
SHORT CUT
‘สส.กังฟู’ จี้รัฐบาลทบทวนงบปี 2570 หลังงบชายแดนถูกลด ตั้งคำถามเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตล่าช้า พร้อมเสนอโยกงบกลางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 กลายเป็นเวทีตั้งคำถามถึงลำดับความสำคัญในการใช้เงินของรัฐบาล เมื่อ ‘สส.กังฟู’ วสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง ลุกขึ้นอภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณที่เขามองว่า ยังไม่สอดคล้องกับปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน
วสวรรธน์ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลปรับเพิ่มงบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี มากกว่า 3,428 ล้านบาท ทำให้กระทรวงได้รับงบประมาณรวมประมาณ 13,625 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณด้านการป้องกันประเทศและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนกลับไม่ได้รับความสำคัญมากเท่าที่ควร
เขามองว่า ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังมีความไม่แน่นอน รัฐบาลควรจัดสรรเงินให้ตรงกับความต้องการพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำสะอาด ไฟฟ้า ถนน และระบบคมนาคม ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวันและความปลอดภัยของคนชายแดน
ข้อมูลที่นำมาอภิปรายระบุว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมตามแนวชายแดนเสร็จแล้วมากกว่า 60 เส้นทาง อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 72 เส้นทาง และยังมีเส้นทางที่ไม่ได้เริ่มดำเนินการอีกมากกว่า 20 เส้นทาง เมื่อรวมถนนและเส้นทางย่อยต่าง ๆ ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องเกือบ 300 เส้นทาง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางในจังหวัดอุบลราชธานี รวมระยะทางมากกว่า 114 กิโลเมตร ใช้งบประมาณกว่า 763 ล้านบาท วสวรรธน์จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทั้งความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการกระจายประโยชน์ เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณลงไปถึงประชาชนอย่างแท้จริง
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการอภิปราย คือ งบประมาณจำนวน 65.017 ล้านบาท ซึ่งระบุว่าใช้สำหรับก่อสร้างรั้ว แสดงแนวเขต และป้องกันการบุกรุกในพื้นที่ของกองทัพบก
ในตอนแรก วสวรรธน์เข้าใจว่าเงินก้อนนี้อาจนำไปใช้สร้างรั้วตามแนวชายแดน แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดกลับพบว่า เป็นงบก่อสร้างรั้วรอบค่ายทหารหรือแนวเขตพื้นที่ที่กองทัพใช้ประโยชน์ ไม่ใช่รั้วตามแนวชายแดนตามที่ประชาชนบางส่วนคาดหวัง
เขาจึงตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงยังไม่มีงบประมาณสำหรับการสร้างรั้วในพื้นที่ชายแดนที่มีความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหาเสียงและการแถลงนโยบายของรัฐบาล
อีกประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ ความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและทหารที่ได้รับความพิการจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่ครอบครัวบางส่วนยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 10 ล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลระบุว่ายังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร เช่นเดียวกับเงินช่วยเหลือประชาชนในศูนย์พักพิงที่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน
วสวรรธน์กล่าววิจารณ์ว่า ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในเรื่องความมั่นคงและการดูแลทหารชายแดน ดูลดลงเมื่อเทียบกับช่วงหาเสียง พร้อมตั้งคำถามว่า เสียงของประชาชนตามแนวชายแดนถูกนำไปไว้ตรงไหน หลังจากรัฐบาลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งแล้ว
ช่วงท้ายของการอภิปราย เขาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ทบทวนการจัดสรรเงินอีกครั้ง โดยเสนอให้ลดงบประมาณบางส่วนจากงบกลาง แล้วนำไปกระจายให้โครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม