พรรคประชาชนจึงมีความจำเป็นต้องรีบวางแผนบริหารจัดการภายใน ทั้งในด้านการจัดวางตัวบุคคลมาทำหน้าที่แทนและการสร้างขวัญกำลังใจภายในองค์กร
การพิจารณาคดีของศาลฎีกาจะกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับนักการเมืองยุคใหม่ การถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตหากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง จะเป็นการปิดฉากเส้นทางอาชีพทางการเมืองของแกนนำรุ่นนี้อย่างถาวร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของฐานเสียงและภาพลักษณ์การเติบโตของพรรคในระยะยาว
ที่มา : iLAW , ฐานเศรษฐกิจ , กรุงเทพธุรกิจ
เครดิตภาพ : Ai Generated